| แหล่งโบราณคดีในจังหวัดศรีสะเกษ
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม | วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 | ผู้บันทึก: xers | ผู้ชม: 1,721

map-43-SiSaKet

ข้อมูลจาก: province.m-culture.go.th

จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีแหล่งโบราณคดีที่แสดงถึงอารยธรรมเก่าแก่มากมาย ซึ่งกรมศิลปากรได้สำรวจขุดค้นแล้วและยังไม่สำรวจขุดค้น ดังนี้

แหล่งโบราณคดีบ้านหนองคู

แหล่งโบราณคดีบ้านหนองคู ตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองคู ตำบลจาน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินดินอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของหนองคู ซึ่งเป็นแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน ทางด้านทิศตะวันตกของเนินดินมีคูน้ำล้อมรอบด้วย ส่วนเนินดินทางด้านทิศตะวันออกซึ่งยื่นล้ำเข้าไปในหนองคูนั้น ถูกขุดทำลายเนื่องมาจากการขุดลอกหนองคูในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๑

โบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจ ได้แก่ ฐานรูปเคารพหินทราย ๔ ชิ้น ชิ้นส่วนพระพุทธรูปนาคปรกหินทราย ๒ องค์ สภาพไม่สมบูรณ์ โดยชิ้นหนึ่งเหลือเพียงช่วงลำตัวล่างของพระพุทธรูปประทับเหนือขนดนาค ๓ ชั้น อีกชิ้นเป็นพระเศียรแต่หัวนาคหายไป และประติมากรรมที่เรียกว่า รัตนตรัยมหายานนี้ มีลักษณะของศิลปะเขมรแบบบายน ซึ่งมีอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ โบราณวัตถุเหล่านี้เก็บรักษาไว้ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองคู

จากโบราณวัตถุที่พบสันนิษฐานว่าบริเวณบ้านหนองคูคงเป็นชุมชนโบราณในวัฒนธรรมเขมรที่มีการนับถือศาสนาพุทธมหายาน ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘

บ้านโนนแกด

ตั้งอยู่ที่วัดบ้านโนนแกด ตำบลทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มีเจดีย์โบราณที่มีการขุดค้นพบเงินเหรียญจารึกอักษร ประมาณ ๑,๑๐๐ ปีที่ผ่านมา และกรมศิลปากรยังไม่ได้สำรวจขุดค้น

แหล่งโบราณคดีบ้านหนองโน

แหล่งโบราณคดีบ้านหนองโน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองโน หมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ หลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านหนองโน พบในพื้นที่ ชายขอบด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินดินสูงกว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบซึ่งเป็นทุ่งนา ประมาณเกือบ ๒ เมตร โดยพื้นที่หมู่บ้านมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๒๐ เมตร ส่วนบริเวณโดยรอบสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๑๘ เมตร หลักฐานทางโบราณคดีพบในพื้นที่ ๒ จุด คือ ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านในบริเวณโนนป่ากว้างซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุก่อด้วยอิฐ และห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในที่ดินของราษฎร ที่สำคัญคือ บริเวณที่ดินของดาบตำรวจฉัตรชัย จันทรศิลา บริเวณโนนป่ากว้างเดิมเป็นที่ของวัด ปัจจุบันชาวบ้านได้ซื้อที่บริเวณนั้นไว้เป็นที่สาธารณะ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของธาตุเจดีย์ก่อด้วยอิฐซึ่งปัจจุบันจมอยู่ใต้ดินบริเวณเนินจอมปลวกขนาดไม่ใหญ่นัก ธาตุเจดีย์องค์นี้มีร่องรอยการขุดรื้อเพื่อหาสมบัติ ส่วนยอดพระธาตุถูกทำลายไปแล้วสภาพภายในมีการก่อเรียงอิฐที่ค่อนข้างหยาบ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นโดยชาวลาว ที่อพยพเข้ามาทางภาคอีสานเมื่อสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จากโบราณวัตถุที่พบ เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ (ผลาญไถ ตะปูเหล็ก และกล้องยาสูบดินเผา) แสดงให้เห็นถึงการเข้าอยู่อาศัยในช่วงกว่าร้อยปีมาแล้ว โดยเฉพาะรูปแบบของกล้องยาสูบเป็นของใช้ของชนชาวล้านนา ล้านช้าง ซึ่งราษฎรที่อาศัยอยู่ปัจจุบันก็เป็นชาวไทยเชื้อสายลาว

