| คำฉันท์ วรรณลีลามรดกชาติ (38) สมุทโฆษคำฉันท์ (26)
บทกวี, ผญา, คำกลอน ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม | วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 | ผู้บันทึก: xers | ผู้ชม: 1,400

เอเชียใต้ ชมพูทวีปสมัยพุทธกาล
ภาพ: (ซ้าย) ชมพูทวีปหรือเอเชียใต้ปัจจุบัน, (ขวา) ชมพูทวีปสมัยพุทธกาล

คำฉันท์ วรรณลีลามรดกชาติ (๓๘)
อ่าน (ใหม่) สมุทโฆษคำฉันท์
ทองแถม นาถจำนง

การคล้องช้าง
(๒) หมอเถ้า เลือก “ชมรม”

เมื่อข้าพเจ้าเขียนถึงฉากคล้องช้างใน “สมุทรโฆษคำฉันท์” ก็อดไม่ได้ที่จะเทียบเคียงกับข้อมูลการคล้องช้างที่บันทึกโดยผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการคล้องช้าง (โพนช้าง, วังช้าง) ที่ได้จากคนที่มีประสบการณ์จริง เคยคล้องช้างในป่าจริง ส่วนใหญ่แล้วได้จากหมอช้างชาวกูย

ข้าพเจ้าเชื่อว่า คนพื้นเมืองในสุวรรณภูมิ คนพื้นเมืองในอินเดียใต้ รู้จักจับช้างป่า ฝึกช้างป่า มาใช้งานตั้งแต่นมนานมาแล้ว

แต่ชาวชมพูทวีปมีวัฒนธรรมหนังสือ การเขียนการบันทึกความรู้ต่างๆ มาก่อน เขียน “คัมภีร์คชศาสตร์” ขึ้น

ส่วนคนพื้นเมืองสุวรรณภูมิมีแต่ภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อๆ กันมา ไม่มีตำรา เพราะวัฒนธรรมการเขียนเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากรับวัฒนธรรมชมพูทวีป

ด้วยเหตุนี้ ตำราคชศาสตร์ของสยามจึงคล้ายคลึงกับคัมภีร์ของอินเดีย

คุณ “ศุภศรุต” เขียนเรื่อง “คล้องช้างและคชยุทธ์ ศิลปศาสตร์มงคลและการสงคราม” ในโอเคเนชั่นบล็อก มีเนื้อความตอนหนึ่งว่า

“’ตำราคชศาสตร์’ มีต้นกำเนิดในดินแดนอินเดียเหนือ นักบวชและปราชญ์โบราณได้จดบันทึกพฤติกรรมของช้างไว้ แล้วนำมารวบรวมแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะของช้างประเภทต่างๆ.

ภูมิปัญญาของตำราคชศาสตร์ในอินเดีย ได้เข้ามาสู่ชุมชนในลุ่มแม่น้ำต่างๆ ของภูมิภาคสุวรรณภูมิพร้อมๆ กับการเข้ามาของคติความเชื่อทางศาสนา เทคโนโลยี การปกครอง ผู้คนและการค้า

ตำราคชศาสตร์ของชาวสยามมีความคล้ายคลึงกับต้นกำเนิดในอินเดียมากครับ การสืบทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นหนึ่งมาสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จะใช้วิธีการจดจำ การฝึกฝนปฏิบัติให้มีความชำนาญ มากกว่าจะเขียนเป็นตำรับตำราไว้

ตามตำราคชศาสตร์สยาม จะเรียก”หมอเฒ่า”หรือหัวหน้าครูช้างในภาษาสันสกฤตว่า “พราหมณ์พฤฒิบาศ” และเรียก “ครูช้าง”ว่า “พราหมณ์หัศดาจารย์” ซึ่งนักบวชทั้งสองจะอยู่ร่วมกันในพิธีกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับช้างโดยเฉพาะ.

ตำราคชศาสตร์แบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนแรกเรียกว่า “คชลักษณ์” เป็นวิชาที่ว่าด้วยการกล่าวถึงลักษณะของช้างสำคัญ โดยดูจากอวัยวะและสี เช่นลักษณะของช้างเผือกมีลักษณะอันเป็นมงคล 7 ประการคือ ตาสีขาว ขนสีขาว ผิวหนังสีขาว เพดานสีขาว เล็บสีขาว ขนหางขาวมีรูปคล้ายใบโพธิ์ และอวัยวะเพศสีขาว (คล้ายสีหม้อใหม่)….

ส่วนที่สองของตำราคชศาสตร์ เรียกว่า “คชกรรม” เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการฝึกปฏิบัติ วิธีการสอน การฝึกหัดช้างป่า วิธีการหัดขี่ช้างเผือกหรือช้างมงคล การใช้เวทย์มนต์คาถาในการฝึกบังคับช้าง และวิธีปฏิบัติในการอยู่ร่วมกัน ความผูกพันกับช้างที่ตนฝึก

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามี “กรมพระคชบาล” คอยดูแลเรื่องการฝึกฝนช้างและช้างศึกโดยเฉพาะครับ เชื่อว่ากรมนี้น่าจะเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยเจ้าสามพระยา หลังจากตีเมืองเขมรพระนครหลวงได้ และนำพราหมณ์ที่เชี่ยวชาญด้านคชศาสตร์พร้อมตำราคชศาสตร์กลับมาด้วย

จนถึงสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศิลปศาสตร์แห่งคชสารเป็นที่นิยมมาก พระองค์เชี่ยวชาญวิชาคชศาสตร์และคชศึก ทรงฝึกฝนช้างทรงด้วยพระองค์เอง จนเป็นพระมหากษัตริย์นักรบบนหลังช้างที่ยิ่งใหญ่ จากหลักฐานบันทึกของชาวต่างชาติร่วมสมัย

