| ทางอีศาน 81 : “เมรุนกหัสดีลิงค์” อริยะประเพณีในแผ่นดินอีสาน
วรรณศิลป์ | วันที่ 18 มกราคม 2562 | ผู้บันทึก: chonniyom | ผู้ชม: 1,315

นิตยสาร “ทางอีศาน” ฉบับที่ ๘๑
ปีที่ ๗ ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๒
นิตยสารรายเดือนของชาวอีสานและคนไททุกภูมิภาค
ลึกซึ้งรากเหง้า เข้าใจปัจจุบัน รู้ทันอนาคต

เมรุนกหัสดีลิงค์ พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต) เจ้าคณะใหญ่เมืองอุบลราชธานี พ.ศ.๒๔๔๖ ในบทความของ ดร.ฌอง บร็องก์

“เมรุนกหัสดีลิงค์”
อริยะประเพณีในแผ่นดินอีสาน

วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ เป็นวันจัดพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) โดยใช้ “เมรุนกหัสดีลิงค์” ตามอริยะประเพณีโบราณในการปลงศพพระมหาเถระ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เปิดผ้าม่านกั้ง เกี่ยวกับพิธีปลงศพด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์ซึ่งเป็นการสืบทอดอริยะประเพณีในแผ่นดินอีสาน

การปลงศพด้วยนกของชาวอุษาคเนย์

คติการปลงศพด้วยนกของชาวอุษาคเนย์ มีหลักฐานทางโบราณคดียืนยันได้ว่ามีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังปรากฏภาพพิธีกรรมส่งผีขวัญที่มีองค์ประกอบภาพที่สำคัญ คือภาพนกอยู่บนหน้ามโหระทึก ด้วยเหตุที่คนโบราณเชื่อว่า นกเป็นสัตว์ที่สามารถเดินทางไปบนฟ้า อันเป็นดินแดนที่มนุษย์ในยุคบรรพกาลเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของเมืองแถน ซึ่งเป็นโลกศักดิ์สิทธิ์ในคติทวิภูมิ ก่อนที่คติไตรภูมิจากชมพูทวีปจะแพร่เข้ามาในดินแดนอุษาคเนย์เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๐๐๐

ส่วนคติไตรภูมิที่รับเข้ามาในชั้นหลัง ได้กล่าวถึงการปลงศพด้วยนกของชาวอุตตรกุรุทวีปว่านกอินทรี นกกด หรือนกหัสดีลิงค์ จะเข้ามาคาบศพออกไปทิ้งยังที่อื่น สอดรับกันกับคติเรื่องนกส่งผีขวัญสู่เมืองฟ้าที่มีอยู่ก่อนได้อย่างลงตัว

จากภาพวาดงานพระเมรุสมเด็จพระเพทราชา ประมาณ พ.ศ.๒๒๔๗ – ๒๒๔๘ แสดงให้เห็นว่ามีการสร้างหุ่นนกอินทรียืนแท่นรับบุษบกนำหน้ากระบวนรูปสัตว์อื่น ๆ สะท้อนให้เห็นคติการปลงศพด้วยนกที่สืบต่อมาในสมัยอยุธยา

สำหรับวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้ำโขง ปรากฏร่องรอยการปลงศพด้วยนกทั้งในดินแดนเชียงรุ้ง เชียงทอง (หลวงพระบาง) เชียงใหม่ และในดินแดนอีสาน โดยมีการสร้างเมรุเป็นรูปนกหัสดีลิงค์

การสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ แต่เดิมจะสร้างเป็นนกขนาดใหญ่บนไม้ “แม่พะนอน” สำหรับชักลาก มีบุษบกหอแก้วบนหลังนกซึ่งมีหีบศพตั้งอยู่กลางหลังนกนั้น ลักษณะของเมรุนกหัสดีลิงค์ จะสร้างเป็นนกตัวใหญ่ มีหัวเป็นนก แต่มีงวงและงาเหมือนช้าง มีหางเป็นลายกนกเหมือนหงส์สามารถส่ายหัว ม้วนงวง กะพริบตา อ้าปากกระพือหู ขยับปีกได้เหมือนนกนั้นมีชีวิต