แหล่งโบราณคดีคงโคกหรือเมืองคงโคก

แหล่งโบราณคดีคงโคกหรือเมืองคงโคก(ร้าง) หรือ เมืองโค้งโคก ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของบ้านหลุบโมก ตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล จังหวัด ศรีสะเกษ ตัวแหล่งอยู่ห่างจากแม่น้ำมูลลงไปทางทิศใต้ประมาณ ๓ กิโลเมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินดินทรงกลม มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ๒ ชั้น โดยก่อคันดินล้อมรอบคูน้ำด้านนอก ลักษณะเช่นนี้เชื่อว่าคงสร้างคูน้ำขึ้น โดยมีจุดประสงค์หลัก ในการกักเก็บน้ำ ปัจจุบันคูน้ำและคันดินบางส่วนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นพื้นที่นา ตัวแหล่งโบราณคดีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๖๐ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๒๖ เมตร จากการสำรวจ ภายในแหล่งพบหลักฐานภาชนะดินเผา บรรจุกระดูก และตะกรัน ในช่วงระยะก่อนประวัติศาสตร์ มีเศษภาชนะดินเผา ทั้งเนื้อดิน-เนื้อแกร่ง และเครื่องถ้วยเคลือบ เขียวไข่กา ร่องรอยโบราณสถานก่อด้วยอิฐ และการปักใบเสมาหินทราย ที่แสดงถึงขอบเขต การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่ต่อเนื่องลงมาในระยะสมัยประวัติศาสตร์ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ กรมศิลปากรสำรวจขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณคดี และกรมการศาสนาขึ้นทะเบียนเป็นเขตวัดร้าง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดเมืองคง ซึ่งเป็นวัดฝ่ายมหานิกาย รวมทั้งรูปปั้นของพญากตะศิลา ซึ่งเป็นเจ้าเมืองผู้นำชาวเยอมีการบวงสรวงกันทุกวันเพ็ญเดือนสาม

แห่งโบราณคดีดอนเกลือ

แหล่งโบราณคดีดอนเกลือ ตั้งอยู่บริเวณบ้านดู่ ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากแม่น้ำมูลขึ้นมา ทางทิศเหนือ มีลักษณะเป็นเนินดิน ูปร่างค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔๐๐ เมตร มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๒๒ เมตร โดยเห็นสภาพคันดิน ๒ ชั้น ที่ล้อมรอบคูน้ำทางด้านทิศตะวันตก โค้งไปตามแนว ถึงบริเวณทิศใต้ ราษฎรในปัจจุบันเรียกคูน้ำ เหล่านี้ด้วยชื่อต่างๆ เช่น หนองเกลือใหญ่ ทางด้านทิศเหนือ หนองเกลือน้อย ทางด้านทิศตะวันออก หนองตะพังน้อยทางด้านทิศตะวันตก และหนองตะพังใหญ่ ทางด้านทิศใต้ ภายใน แหล่งโบราณคดีนี้มีสำนักสงฆ์วัดป่าบ้านดอนเกลือตั้งอยู่

จากการสำรวจพบหลักฐานการฝังศพครั้งที่ ๒ ในภาชนะดินเผา ขวานหินขัด เศษภาชนะดินเผา แสดงถึงการอยู่อาศัย ตั้งแต่ช่วงระยะก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องถึงช่วงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ เครื่องใช้ในระยะต่อลงมานี้ มีทั้งเศษภาชนะ ดินเผาเนื้อดินและเนื่องแกร่ง ทรงแจกันเคลือบน้ำตาล (กระปุกขอม) หินดุ หินบด แท่นหินบด (หินทราย) กำไลหินชนวน รูปทรงจักร และพระพุทธรูปหินทราย

แหล่งโบราณคดีบ้านน้ำอ้อมน้อย

ตั้งอยู่บริเวณบ้านน้ำอ้อมน้อย ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนโบราณทีลักษณะเป็นเนินดินค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๓๕ เมตร มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ 1 ชั้น ปัจจุบันมีบ้านเรือนราษฎร และวัดเกาะโพธิ์ไทรตั้งอยู่

จากการสำรวจได้พบโบราณวัตถุประเภทชิ้นส่วนสัมฤทธิ์ ภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ จากลักษณะการสร้างคูน้ำและคันดิน ประกอบกับโบราณวัตถุที่พบ สันนิษฐานว่า แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ เป็นชุมชนโบราณที่อาจมีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยครั้งแรก ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ตอนปลายและมีการอยู่อาศัยต่อเนื่อง จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น จากลักษณะของการสร้างคันดินที่รายรอบคูน้ำทางขอบนอกนี้เชื่อว่าคงสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อการกักเก็บน้ำ อายุของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ถ้ามีการอยู่อาศัยครั้งแรกในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจริง คงมีอายุอยู่ราว ๒,๕๐๐ ปีลงมา

แหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่ง

แหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่ง ตั้งอยู่บริเวณเขตรอยต่อระหว่างบ้านดอนไม้งาม อำเภอราษีไศล และบ้านคอมกาม ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ มีต้นตาลขึ้นอยู่ทั่วไป เนินดินตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีความสูงประมาณ ๑๒๓ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางเนินดินแหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่งอยู่ตอนปลายสุดของห้วยข่า ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ตลอดลำห้วยยาวราว ๗ กิโลเมตร มีการขุดค้นพบชิ้นส่วนฯ กระดูกมนุษย์ และเศษภาชนะดินเผา จากรูปแบบชิ้นส่วนภาชนะดินเผาที่พบ สันนิษฐานว่าชุมชนแห่งนี้น่าจะมีรูปแบบประเพณีการฝังศพที่เหมือนกับชุมชนในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งมีอาณาเขตติดกันโดยอยู่ เหนือขึ้นไปทางตอนบน คือ จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ คือมีการบรรจุศพในภาชนะดินเผาขนาดใหญ่มาก สามารถกำหนดอายุโดยการศึกษาเปรียบเทียบหลักฐานกับ แหล่งโบราณคดีอื่นๆ ที่เคยมีการกำหนดอายุไว้แล้ว ได้ว่าแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ น่าจะจัดอยู่ในยุคเหล็กอายุราว ๒,๕๐๐-๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว

แหล่งโบราณคดีบ้านเมืองแคน

แหล่งโบราณคดีบ้านเมืองแคน ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองแคน ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินดินทรงกลม มีคูน้ำล้อมรอบตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำมูลขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ ๕ กิโลเมตร ได้พบหลักฐานการฝังศพในภาชนะดินเผา ช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว ๒,๕๐๐- ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว และไหเขมร(ไหเท้าช้าง) ในช่วงประวัติศาสตร์ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๖ คล้ายแหล่งโบราณคดีบ้านน้ำอ้อมน้อย และอยู่ในเขตที่ใกล้เคียงกัน

บ้านโนนสูง

ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสูง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินสูง มีวัดและพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปัจจุบันตั้งอยู่ รองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักโบราณคดีให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นชุมชนโบราณ แหล่งโบราณคดีนี้กรมศิลปากรยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ

โนนหนองแฝก

โนนหนองแฝก ตั้งอยู่ที่บ้านแสง ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินดินรูปวงรี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ อายุราว ๒,๕๐๐-๑,๕๐๐ ปี มาแล้ว หลักฐานที่พบ คือ เศษภาชนะดินเผาเนื้อดินสมัยก่อนประวัติศาสตร์

แหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลือง

แหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลือง ตั้งอยู่ที่บ้านบึงหมอกน้อย ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล มีลักษณะเป็นเนินดิน ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของแม่น้ำมูล ห่างขึ้นมาราว ๔ กิโลเมตร พื้นที่บริเวณนี้สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๒๔ เมตร หลักฐานสำคัญที่พบ คือ หม้อลายเชือกทาบ เศษกระดูก ขวานหินขัด และเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา

แหล่งโบราณคดีโนนไข่นุ่น(โนนหนองหว้า)

แหล่งโบราณคดีโนนไข่นุ่น ตั้งอยู่ที่บ้านบึงหมอกน้อย ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ลักษณะของแหล่งโบราณคดีเป็นเนินดินทรงกลม อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำมูล ห่างไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ตัวแหล่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๒๔ เมตร หลักฐานสำคัญที่พบคือ เศษกระดูก ขวานหิน และเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา

แหล่งโบราณคดีบ้านยางชุมน้อย

แหล่งโบราณคดีบ้านยางชุมน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลยางชุมน้อย อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ตัวแหล่งอยู่ห่างจากแม่น้ำชีขึ้นไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ราว ๘ กิโลเมตร ลักษณะของแหล่งเป็นเนินดินรูปทรงกลมขนาดใหญ่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๒๕ เมตร ตัวแหล่งมีคูน้ำล้อมรอบ ๓ ชั้น นอกจากเศษภาชนะดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว ๒,๕๐๐-๑,๕๐๐ ปี แล้วยังได้พบกลุ่มใบเสมาแบบทวารวดี และไหเขมร ซึ่งแสดงถึงการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องลงมาถึงช่วงสมัยประวัติศาสตร์ในวัฒนธรรมแบบทวารวดี และเขมรด้วย

