| ทางอีศาน 35: จดหมาย
สิ่งแวดล้อม | วันที่ 3 มีนาคม 2558 | ผู้บันทึก: xers | ผู้ชม: 879

e-shann35_letter

จดหมาย
นิตยสาร “ทางอีศาน” ฉบับที่ ๓๕
ปีที่ ๓ ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๕๘
ฉบับ: อู่อารยธรรม อุบลฯเมืองปราชญ์

เรียน บรรณาธิการ “ทางอีศาน” ที่นับถือ

อ่านบทบรรณาธิการ “ทางอีศาน” ฉ. กุมภาพันธ์แล้ว ก็พอเข้าใจได้ว่าในเดือนนี้ต้องพูดถึงเรื่องความ
รักกัน ซึ่งบรรณาธิการได้ยกมาจากหนังสือ วิจัย วิจารณ์ วิจักษณ์ความรัก โดย เดโช บุญชูช่วย

ยิ่งไปกว่านั้น จาก ๑๐ ทัศนะ กลับเป็นของนักคิด นักปรัชญาฝรั่งถึง ๙ คน มีของไทยเพียงคนเดียว

คือทัศนะของผู้เขียน และไม่มีมุมมองใด ๆ ของบรรณาธิการ ซึ่งแปลกกว่าทุกฉบับเท่าที่เคยอ่านมา

หากไม่ยึดติดอยู่กับหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งจนเกินไป ผมใคร่เสนอว่า ควรมีทัศนะของคนในประเทศตะวันออกบ้าง เช่น ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ พม่า ลาว และไทย ซึ่งมีนักเขียนนักคิดอยู่ไม่น้อยให้เลือกสรร และตบท้ายด้วยมุมมองของบรรณาธิการ

จึงเรียนมาเพื่อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันครับ
ขอแสดงความนับถือ
(นายสันติ อิศรพันธุ์)

ทางอีศาน : ขอบคุณสำหรับการติดตามโดยละเอียด และเขียนแนะนำครับ, เหตุที่คัดลงเพียงเท่านั้น เพราะจำกัดด้วยพื้นที่ และเน้นที่เก่าเก็บ – ไม่ค่อยผ่านสายตาผู้อ่าน

ส่วนการลำดับเรื่องเสนอ ได้พิจารณาความต่อเนื่องของเนื้อหา กระทั่งความสุดท้ายได้มีบทสรุปในตัวอยู่แล้ว ผู้เขียนจึงเพิ่มทัศนะเพียงในประโยคปิดของข้อความอ้างอิง

มีประวัติความรักในทัศนะ แอริสโตเฟนิส ที่พิสดาร ลํ้าลึก แต่ไม่ได้นำลง ถือโอกาสนี้คัดมาให้ปรากฏต่อคลองจักษุผู้อ่านทุกท่านนะครับ

“เมื่อสมัยดึกดำบรรพ์ เพศทั้งสองเคยรวมเป็นร่างเดียวกัน ร่างกะเทยนี้มีรูปร่างสัณฐานกลมมีมือสี่มือ เท้าสี่เท้า หน้าสองหน้า แต่เคลื่อนไหวไปมาได้ด้วยความว่องไวอย่างน่าประหลาด โดยใช้มือและเท้าทั้งแปดทำหน้าที่คล้ายกงล้อหกคะเมนไป เจ้าชาติผู้ชายผสมผู้หญิงนี้มีพลังน่าสะพรึงกลัวมากพอ ๆ กับความมักใหญ่ใฝ่สูง มันคิดจะปีนขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อพิชิตเทพเจ้าทั้งหลาย เทพเจ้าซีอุสจึงคิดว่าถ้าผ่าเจ้ากะเทยนี้ออกเป็นสองส่วน เพื่อให้มันเหลือพลังเพียงครึ่งเดียว อันตรายก็จะน้อยลง และแล้วจะมีผู้เคารพบูชาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกด้วยตรัสดังนั้นแล้ว พระองค์ก็ผ่าเจ้ากะเทยออกเป็นผู้ชายซีกหนึ่ง หญิงซีกหนึ่ง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา สองซีกของร่างที่เคยอยู่รวมกันก็มีแต่ความคลั่งไคล้ที่จะได้อยู่รวมกันอีก และความใคร่ที่จะอยู่ร่วมกันของสองเพศนี้เองเรียกกันว่า ความรัก ”.
_________________________________

เรียนบรรณาธิการ “ทางอีศาน”ที่รักนับถือ

ผมได้อ่านพบข้อเขียนในคอลัมน์ “นักเขียนอีสาน”ฉบับที่ ๓๔ ถึงประวัติของผมแล้ว ด้วยความขอบคุณและซาบซึ้งใจยิ่ง เพื่อความถูกต้องของข้อมูลบางตอน ผมขอเรียนมาดังนี้

๑) เมื่อจบ ป.ป.จากโรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) แล้วไปสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แล้ว จึงขอรับทุนจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกระทรวงฯ ก็ยอมให้รับทุนต่ออีก ๔ ปี

๒) ตอนเข้าเรียนอักษรศาสตร์นั้น ไม่ได้เรียนกับอาจารย์ประคิณ เพราะท่านสอนภาษาฝรั่งเศส เราเป็นเด็กจากโรงเรียนฝึกหัดครูไม่ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสมา จึงต้องเลือกหมวดคณิตศาสตร์แทน ที่รู้จักอาจารย์เพราะท่านเป็นกวีมีชื่อเสียง พวกเราที่ชอบบทกวีก็ไปรู้จักท่านในฐานะศิษย์ที่ชอบบทกลอน