เมรุนกหัสดีลิงค์ปลงศพเจ้านาย

การปลงศพเจ้านายด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์ในล้านนา ปรากฏในพงศาวดารโยนกว่าแรกมีขึ้นในใน พ.ศ.๒๑๒๑ หรือประมาณ ๔๔๐ ปีก่อน ความว่า “…ลุศักราช ๙๔๑๐ ปีขาล สัมฤทธิศก เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ นางพระยาวิสุทธิราชเทวีผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ถึงพิราลัย พระยาแสนหลวงแต่งการศพทำเป็นพิมานบุษบก ตั้งบนหลังนก
หัสดินทร์ขนาดใหญ่ รองด้วยแม่สะดึง เชิญหีบพระศพขึ้นไว้ในบุษบกนั้นแล้วฉุดชักไปด้วยแรงคชสารเจาะพังกำแพงเมืองไปถึงทุ่งวัดโลกก็กระทำฌาปนกิจถวายเพลิง ณ ที่นั้น เผาพร้อมทั้งรูปสัตว์และวิมานที่ทรงศพนั้นด้วย จึงเป็นธรรมเนียมลาวในการปลงศพเจ้าผู้ครองนครทำเช่นนี้สืบกันมา…”

ส่วนในแผ่นดินล้านช้าง แม้ไม่มีบันทึกว่ามีการปลงศพเจ้านายด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์ตั้งแต่เมื่อใด แต่ปรากฏภาพถ่ายเมรุนกหัสดีลิงค์ในเมืองหลวงพระบางหลายงาน รวมทั้งรถเชิญโกศพระศพเจ้าเพชรราชที่ทำเป็นนกหัสดีลิงค์ ๓ หัว

ใน “ประวติเมืองอุบลราชธานี” ที่ ดร.ปรชี า พิณทอง ได้ปริวรรตจากคัมภีร์ใบลาน ได้กล่าวถึงตอนท้าวคำผงจัดงานศพพระวอพระตาโดยใช้เมรุนกหัสดีลิงค์ความว่า “…เถิงเมื่อตาวันซ้ายยามดีใส่พระโกศ สองพ่อลูกยอตั้งใส่หลัง นกหัสดีลิงค์นกงวงคือช้าง ช่างเขาทำดีแท้หูตาคิ้วงวงหย่อน หลับมืนตีงงวกไปขวาซ้าย คือจักบินเองได้พือหางขยับปีก เต๋อปากง้ำงวงยื้อหยอกสาว…” จึงเกิดเป็นแบบแผนในการปลงศพเจ้านายสายเมืองอุบลราชธานีที่สืบเชื้อสายต่อมา โดยจะใช้เมรุนกหัสดีลิงค์ปลงศพเฉพาะอาญาสี่ ได้แก่ เจ้าเมือง ๑ อุปฮาด ๑ ราชวงศ์ ๑ ราชบุตร ๑ รวมถึงบิดามารดาและภรรยาของอาญาสี่เท่านั้น ต่อมาเมื่อยกเลิกระบบอาญาสี่ การใช้เมรุนกหัสดีลิงค์ในเมืองอุบลราชธานีสำหรับเจ้านายจึงถึงกาลเปลี่ยนแปลงไป

เมรุนกหัสดีลิงค์ปลงศพพระมหาเถระ

หลักฐานการเริ่มใช้เมรุนกหัสดีลิงค์ในการปลงศพพระมหาเถระเมืองอุบลราชธานี ปรากฏในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เมื่อทรงส่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ไปเป็นข้าหลวงต่างพระองค์

ดร.ฌอง บร็องก์ ได้บันทึกเกี่ยวกับงานศพพระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต) เจ้าคณะใหญ่เมืองอุบลราชธานี ใน พ.ศ.๒๔๔๖ มีภาพรูปแบบเมรุนกหัสดีลิงค์ของพระเถระแรกมีในแผ่นดินอีสาน และเรื่องราวพิธีการฆ่านกหัสดีลิงค์ รวมทั้งภาพนางเทียมเจ้านางสีดา ซึ่งยังไม่พบในเอกสารอื่นใดที่เก่าไปกว่านี้

งานพระราชทานเพลิงพระอริยกวีด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์และพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์ด้วยเจ้านางสีดา ครั้งนั้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เสด็จเป็นประธานในการจุดฟักแคได้กลายเป็นแบบแผนอริยะประเพณีในการปลงศพพระมหาเถระผู้ทรงคุณธรรมในเมืองอุบลราชธานีสืบต่อมา ดังปรากฏในพิธีศพของอาชญาท่านธรรมบาล (ผุย ธมฺมปาโล) พ.ศ.๒๔๖๔ และพิธีศพพระครูวิโรจน์รัตโนบล (บุญรอด นนฺตโรสมจิต) พ.ศ.๒๔๘๖ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า พระมหาเถระผู้จะได้ปลงศพด้วยนกหัสดีลิงค์ในยุคแรกนั้นจะต้องเป็นหลักคำเมืองซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าเจ้าคณะจังหวัด