แหล่งโบราณคดีบ้านคอนกาม

แหล่งโบราณคดีบ้านคอนกาม ตั้งอยู่ที่ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่งลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ได้พบหลักฐานการอยู่อาศัยในระยะก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องลงมาในระยะสมัยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเขมร ได้แก่ ขวานหินขัด เครื่องใช้ทรงแบนกลมลักษณะคล้ายพานหิน ไหเนื้อแกร่งเคลือบสีน้ำตาล

แหล่งโบราณคดีบ้านขี้เหล็ก

แหล่งโบราณคดีบ้านขี้เหล็ก ตั้งอยู่ในบ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๒ ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนโบราณที่มีคูน้ำ คันดินล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง ๒๗๐ เมตร ยาว ๔๘๐ เมตร คูน้ำที่ล้อมรอบนี้เรียกว่า หนองคู ได้มีการขุดลอกให้ลึกและกว้างกว่าเดิมเพื่อใช้กักเก็บน้ำ ทางมุมด้านตะวันออกถูกทำลายลงเล็กน้อย โดยขุดลอกออกเพื่อให้หนองคูเชื่อมต่อกับร่องโศก

จากการสำรวจ ไม่พบโบราณวัตถุภายในเขตชุมชน แต่พบอยู่ด้านนอกทางด้านทิศใต้ของแหล่งโบราณคดีจำนวนไม่มากนัก ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง เคลือบสีเขียว สีน้ำตาล ซึ่งเป็นเครื่องถ้วยเขมร มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ นอกจากนี้โบราณวัตถุที่อยู่ในความครอบครองของราษฎรที่สำคัญได้แก่ เครื่องถ้วยจีนเคลือบขาว สมัยราชวงศ์ซ่ง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๗

จากโบราณวัตถุที่พบประกอบกับแผนผังของชุมชนที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมเช่นนี้ กล่าวได้ว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนโบราณในวัฒนธรรมเขมร มีช่วงเวลาการอยู่อาศัย ระหว่าง พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘

ชุมชนบ้านดวนใหญ่

ตั้งอยู่ที่บ้านดวนใหญ่ ตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่ตั้งของเมืองนครลำดวน ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากราชอาณาจักรอยุธยาก่อนตั้งเมือง เดิมเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่เรียกว่าปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน มีคูรอบเมือง ๓ ชั้น เรียกว่า คูขอก คูกลาง และคูใน มีการขุดค้นพบวัตถุโบราณในบริเวณนี้รวมทั้งต้นซุงขนาดใหญ่จำนวนมาก มีศาลเจ้าพ่อพะละงุม ที่ตั้งอยู่ในบริเวณกลางหมู่บ้านด้วย แหล่งโบราณคดีแห่งนี้กรมศิลปากรยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ

แหล่งโบราณคดีบ้านอาวอย

แหล่งโบราณคดีบ้านอาวอย ตั้งอยู่ที่บ้านอาวอย หมู่ ๒๑ ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลักฐานโบราณคดีที่บ้านอาวอย พบในบริเวณดินจอมปลวก ซึ่งบริเวณนี้สีของดินจะแตกต่างจากที่อื่น คือ เป็นสีดำคล้ายเถ้าถ่าน เนินดินนี้อยู่กลางทุ่งนาไม่ห่างจากปากทางถนนลูกรังซึ่งอยู่ทิศใต้สุดของหมู่บ้าน พื้นที่บริเวณนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๖๐ เมตร ซึ่งเจ้าของที่ดินได้นำรถแม็กโครมาไถปรับพื้นที่นาซึ่งเดิมมีลักษณะเป็นเนินดินจอมปลวก จึงได้พบโบราณวัตถุ คือ เศษภาชนะดินเผา ใบมีดดาบเหล็ก และตะกั่ว ภาชนะดินเผาที่พบ จำนวน ๓ ใบ อยู่ในสภาพแตกชำรุด อาจเนื่องจากการใช้รถไถปรับพื้นที่ ภาชนะทั้งหมดบรรจุก้อนตะกั่วอยู่ภายใน น่าสังเกตคือภาชนะใบหนึ่งมีโซ่คล้อง ปัจจุบันภาชนะดังกล่าวมีสภาพแตกเป็นเศษภาชนะเท่านั้น

จากโบราณวัตถุที่พบ สันนิษฐานว่าแหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีอายุราว พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่กระจายของชุมชน และวัฒนธรรมเขมรจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยอย่างมาก

