| ผู้บัญญัติคำว่า “ลูกทุ่งอีสาน” เป็นครั้งแรก
วรรณศิลป์ | วันที่ 11 กันยายน 2560 | ผู้บันทึก: xers | ผู้ชม: 989

ผู้บัญญัติคำว่า “ลูกทุ่งอีสาน” เป็นครั้งแรก
คอลัมน์ : เสียงเมือง
Column : Sound of the City
โดย: “ทิดโส สุดสะแนน
นิตยสาร “ทางอีศาน” ฉบับที่ ๖๔
ปีที่ ๖ ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐

ผมเรียนจบมัธยมปีที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๐๓ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ครู “ก. แก้วประเสริฐ” ท่านเป็นนักเขียนนักข่าวบันเทิงและจัดพิมพ์หนังสือเพลงจำหน่ายด้วย

พ.ศ.๒๕๐๘ สอบเข้ารับราชการที่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นนักแต่งเพลงเต็มตัวเพราะมีเพลงได้บันทึกแผ่นเสียงครั้งแรกถึง ๔ เพลง ทั้งแต่งเพลง ทั้งเขียนข่าวบันเทิงและยังรับราชการอยู่

พ.ศ.๒๕๑๔ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และเริ่มเป็นนักจัดรายการวิทยุครั้งแรกที่สถานีวิทยุ “ตชด.๕๗๐” จัดรายการพูดภาษาลาวเป็นคนแรกในสถานีวิทยุกลางกรุงเทพฯ ตั้งชื่อรายการว่า “อีสานบ้านเฮา” เอกลักษณ์พูดลาวพื้น ๆ พูดผญาคำกลอน เปิดเพลงสลับหมอลำ รายการดังมีชื่อเสียง มีเพื่อน ๆ มาชวนไปจัดงานแสดงดนตรี สมัยก่อนยังไม่เรียกว่า “คอนเสิร์ต” ถ้าจัดกลางแจ้งล้อมผ้าหรือรั้วสังกะสีเรียกว่า “จัดสวนสนุก” ถ้าจัดแสดงในโรงหนังเรียกว่า “ปิดวิก” แต่สถานที่ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะจุคนดูได้มาก เป็นสัดส่วนก็คือ “เวทีมวยลุมพินี” วันว่างจากโปรแกรมชกมวยไปเช่าจัดแสดงดนตรี หมอลำ แฟนจะนิยมมาก

ราว พ.ศ.๒๕๑๕ เพื่อนคนหนึ่งเป็นนักข่าวบันเทิงรุ่นหลังผมชื่อ สมชาย ทองขาว เขาเป็นนักจัดแสดงดนตรีด้วย และมาจ้างให้ผมโฆษณาทางวิทยุประจำ ก่อนหน้านั้นเขาจัดประชัน “ดนตรี ๔ ภาค” มีวงดนตรี “ชาย เมืองสิงห์” “หนังตะลุงจูเลี่ยม” ภาคเหนือก็ “บุญศรี รัตนัง” ภาคอีสานหมอลำคณะ “อุบลพัฒนา” ประสบผลสำเร็จพอสมควร คราวนี้เขามาปรึกษาผมว่าจะเอาเฉพาะภาคอีสาน เช่น ศักดิ์สยาม เทพพร ดาวฯ เขาให้ผมช่วยคิดสโลแกนสั้น ๆ พวกนี้หมอลำก็ไม่ใช่ลูกทุ่งก็ไม่เชิง จะเรียกให้คนเข้าใจว่าเป็นศิลปินที่มาจากภาคอีสานทั้งหมด ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกได้บอกว่า “ลูกทุ่งอีสาน” ได้ไหมคุณสมชาย ดีดมือเป๊าะบอกว่าใช่เลย

