| ทางอีศาน 78 : Supermarket ที่ (เราควร) รัก
วรรณศิลป์ | วันที่ 12 ตุลาคม 2561 | ผู้บันทึก: chonniyom | ผู้ชม: 140

นิตยสาร “ทางอีศาน” ฉบับที่ ๗๘
ปีที่ ๗ ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๑
นิตยสารรายเดือนของชาวอีสานและคนไททุกภูมิภาค
ลึกซึ้งรากเหง้า เข้าใจปัจจุบัน รู้ทันอนาคต

Supermarket ที่ (เราควร) รัก

โดย : ปรีชญา ข้าวบ่อ

ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของไทย มีจำนวนสาขารวมกันทั่วประเทศมากกว่า ๓,๐๐๐ สาขา และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งยังมีอัตราการเติบโตของลูกค้าและยอดขายอย่างต่อเนื่องในตลอดสิบปีที่ผ่านมา มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในหลักล้านล้านบาท

แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีข่าวเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิและกดขี่ผู้คนที่เป็นผู้ผลิตต้นทางอาหารจำนวนไม่น้อย เช่น การบังคับใช้แรงงานในภาคประมง การซื้อขายที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สารเคมีตกค้าง จนผู้บริโภคอย่างเราเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าสินค้าที่เราซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตในทุกวันนี้ปนเปื้อนคราบน้ำตาของใครหรือเปล่า

ในปี ๒๕๕๙ มูลนิธิชีววิถีได้ศึกษาพบว่าห่วงโซ่อุปทานอาหารของไทยมีลักษณะเป็นคอขวด กล่าวคือมีเกษตรกรมากถึง ๒๓ ล้านคน ในขณะที่จำนวนของผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ ผู้ค้า ผู้ผลิตและจำหน่ายค้าปลีกส่งรายใหญ่มีน้อยแต่มีการกระจุกตัวของมูลค่าทางเศรษฐกิจในกลุ่มดังกล่าว โครงการของธุรกิจอาหารจึงมีความไม่สมดุลในเชิงอำนาจการต่อรอง การกระจายมูลค่า และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับงานวิจัยจากองค์การอ็อกแฟมสากลในปี ๒๕๖๑ ที่ยืนยันถึงปัญหาในห่วงโซ่อุปทานอาหารที่วางจำหน่ายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าปัญหาในหลายประเทศทั่วโลก เกษตรกรหรือผู้ผลิตอาหารกลับเป็นผู้ที่ขาดความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากรายได้จากการขายสินค้าการเกษตรนั้นไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างมีคุณภาพ ทั้งแรงงานในอุตสาหกรรมแปรรูปนั้นมีรายได้น้อยกว่าค่าครองชีพ ทำให้แรงงานจำนวนมากต้องทำงานล่วงเวลา บางรายต้องทำเกิน ๑๔ ชั่วโมงต่อวันและพบแรงงานในบางอุตสาหกรรมได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารชั้นนำหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยผู้ส่งออกอาหารอันดับต้น ๆ ของโลก ความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทานสินค้าอาหารที่วางจำหน่ายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ชวนให้ตั้งคำถามถึงบทบาทของผู้ที่มีอำนาจต่อรองในฐานะ ‘ผู้ซื้อ’ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อผลกำไรและอำนาจการต่อรองในกระบวนการผลิตและจำหน่ายอาหารถูกผูกขาดอยู่กับบริษัทผู้ผลิต โรงงานแปรรูป และผู้ค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่เจ้า ขณะที่ผู้ผลิตรายย่อยอย่างเกษตรกรและแรงงานจำนวนมากยังได้รับค่าจ้างไม่เป็นธรรม ถูกละเมิดสิทธิพื้นฐาน และขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ ๔ กันยายนที่ผ่านมาจึงมีงานเปิดตัวทีม “ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่รัก” จัดโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายที่เปลี่ยนโลก และองค์การอ็อกแฟมในประเทศไทย เพื่อประเมินนโยบายสาธารณะของซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ในมิติด้านสังคมและความโปร่งใส เพื่อสะท้อนถึงนโยบายที่มีในปัจจุบันและเพื่อการพัฒนาในระยะยาวต่อไป

โดยมีการพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ของ๔ ผู้บริโภค ได้แก่ วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ คุณพ่อลูกสองและพิธีกรชื่อดัง, ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว ๓ มิติ, สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล และผู้ก่อตั้งป่าสาละ และวริศรา ศรเพชร ผู้อำนวยการ change.org
ประเทศไทย

คุณฐปนี เอียดศรีไชย กล่าวว่า เมื่อประมาณ ๓ ปีที่แล้วตอนไปทำข่าวแรงงานประมง ทั้งแรงงานไทย กัมพูชา ลาว ที่ถูกหลอกลงเรือไปทำงานที่เกาะเบนจิน่า อินโดนีเซีย เป็นคดีการค้ามนุษย์ เราได้เจอแรงงานประมงที่โดนหลอกไปตั้งแต่อายุ ๑๓ เจอแรงงานที่ต้องเป็นคนผีในอินโดฯ และกลายเป็นคนไม่มีตัวตนเนื่องจากเค้าไม่มีบัตรก็ไม่มีทางกลับได้ บางคนก็โดนขังคุกไม่ได้กลับ คุกที่ว่าก็อยู่ในบริษัทที่ทำการประมง สภาพชีวิตของแต่ละคนแย่มากนึกภาพว่าบางคนไปทำงานตั้งแต่เด็กหายไปเป็นสิบยี่สิบปี ครอบครัวก็ตายหมดแล้ว ครั้งนั้นพอเราได้นำเสนอข่าวออกไปถึงการถูกกดขี่ คุณภาพชีวิตไม่ตายก็ป่วย แม้กระทั้งศพที่เราไปเจอบางคนเป็นคนไทยแต่ป้ายชื่อเป็นคนเขมร

