| พญาปริสุทธเศวตหัสดีลิงค์ น้อมส่งพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ)
วรรณศิลป์ | วันที่ 26 มกราคม 2562 | ผู้บันทึก: chonniyom | ผู้ชม: 724

พญาปริสุทธเศวตหัสดีลิงค์ น้อมส่งพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ)

โดย : ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ นายช่างเมรุนกหัสดีลิงค์พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ)

การประกอบชิ้นส่วนเมรุนกหัสดีลิงค์

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Sor Duhan

 

เป็นเวลา ๓ ปี นับจากพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ได้มอบสรีระสังขารเพื่อเป็นครูใหญ่ให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเสร็จสิ้นการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงมีมติให้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยใช้จารึกการส่งสการด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์ตามอริยะประเพณีอีสาน ในการนี้ จึงเป็นประเด็นที่ควรได้เปิดผ้าม่านกั้งเกี่ยวกับเมรุนกหัสดีลิงค์ของพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ)

 

นกหัสดีลิงค์ในจังหวัดนครราชสีมา

เรื่องราวของนกหัสดีลิงค์ มีปรากฏในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา อันเป็นดินแดนมาตุภูมิขององค์หลวงพ่อคูณ งานวิจิตรศิลป์ที่งดงามเกี่ยวกับนกหัสดีลิงค์นี้ได้ถูกบรรพชนสร้างสรรค์เป็นภาพ ลายรดน้ำอยู่บนบานประตูหอไตรกลางน้ำวัด หน้าพระธาตุ บอกเรื่องราวเกี่ยวกับนกหัสดีลิงค์ โฉบพระมารดาของพระเจ้าอุเทน อันเป็นเนื้อความในนิทานธรรมบท ภาพลายรดน้ำนี้แสดงให้เห็นลักษณะของนกหัสดีลิงค์ที่ชัดเจนว่า เป็นนกที่มีงวงงาเหมือนช้าง ไม่ใช่นกที่มีหัวเป็นช้าง

นอกจากนี้ยังพบว่า เคยมีการสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ที่จังหวัดนครราชสีมา โดย ช่างคำหมา  แสงงาม ครูช่างนกหัสดีลิงค์แห่งเมืองร้อยเอ็ด ปรากฏหลักฐานเป็นภาพถ่าย ระบุว่าจัดที่วัดจันทรังสีมุนีวงศ์ เสมาใหญ่ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๐๑ ในพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระครูจันทรสรคุณ (หลวงปู่เสี่ยง) อดีตเจ้าคณะอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา

เมรุนกหัสดีลิงค์หลังนี้ มีการสร้างตัวนกที่ สามารถชักลากได้ บนหลังตั้งหีบเอวขัน แล้วชักลากเข้าไปในหอแก้วที่ติดตั้งไว้เป็นการถาวร นับได้ว่าเป็นเมรุนกหัสดีลิงค์รุ่นแรก ๆ ของช่างคำ หมาแสงงาม ที่เปลี่ยนจารีตจากการทำเป็นเมรุ นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้วไว้บนหลัง มาเป็นแบบหอแก้วครอบนกหัสดีลิงค์

 

กรอบแนวคิดในการจัดสร้าง

ด้วยพินัยกรรมขององค์หลวงพ่อที่ให้จัดพิธีอย่างเรียบง่าย คณะกรรมการดำเนินงานจึงได้ใช้เป็นกรอบในการจัดสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ให้สอดคล้องกับพินัยกรรม คือสะท้อนถึงความเรียบง่ายและสง่างามสมเกียรติ ซึ่งต้องคำนึงถึงขนบจารีตในการปลงศพด้วยเมรุนกหัสดีลิงค์ที่ปรากฏบนแผ่นดินอีสาน ภายใต้แนวคิดว่า ไม่หลงของเก่า ไม่เมาของใหม่ และให้เป็นรูปแบบที่สะท้อนถึงเมรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับองค์หลวงพ่อคูณ

คณะทำงานได้ทำการศึกษารูปแบบงานสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์จากอดีตถึงปัจจุบัน ขนบจารีตในการสร้าง และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีครูช่างเมรุนกหัสดีลิงค์ ประกอบด้วย พระครูสีลสาราภรณ์ (หลวงปู่สมสิทธิ์ รักขิตสีโล) ครูช่างเมรุนกหัสดีลิงค์แห่งวัดป่าสักดาราม บ้านท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับ พ่อครู ช่างคล้าย บุญยู้ และพ่อครูช่างสวัสดิ์ ไปดง สองศิษย์ต้นคนสำคัญในการทำเมรุนกหัสดีลิงค์ของพ่อครูช่างคำหมา แสงงาม มาเป็นที่ปรึกษา การก่อสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์รวมถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คณะศิลปกรรมศาสตร์ นำโดย รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีเป็นผู้อำนวยการจัดสร้าง และมอบหมายให้ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ ดำเนินการจัดสร้าง รวมถึงดำเนินการในส่วนของพิธีกรรมให้เป็นไปตามแบบแผนจารีต