ต่อมา เมื่อมีพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ ทำให้ “ญาท่าน” หรือ เจ้าคณะตำบล มีสถานะเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ตามไปด้วย เมรุนกหัสดีลิงค์จึงมีการนำมาใช้กับพระเถระตั้งแต่เจ้าอาวาสขึ้นไป

การสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์จึงเป็นแบบแผนอริยะประเพณีในการปลงศพพระมหาเถระสืบต่อมา โดยมีธรรมเนียมว่า พระมหาเถระรูปใดเป็นผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ สมควรที่จะได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพโดยสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงคุณอันประเสริฐแห่งพระมหาเถระรูปนั้น

นางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์

แม้ว่าในมิติทางวัฒนธรรม เมรุนกหัสดีลิงค์จะเป็นวัฒนธรรมร่วมของคนในลุ่มแม่น้ำโขงที่สืบทอดพิธีการปลงศพด้วยนกมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล แต่พบว่า เอกลักษณ์ที่แตกต่างเฉพาะในพิธีการปลงศพด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์ของชาวอีสานคือ พิธีการ “ฆ่านกหัสดีลงิ ค์” ก่อนทำการเผา เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีพิธีการฆ่านกหัสดีลิงค์ในล้าน
นาและล้านช้าง อีกทั้งไม่มีการบันทึกเรื่องดังกล่าวไว้ใน “ประวัติเมืองอุบลราชธานี” ซึ่งกล่าวถึงการจัดการพิธีศพพระวอพระตา สืบมาจนถึงเจ้าเมืองอุบลราชธานีไว้อย่างละเอียด แต่ไม่มีการกล่าวถึงพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์เลย จึงเป็นข้อสงสัยว่า “พิธีฆ่านกหัสดีลิงค์ไม่ได้มีมาแต่เดิมในเมืออุบลราชธานีแต่น่าจะเกิดขึ้นในสมัยหลัง”

มุขปาฐะเรื่องนางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์มีหลายตำนาน ตำนานหนึ่งเล่าว่า นกหัสดีลิงค์บินมาจับคนที่ทุ่งหลวง ทุ่งปาง เมืองสุวรรณภูมิ เจ้าเมืองจึงให้ไปสืบหาผู้มีฝีมือในการฆ่านกหัสดีลิงค์ จนไปถึงเมืองตักศิลา เจ้าเมืองตักศิลาได้มอบศรให้เจ้านางสีดาผู้เป็นราชธิดา เจ้านางสีดาได้แผลงศรฆ่านกถึงแก่ความตาย เจ้าเมืองสุวรรณภูมิจึงเผานกนั้นและเกิดเป็นธรรมเนียมว่าเมื่อเจ้านายสิ้นชีวิต ให้สร้างเมรุรูปนกหัสดีลิงค์เพื่อถวายพระเพลิง…

เมรุนกหัสดีลิงค์ อาชญาท่านธรรมบาล (ผุย ธมฺมปาโล) หลักคำเมืองอุบลราชธานี วัดมณีวนาราม วัดป่าน้อย พ.ศ.๒๔๖๔

***อ่านฉบับเต็มเรื่อง “เมรุนกหัสดีลิงค์” อริยะประเพณีในแผ่นดินอีสาน ได้ใน นิตยสารทางอีศาน ฉบับที่ ๘๑ เดือนมกราคม ๒๕๖๒

 


วรรณศิลป์ : ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ 
วรรณศิลป์ : หมาเก้าหาง..ดนตรีอีศานคลาสสิก
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 82 : เมืองนครจำปาศักดิ์ – ๓ –
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 82 : ศิลปะลพบุรี
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน ๘๒ : (๘) ที่จุดเริ่มต้นคือที่สุดท้าย – ๑
วรรณศิลป์ : กราบพระธาตุพนม
วรรณศิลป์ : วิชาความรู้จะมีค่า ก็ต่อเมื่อถูกถ่ายทอด
วรรณศิลป์ : เทียวทางให้สุดเส้น อย่าถอยหลังให้คนย่ำ ตายกะตายหน่าพุ้น คนจั๊งญ่องว่าหาญ
วรรณศิลป์ : ประกาศระดมทุนพิมพ์หนังสือ “ภูมิบ้านนามเมือง คำใคร ไทย – มอญ – เขมร”
นิตยสารทางอีศาน : 82

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
5346850  Views