งานครั้งนี้ผมคิดคำสโลแกนโฆษณาว่า “ชมการประชันของนักร้องลูกทุ่งอีสานล้วน ๆ ครั้งแรกในกรุงเทพฯ” คุณสมชาย ยังขอให้ผมไปช่วยจัดรายการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสถานีวิทยุให้ด้วย โดยไปเช่าเวลาสถานีวิทยุ “ร.ด.” วันละครึ่งชั่วโมง ๑ เดือน ผมตั้งชื่อรายการว่า “ลูกทุ่งอีสาน” ในรายการจะเปิดเฉพาะเพลงที่นักร้องจะมาโชว์ในงานสลับสปอตโฆษณาเท่านั้น คุณสมชายก็เขียนข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐทุกวัน

จนถึงวันงาน ผมต้องไปเป็นโฆษกพิธีกรเปิดงานบนเวทีด้วย เปิดขายบัตรผ่านประตูตั้งแต่สี่โมงเช้าจะเปิดการแสดงบ่ายโมงตรง ผมไปถึงเวทีมวยลุมพินี ๑๑ โมงเช้า เห็นพี่น้องแฟนเพลงชาวอีสานทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเหมารถมารีบซื้อบัตรจนแน่นหน้าสนามมวย ผมแวะเข้าไปนั่งทานนํ้าในร้านค้าหน้าสนามมวย มีแฟนเพลงเต็มร้านไปหมด ขณะนั่งดูดเป๊ปซี่อยู่ได้ยินกลุ่มวัยรุ่นแฟนเพลงกลุ่มหนึ่งคุยกันว่า “มึงว่าบักทิดโสสิมาบ่มื่อนี้” อีกคนตอบว่า “มาตี้ ทิดโส โฆษณาเองบ่มาได้บ้อ” ที่เขาถามกันอย่างนั้นก็เพราะในยุคนั้น ทิดโส ชื่อดังมาก มีนักจัดงานแอบอ้างเอาชื่อไปโฆษณาหลอกลวงชาวบ้านจนแฟนเพลงไม่ค่อยแน่ใจ แม้แต่ร้านอาหารอีสานยังเอาไปแอบอ้างว่า “ร้านอาหารทิดโส” ก็มี พอเขาคุยกันแบบนั้นผมกลัวเขาจะหันมาเห็นผมและจำได้ ผมเลยรีบจ่ายตังค์แล้วแว๊บออกจากร้านมาก่อน

ปรากฏการณ์แฟนเพลงแย่งกันซื้อบัตร จนห้องขายบัตรหรือห้องขายตั๋วที่ทำด้วยกระจกแตก เขาเรียกว่า “ขายดีจนห้องตั๋วแตก” ขายบัตรหมดเกลี้ยงจึงปิดห้องตั๋ว ยังมีแฟน ๆ ที่ซื้อบัตรไม่ได้อีกเป็นร้อย ออกันอยู่หน้าสนามมวย

ส่วนภายในเวทีมวยที่เขาแบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือชั้น ๒ ด้านหลัง และชั้นริงไซด์ติดเวที มีตาข่ายลวดแบ่งไว้ ปรากฏชั้น ๒ คนแน่นจนเบียดเสียดเยียดยัด หลายคนพยายามผลักตาข่ายลวดกั้นจนหลุดออก คนชั้น ๒ จึงเฮโลกันข้ามมาชั้นริงไซด์ที่พอมีที่ว่าง พังตาข่ายแย่งเก้าอี้หักพังไปหลายตัว คุณสมชายผู้จัดงานวิ่งมาบอกให้ผมระงับเหตุ ผมจึงชวนคุณเลื่อน ลองชัยภูมิ เพื่อนนักจัดรายการคู่หูของผมวิ่งขึ้นเวทีหยิบไมค์ประกาศขอร้อง “วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ของพี่น้องชาวอีสานในกรุงเทพฯ ที่มาเป็นแรงใจชื่นชมลูกทุ่งอีสานเรามากมาย มีนักข่าวมาทำข่าว อย่าให้วุ่นว่ายจนมีเรื่องเป็นข่าวจนทำให้คนอีสานเราเสียชื่อไปด้วย ส่วนพี่น้องที่พลาดโอกาสไม่มีบัตร รออยู่ข้างนอก ทางสนามมวยจะตั้งลำโพงถ่ายทอดเสียงออกไปให้ท่านฟังเสียงอยู่ข้างนอก” ทุกคนค่อยสงบ ทยอยนั่งลงจนหมดดนตรีเปิดแสดงจนจบด้วยรอยยิ้มความสุขทุกฝ่าย