ผลผลิตจากการค้ามนุษย์หรือการใช้แรงงานทาส เรียกว่าแรงงานทาสในเรือประมงได้เลย ต้องสูญสิ้นไปโดยเรียกร้องอะไรมาไม่ได้เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เราเลิกกินเลิกซื้ออาหารกระป๋องที่มาจากแรงงานเหล่านี้

ซึ่งแรงงานเหล่านี้ก็คือต้นทางอาหารของเรา ที่ไม่ได้เป็นการทำงานแลกเงินด้วยซ้ำแต่เป็นการทำงานเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ เรารู้สึกว่าธุรกิจแบบนี้มันโหดร้ายเกินไป เราต้องสะท้อนกลับไปยังผู้ประกอบการว่า ต้องเคารพสิทธิมนุษยชน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ฉะนั้นเวลาที่เรากินอะไรเข้าไป เราก็อยากรู้ที่มาของอาหาร เพราะเราไม่อยากสนับสนุนธุรกิจที่มาจากการค้ามนุษย์

ด้านวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วมีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องยาฆ่าแมลงหรือสารตกค้างที่อยู่ในผัก โดยผักที่บอกว่าปลอดยาฆ่าแมลงและเป็นผักออแกนิคที่อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต พบว่ามีสารตกค้างและปนเปื้อนอยู่ในผักหลายชนิด ทำให้ผมรู้สึกกังวลเพราะว่าเรามีลูกด้วย

ผมคิดว่าคนที่ไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตต้องการความสะดวกสบาย และราคาคุ้มค่าที่จะจ่ายมากที่สุด การจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกสบายใจขึ้นคุณต้องมีการเปิดกว้างในการตรวจสอบที่มาที่ไปของอาหาร หรือมีหน่วยงานของภาคประชาชนเข้ามาตรวจเรื่องของอาหาร เนื้อสัตว์หรือผักสดว่ามีสารปนเปื้อนไหม ต้องมีการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ

ยิ่งถ้าเปิดเผยให้เห็นที่มาในเรื่องของบุคลากร โรงงานที่ผลิต คนที่ทำงานในโรงงานถ้าสามารถนำเสนอได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่คาดหวังที่จะให้เค้าทำขนาดนั้นก็ยาก ผมอยากจะบอกตรงนี้ว่าคุณทำเรื่องของการประชาสัมพันธ์คุณเอาเงินไปลงงบในการโฆษณาซูเปอร์มาร์เก็ตของคุณมากมาย นี่แหละคือการประชาสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและนำมาเสนอให้คนตื่นตัวให้คนได้รู้หลายคนอาจจะไม่อินกับเรื่องนี้ เค้าอาจจะมองว่าแล้วไงจะทำให้ราคาสินค้าที่เราซื้อมันถูกลงไหมละ เพราะสิ่งสำคัญของผู้บริโภคคือราคา แต่ในระยะยาวถ้าตอกย้ำในเรื่องพวกนี้กันอยู่เสมอจะทำให้คนตื่นตัวแล้วก็มองแบรนด์ของคุณว่ามีความใส่ใจ คุณจะได้ลูกค้าที่ยินดีจะมาใช้บริการ
คุณ

ทั้งหมดนี้จึงมีการเรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยขายอาหารที่ไม่เอาเปรียบเกษตรกร – แรงงาน ระบบอาหารที่ไม่ยั่งยืนนี้กำลังเติบโตและสร้างผลกระทบต่อคนต้นทาง สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และที่สำคัญคือตัวผู้บริโภคเอง

ปัจจุบันผู้บริโภคตระหนักรู้และมีส่วนร่วมส่งเสริมความเป็นธรรมและยั่งยืนได้มากน้อยแค่ไหน? อย่างไร? จะดีกว่าไหมถ้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่เราใช้บริการมีความรับผิดชอบต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในทุกด้าน ทุกคนคือคนสำคัญ คือผู้เล่นรายใหญ่ในฐานะผู้ซื้อ เพื่อทำให้นโยบายพื้นฐานต่าง ๆ บรรลุเป้าหมายให้คนไทยได้บริโภคสินค้าที่ดีในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เรารักอย่างแท้จริง

*ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.dearsupermerkets.com
เฟซบุ๊ก : ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก

 


วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : จาก ‘สิบหกเจาไท’สู่ ‘สิบสองจุไท’
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : Supermarket ที่ (เราควร) รัก
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : ชื่อเก่าของแขวง “อัตตะปือ” เมืองลุ่ม – เมืองลาวหลง – รามะลักองกาน – บ้านเก่าหาดขี้ควาย – แอกะปือ – อัตตะปือ
วรรณศิลป์ : ขึ้นทะเบียนสัตว์ คิดได้ไง
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : เมืองคง โรงเรียนสร้างคน
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : วิถีกินอยู่คนอีสาน อาหารภัตตาคารในเถียงนาน้อย ลาบเทา
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : พระยืนทวารวดี นิยมแบบจีวรเรียบ
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : ที่ทำการชาวนา : สง่า ด่วนรับรัมย์ ศูนย์บัญชาการเพื่อทางรอดของชุมชน
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 78 : รัฐโมโลยู – ที่ตั้งอาณาจักรมลายูโบราณ

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
5058662  Views