บ้านฮ่องธาตุ

ตั้งอยู่ที่บ้านฮ่องธาตุ ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุ ไหสี่หู กระดูกคนโบราณ สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนโบราณ และกรมศิลปากรยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ

แหล่งโบราณคดีบ้านหัวช้าง

แหล่งโบราณคดีบ้านหัวช้าง มีลักษณะเป็นเนินดินกลางทุ่งนาห่างจากบ้านหัวช้างมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑ กิโลเมตร ในเขตตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๙ กรมศิลปากร พบโบราณวัตถุและหลุมลักลอบขุดหาโบราณวัตถุ โบราณวัตถุ ที่สำคัญได้แก่ เครื่องถ้วยเคลือบสีน้ำตาลแบบที่เรียกว่าไหเท้าช้าง สภาพชำรุดจำนวนหลายใบ ภายในมีห่วงตะกั่วบรรจุอยู่ไหเหล่านี้เป็นเครื่องถ้วยเคลือบเขมร ซึ่งมีแหล่งผลิต สำคัญอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีอายุการผลิตอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ ห่วงตะกั่วและแผ่นตะกั่วพบจำนวนมาก และเครื่องมือเหล็กรูปแบบต่างๆ เช่นหอก สิ่ว เคียว จอบ คีม และแผ่นเหล็กที่มีห่วงติดอยู่ เป็นต้น

จากโบราณวัตถุเหล่านี้ กล่าวได้ว่า แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ คงเป็นชุมชนในวัฒนธรรมเขมรโบราณ ที่มีช่วงเวลาการ อยู่อาศัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘

แหล่งโบราณคดีบ้านบึงหมอก

แหล่งโบราณคดีบ้านบึงหมอก มี ๓ จุด คือ แหล่งโบราณคดีบ้านบึงหมอก แหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลือง และแหล่งโบราณคดีโนนหนองหว้า บ้านบึงหมอกน้อย ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ขุดพบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบแบบผิวเรียบ และแบบที่ตกแต่งเป็นลายเชือกทาบ ขูดขีด ส่วนแหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลืองพบการฝังศพ โดยฝังภาชนะดินเผาและขวานหินขัดด้วย บ้านบึงหมอกเดิมเรียกว่า บ้านเมืองหมอก ถือเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ ประกอบด้วยหลายชุมชน

แหล่งโบราณคดีบ้านหนองเข็ง

แหล่งโบราณคดีบ้านหนองเข็ง ตำบลโพนเขวา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พบภาชนะดินเผาและผงตะกรันเหล็กอันแสดงถึงเป็นแหล่งที่มีการถลุงเหล็กมาก่อน

นอกจากแหล่งโบราณคดีที่กล่าวมาแล้ว ยังมีแหล่งโบราณคดีอีกจำนวนมากในจังหวัดศรีสะเกษ ที่ยังรอการขุดค้น เพื่อเปิดเผยความเป็นจริงในอดีตสู่โลกภายนอกต่อไป


นิตยสารทางอีศาน : 79
วรรณศิลป์ : เปิดผลดีเอ็นเอ ชี้ ‘คนไทย’ อพยพจากจีนตอนใต้ ไม่ได้มาจากอัลไต มอญ-เขมร ‘คนเก่าแก่’ ในภูมิภาค
วรรณศิลป์ : โทรมทรุด แห่งเกรียงไกร
วรรณศิลป์ : “ซัน นันธะชัย” – หัวหน้าวงดนตรีอีศานคลาสสิกคณะ “หมาเก้าหาง” ได้รับเชิญให้แสดงในรายการ “ไมค์ทองคำฝังเพชร”
วรรณศิลป์ : ท่องเทวาลัย-ปราสาทไพรอีศานใต้ ๒๒ – ๒๕ พ.ย. ๒๕๖๑
วรรณศิลป์ : Thailand LIVE ฟังเสียงประเทศไทย : จากความรุ่งเรืองในอดีตสู่การพัฒนาในอนาคตของบ้านไผ่
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 79 : เรื่องเล่าจากราวตากผ้าของแม่ – ๑
วรรณศิลป์ : วางหมุดจุด “ท่องเทวาลัย-ปราสาทไพรอีศานใต้”
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 79 : พระพุทธรูปยืนทวารวดีในภาคกลาง (๑)
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 79 : ศิวนาฏราช ณ พนมรุ้ง ขอท้าว่าไม่ควรพลาดชม

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
5115714  Views