๓) เพื่อนร่วมรุ่นที่เข้าพร้อมกันคือ วินัย ภู่ระหงษ์ ผ่องพรรณ สิงหเสนี ส่วนรุ่นพี่ ๑ ปีที่สนิทกันคือมะเนาะ ยูเด็น นวลจันทร์ นิงสานนท์ (นามปากกา แรมจันทร์ อัฏฐมาส) วนิดา สถิตานนท์ อาพันธชนิตร สุวรรณกร (ที่สนิทเพราะถือว่าเป็นรุ่นจบม.๖ รุ่นเดียวกัน แต่เขาจบเตรียมอุดมปีที่ ๒ (หรือภาษาปากเรียกม.๘) แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลย ส่วนผมต้องเสียเวลาที่ฝึกหัดครู ๓ ปี จึงย้อนไปสอบเข้าได้เป็นรุ่นน้องของพวกเขา ส่วนโกวิท สีตลายัน เป็นรุ่นน้อง ๑ ปี แต่มารวมกลุ่มกับพวกเราเพราะชอบกลอนด้วยกัน และสนิทกัน

๔) การได้แสดงกลอนสดในรายการ “ลับแลกลอนสด” ทำให้สนิทกับ เจษฎา วิจิตร (นามปากกา วิจิตร ปิ่นดา สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ สวัสดิ์ ธงศรีเจริญ แล้วได้รวมกลอนใน “ชะบา” โดย ๑๐ นักกลอนหนุ่ม

๕) เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๐๒ นัดเลี้ยงพระอุทิศส่วนกุศลถึงกวีที่ล่วงลับไปแล้ว แล้วรับประทานอาหารร่วมกัน ชวนกันตั้งกลุ่มนักกลอน มะเนาะ ยูเด็น เสนอว่า “ชมรมนักกลอน” (ต่อมาเปลี่ยนฐานะเป็นสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยจนทุกวันนี้) โดยมีเพื่อนร่วมก่อตั้ง ๑๕ คน ได้แก่ วิจิตร สนธิกาญจน์สวัสดิ์ ผม ๔ คนจากคณะอักษรฯ คือ มะเนาะ – วินัย
– ประยอม – โกวิท ฯลฯ รายชื่อทั้งหมดมีใน “สักวาวิวิธ” (โดยประยอม – อรฉัตร (๒๕๒๕) )

๖) ผมลาออกจากราชการ และเข้าทำงานที่เชลล์ ปี ๒๕๑๒ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาอาจารย์ประคิณ อยู่เชลล์ ๒๐ ปี และเกษียณเมื่อปี ๒๕๓๓ เพราะอายุครบ ๕๕ ปีตามระเบียบบริษัทยุคนั้น

๗) ผมเป็น นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ๒ สมัย (๒๕๓๘ – ๓๙, ๔๐ – ๔๑) ไม่ใช่สโมสรนักเขียนฯ

ขออภัยที่ทำให้กินหน้ากระดาษ แต่เพื่อความถูกต้องของข้อมูล เผื่อจะมีใครเอาไปเขียนต่อไป แต่ขอยืนยันว่าผมซาบซึ้งและขอบคุณอย่างจริงใจในการลงเรื่องนี้

ประยอม ซองทอง

ทางอีศาน : ขอบพระคุณพี่ประยอม ซองทอง ครับ และขอบพระคุณที่นอกจากเป็นสมาชิก “ทางอีศาน” ตั้งแต่เล่มแรกแล้ว พี่ยังเป็นสมาชิกอุปถัมภ์ให้โรงเรียนที่บ้านเกิดด้วย หากเห็นความผิดพลาดขาดตกบกพร่องใด ๆ ใน “ทางอีศาน” พี่ช่วยจิ้มพิมพ์ดีดส่งไปอีกนะครับ.
_________________________________

ติดตามเนื้อหาในเล่มได้ที่…
ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ซีเอ็ด นายอินทร์
สั่งซื้อ: 02-552-4070
อีเมล: e-shann@hotmail.com

อีบุคราคาเพียง 60 บาท ที่
www.mebmarket.com
www.4dbook.com
www.openserve.co.th

นิตยสาร “ทางอีศาน” เปิดให้ผู้สนใจเข้าไปอ่านหัวข้อข่าว เรื่องราวเด่น ๆ หรือดาวน์โหลดใบสมัครสมาชิก รวมถึงร่วมเสนอความคิดเห็น อ่านรายละเอียดและสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ http://e-shann.com/


วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 67 จดหมาย
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม : โตเปี๊ยะ (ตัวฟ้าผ่า) ของจ้วง เจ้าฟ้าแผดขวานคำ ของไทอาหม
วรรณศิลป์ : สาส์นจากทางอีศาน 67
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 67 บทบรรณาธิการ : โจกโหลกฟ้า
นิตยสารทางอีศาน : 67
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 66 ปิดเล่ม : ประเทศไทยกับภาวะการเปลี่ยนแปลง
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม : ๑๒ เดือนของไทมาว
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 66 : จดหมาย
บทกวี, ผญา, คำกลอน : ทางอีศาน 66 : ทำดีถวายไท้
วรรณศิลป์ : สาส์นจาก “ทางอีศาน” 66

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
4454039  Views