ผู้จัดงานเก็บรายได้เกือบแสน แต่ต้องจ่ายค่าห้องตั๋วพัง ลวดตาข่าย และเก้าอี้ที่นั่งพังลงไปหลายตัวเป็นเงินสามหมื่นบาทให้กับเวทีมวย แต่ก็ยังเหลือกำไรอีกเยอะ

หลังจากนั้นมา พ.ศ.๒๕๑๖ ผมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “บัวลำภู” ให้นางเอกหมอลำสาวคณะอุบลพัฒนา ชื่อ “อังคนางค์ คุณไชย” ขับร้องและร่วมแสดงด้วย ชื่อเพลง “อีสานลำเพลิน” เพลงดังจากสถานีวิทยุทางภาคอีสานเข้ามากรุงเทพฯ แฟน ๆ เพลงขอฟังไปตามรายการเพลงลูกทุ่ง สถานีวิทยุต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ นักจัดรายการบางคนประกาศว่า “รายการนี้เป็นรายการเพลงลูกทุ่ง ไม่เปิดหมอลำ” จนมีนักจัดรายการ ผู้สื่อข่าวบันเทิง
หนังสือพิมพ์ โทรศัพท์มาสอบถามผมว่า “อีสานลำเพลิน” เป็นหมอลำหรือเพลงลูกทุ่ง ผมบอกไปว่า “อีสานลำเพลินเป็นลูกทุ่ง แต่เป็นลูกทุ่งอีสาน” จากนั้นนักจัดรายการเพลงลูกทุ่งทนเสียงขอฟังไม่ไหวจึงยินยอมเปิดในรายการลูกทุ่งและเรียกเพลงประเภทนี้ว่า “เพลงลูกทุ่งอีสาน” เป็นที่ยอมรับกันมาจนปัจจุบันนี้ ต่อมาอีกปีก็มีเพลงแนว “ลูกทุ่งคำเมือง” “ลูกทุ่งปักษ์ใต้” เกิดตามมา

ต่อมาอีกหลายปี ผมในฐานะ “ประธานชมรมโฆษกวิทยุอีสานในกรุงเทพฯ” และคณะกรรมการชมรมฯ ได้จัดประชันดนตรีครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง คราวนี้จัดที่เวทีมวยราชดำเนิน นำนางเอกหมอลำ “บานเย็น รากแก่น” “อังคนางค์ คุณไชย” “สไบแพร บัวสด” “เทพพร เพชรอุบล” ประชันกับลูกทุ่งดังขวัญใจคนเดิม “สายัณห์ สัญญา” แฟนเพลงล้นหลามไม่แพ้กัน แต่เวทีไม่แตกเพราะเวทีมวยราชดำเนินบรรจุคนดูได้มากกว่า

ในฐานะเป็น “ประธานชมรมโฆษกวิทยุอีสานในกรุงเทพฯ” ได้นำชมรมฯจัดกิจกรรม จัดงานสวนสนุกเพื่อสาธารณกุศลฯ ปีละหลายครั้งนำคณะหมอลำดังจากอีสานมาประชันวงดนตรีดังในกรุงเทพฯ หรือนำหมอลำมาประชันลูกทุ่งอีสานฯ และจัดงานในโอกาสเทศกาลต่าง ๆ เช่นสงกรานต์ ลอยกระทง วันแรงงาน หรือปีใหม่ ฯลฯ