ต่อมาในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก็ทรงโปรดช้างมาก เพราะทรงฝึกฝนการขี่บังคับช้างมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อขึ้นครองราชย์จึงโปรดที่จะเสด็จออกโพนช้าง(กวาดต้อน)ด้วยพระองค์เองหลายครั้ง

พระองค์ทรงมีกลเม็ดเคล็ดลับมากมายในการคล้องและฝึกช้าง จึงทรงโปรดให้รวบรวมเป็นตำราขึ้นเพื่อการสืบทอด โดยเน้นเฉพาะไปที่ผู้ที่จะมาเป็นตำแหน่งสมุหพระคชบาลเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็ทรงแยกกรมพระคชบาลให้ไปอยู่ในบังคับบัญชาของสมุหกลาโหม ทรงตั้งกรมช้างต้น (ช้างหลวง) ขึ้นใหม่ สังกัดอยู่กับกรมวังเพื่อใช้ในกิจการของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์โดยเฉพาะ”

_________________________________

เพิ่มเติมโดยทางอีศาน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี : ชมพูทวีป มีความหมายได้ 2 ประการ
– ประการแรกหมายถึง ดินแดนที่เป็นประเทศประเทศอินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ ศรีลังกา เนปาล ภูฏาน และมัลดีฟส์ในปัจจุบัน มีชื่อเรียกทางภูมิศาสตร์ที่เรียกว่า “เอเชียใต้” หรือ “อนุทวีปอินเดีย” หรือ “ภารตวรรษ” (Bharatavarsa)
– ประการที่สองหมายถึงทวีปใหญ่ทางทิศใต้ของเขาพระสุเนรุซึ่งเป็น 1 ใน 4 ทวีปของชาวภารตะ (อุตรกุรูทวีป บุพวิเทหทวีป ชมพูทวีป และอมรโคยานทวีป)

อ่าน: คำฉันท์ (1) วรรณลีลา มรดกชาติ
อ่าน: คำฉันท์ (2) จากอินโด-อารยัน สู่สยามพากย์ 
อ่าน: คำฉันท์ (3) วรรณลีลา มรดกชาติ
อ่าน: คำฉันท์ (4) วรรณลีลา มรดกชาติ
อ่าน: คำฉันท์ (5) วรรณลีลามรดกชาติ
อ่าน: คำฉันท์ (6) วรรณลีลามรดกชาติ ครุ ลหุ
อ่าน: คำฉันท์ (7) วรรณลีลามรดกชาติ เสียงตก
อ่าน: คำฉันท์ (8) วรรณลีลามรดกชาติ
อ่าน: คำฉันท์ (9) วรรณลีลามรดกชาติ ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง 1
อ่าน: คำฉันท์ (10) วรรณลีลามรดกชาติ ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง 2
อ่าน: คำฉันท์ (11) วรรณลีลามรดกชาติ ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง 3
อ่าน: คำฉันท์ (12) วรรณลีลามรดกชาติ ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง (จบ)
อ่าน: คำฉันท์ (13) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 1
อ่าน: คำฉันท์ (14) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 2
อ่าน: คำฉันท์ (15) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 3
อ่าน: คำฉันท์ (16) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 4
อ่าน: คำฉันท์ (17) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 5
อ่าน: คำฉันท์ (18) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 6
อ่าน: คำฉันท์ (19) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 7
อ่าน: คำฉันท์ (20) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 8
อ่าน: คำฉันท์ (21) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 9
อ่าน: คำฉันท์ (22) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 10
อ่าน: คำฉันท์ (23) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 11
อ่าน: คำฉันท์ (24) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 12
อ่าน: คำฉันท์ (25) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 13
อ่าน: คำฉันท์ (26) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 14
อ่าน: คำฉันท์ (27) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 15
อ่าน: คำฉันท์ (28) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 16
อ่าน: คำฉันท์ (29) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 17
อ่าน: คำฉันท์ (30) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 18
อ่าน: คำฉันท์ (31) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 19
อ่าน: คำฉันท์ (32) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 20
อ่าน: คำฉันท์ (33) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 21
อ่าน: คำฉันท์ (34) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 22
อ่าน: คำฉันท์ (35) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 23
อ่าน: คำฉันท์ (36) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 24
อ่าน: คำฉันท์ (37) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 25
อ่าน: คำฉันท์ (38) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 26
อ่าน: คำฉันท์ (39) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 27
อ่าน: คำฉันท์ (40) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 28
อ่าน: คำฉันท์ (41) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 29
อ่าน: คำฉันท์ (42) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 30
อ่าน: คำฉันท์ (43) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 31
อ่าน: คำฉันท์ (44) วรรณลีลามรดกชาติ สมุทรโฆษคำฉันท์ 32


วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : จาก ‘สิบหกเจาไท’สู่ ‘สิบสองจุไท’
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : Supermarket ที่ (เราควร) รัก
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : ชื่อเก่าของแขวง “อัตตะปือ” เมืองลุ่ม – เมืองลาวหลง – รามะลักองกาน – บ้านเก่าหาดขี้ควาย – แอกะปือ – อัตตะปือ
วรรณศิลป์ : ขึ้นทะเบียนสัตว์ คิดได้ไง
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : เมืองคง โรงเรียนสร้างคน
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : วิถีกินอยู่คนอีสาน อาหารภัตตาคารในเถียงนาน้อย ลาบเทา
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : พระยืนทวารวดี นิยมแบบจีวรเรียบ
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : ที่ทำการชาวนา : สง่า ด่วนรับรัมย์ ศูนย์บัญชาการเพื่อทางรอดของชุมชน
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : รัฐโมโลยู – ที่ตั้งอาณาจักรมลายูโบราณ

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
5058496  Views