ปี พ.ศ.๒๕๑๓-๒๕๑๖ ยังเป็นยุคหนังไทยเฟื่องฟู “ชรินทร์ นันทนาคร” จากนักร้องลูกกรุงยอดนิยม ผันตัวมาเป็นผู้สร้าง ผู้กำกับหนังหลายเรื่อง ตอนสร้างหนังเรื่อง “แผ่นดินแม่” ได้นำนางเอกหมอลำ “บานเย็น รากแก่น” มาประชันกับนักร้องลาวที่กำลังดังในยุคนั้น คือ “ก.วิเศษ” และมอบให้ผู้เขียนแต่งเพลงไตเติ้ลให้คือเพลง “คืนเพ็ญเข็นฝ้าย” ให้นางเอกบานเย็น รากแก่นเป็นผู้ขับร้อง เป็นเพลงแนวลูกทุ่งผสมหมอลำคล้ายเพลง “อีสานลำเพลิน” ที่นางเอกหมอลำ “อังคนางค์ คุณไชย” ขับร้องในหนังเรื่อง “บัวลำภู” ที่ครูรังสีสร้าง แต่เพลง “คืนเพ็ญเข็นฝ้าย” ใช้ดนตรีบรรเลงเกือบ ๒๐ ชิ้น จนนักดนตรีล้นห้องอัดเสียงต้องลดดนตรีลงหลายชิ้น การบันทึกเพลงประกอบหนังโดยเฉพาะเพลงไตเติ้ลต้องยิ่งใหญ่ให้สมกับหนัง “ฟอร์มยักษ์” ในห้องอัดก็ต้องสับสนวุ่นวายกันพอสมควร ผู้ควบคุมการอัดต้องจัดไมค์ จัดห้องให้นักดนตรีแต่ละชิ้น แต่ละประเภทให้เป็นสัดส่วน กระจายกันอยู่เต็มห้องโดยเฉพาะเพลงผสมหมอลำที่เรียกว่า “เพลงลูกทุ่งอีสาน” นี้ยังต้องมีดนตรีพื้นเมืองอีสานบรรเลงร่วมด้วย เช่น พิณ แคน โปงลาง ก็ยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม ฯลฯ

(ป.ล.) อ่านข้อเขียนของ อาจารย์ทองแถม นาถจำนง ในหนังสือ หนึ่งสมอง สองขาฯ แล้ว เห็นด้วยกับเรื่องวัฒนธรรมเปรียบเหมือนสมอง วัฒนธรรมก็คือวิถีชีวิตที่สืบต่อกันในทางที่ดีเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีของมนุษย์ได้วัฒนธรรมเป็นของมนุษย์และสัตว์สิ่งมีชีวิตทุกชีวิต แต่วัฒนธรรมมีทั้งวัฒนธรรมที่ดีและวัฒนธรรมที่เลว ต้องแยกแยะให้ถูก อย่ามั่ว อย่าอีโก้.

__________________________

อ่านรายละเอียดที่นี่ http://e-shann.com/?p=15924
อ่านตัวอย่างอีบุ๊กคลิกที่นี่ http://e-shann.com/wp-content/emagazine/64/

ติดตามเนื้อหาในเล่มได้ที่…
ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ซีเอ็ด นายอินทร์
สั่งซื้อ: 02-552-4070
อีเมล: e-shann@hotmail.com

อีบุคราคาเพียง 60 บาท ที่
MebMarket
4Dbook
DDeBook

นิตยสาร “ทางอีศาน” เปิดให้ผู้สนใจเข้าไปอ่านหัวข้อข่าว เรื่องราวเด่น ๆ หรือดาวน์โหลดใบสมัครสมาชิก รวมถึงร่วมเสนอความคิดเห็น อ่านรายละเอียดและสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ http://e-shann.com/


วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 67 จดหมาย
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม : โตเปี๊ยะ (ตัวฟ้าผ่า) ของจ้วง เจ้าฟ้าแผดขวานคำ ของไทอาหม
วรรณศิลป์ : สาส์นจากทางอีศาน 67
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 67 บทบรรณาธิการ : โจกโหลกฟ้า
นิตยสารทางอีศาน : 67
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 66 ปิดเล่ม : ประเทศไทยกับภาวะการเปลี่ยนแปลง
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม : ๑๒ เดือนของไทมาว
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 66 : จดหมาย
บทกวี, ผญา, คำกลอน : ทางอีศาน 66 : ทำดีถวายไท้
วรรณศิลป์ : สาส์นจาก “ทางอีศาน” 66

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
4454763  Views