จากการศึกษาพบว่า เมรุนกหัสดีลิงค์ในอีสานมี ๓ รูปแบบ คือ เมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว เมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว และมีบุษบกครอบ และเมรุนกหัสดีลิงค์ครอบด้วยบุษบก โดยรูปแบบเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้วเป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุด จึงนำมาเป็นรูปแบบในการก่อสร้าง แต่ได้มีการเพิ่มฐานเอวขันปากพานตามอย่างฐานสิม (โบสถ์) ให้กับบุษบกหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ เพื่อให้บุษบกหอแก้วมีความสมบูรณ์

ส่วนรูปแบบหลังคาและยอดบุษบกหอแก้ว ได้ปรับจากแบบของเมรุนกหัสดีลิงค์พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต) หลักคำเมืองอุบลราชธานี ที่มีการบันทึกภาพไว้เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ นับว่าเป็นเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้วที่เก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินอีสานที่มีการบันทึกภาพไว้ โดยยังรักษาส่วนประกอบของยอดหอแก้ว ทรงโบราณอีสานที่มีปากขัน หลังคาลาดเป็นชั้นเวสน์ ๒ ชั้น (สองชั้นเชิงกลอน) แต่ตัดส่วนองค์ระฆังประกอบ บันแถลงเป็นจตุรมุขออก และปรับบัวกลุ่มให้ เป็นลักษณะหม้อกลศซึ่งเป็นส่วนประกอบสูงสุดของยอดปราสาทหินพิมาย รองรับเจดีย์บัวเหลี่ยมอย่างวัฒนธรรมล้านช้าง ๕ ยอด มีฉัตรขาวประดับที่ส่วนยอดเจดีย์

ศิลปกรรมอีสานสำคัญที่ถูกทำมาเป็นส่วนประกอบในเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว ประกอบด้วย หัวนกหัสดีลิงค์ยึดตามแนวของภาพลายรดน้ำที่บานประตูหอไตรวัดหน้าพระธาตุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมาโดยมีหัวเป็นนก สอดรับกับคติของครูช่างอีสาน แต่มีลักษณะพิเศษคือการทำงา ๔ งาตามลักษณะงาช้างที่ขุด พบซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดนครราชสีมา ส่วนหงอนของหัวนกใช้ลายขดของเกสรดอกคูณเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ ลายหางใช้แบบจากหางหงส์ ไม้แกะสลักประดับสิมวัดพระธาตุขามแก่น

งานศิลปกรรมทั้งหมดจะใช้สีขาวเพื่อสะท้อนถึงความเรียบง่าย อีกทั้งเป็นสีบริสุทธิ์สอดคล้องกับนามขององค์หลวงพ่อที่ว่า “ปริสุทโธ” และนำลายจากเกสรดอกคูณ และกลีบดอกคูณ อันเป็นไม้พ้องนามกับองค์หลวงพ่อ มาเป็นส่วนประกอบในการสร้างสรรค์

 

การก่อสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว

การก่อสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๑ โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดพิธี เบิก ฟ้า ขอขมาแถนไท้ ยกอ้อ ยอคาย ถวายครู บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามอริยะประเพณีอีสาน เพื่อเป็นการไหว้ครูช่างในการสร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ เทินบุษบกหอแก้ว สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ)

นับว่าเป็นการเริ่มต้นการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ โดยมีการเชิญชวนช่างจิตอาสามาร่วม ในการก่อสร้าง ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ตุ้มโฮม ศรัทธา จิตอาสาสามัคคี

งานก่อสร้างโครงสร้างหลักดำเนินการที่จังหวัดร้อยเอ็ดแล้วจึงเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้จิตอาสาได้มีส่วนร่วมเช่น การติดกระดาษ การตกแต่งรายละเอียด และการลงสี เป็นต้น

การดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ๒๕๖๑ รวมใช้ระยะเวลา ๖ เดือน ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเมรุนกหัสดีลิงค์จึงแล้วเสร็จ ประกอบด้วยชิ้นงานสำคัญ ได้แก่ ตัวนกหัสดีลิงค์บุษบกหอแก้ว หีบเอวขัน และบุษบกธรรมาสน์ นอกจากมียังมีนาคราวบันไดและสัตว์หิมพานต์ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการก่อสร้างอีกด้วย

จากนั้นในเดือนมกราคม ๒๕๖๒ จึงเคลื่อนย้ายชิ้นงานส่วนต่าง ๆ มาติดตั้งในสถานที่จริง บริเวณพุทธมณฑลจังหวัดขอนแก่น

ลายรดน้ำรูปนกหัสดีลิงค์ที่วัดหน้าพระธาตุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

 

พญาปริสุทธเศวตหัสดีลิงค์

การประกอบเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้วดำเนินการระหว่างวันที่ ๘ – ๑๔ มกราคม ๒๕๖๒ เป็นเมรุนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกหอแก้ว ขนาดกว้าง ๘ เมตร สูง ๒๔ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สีขาวบริสุทธิ์ ที่ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวง พระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากนั้น ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ จึงได้ประกอบพิธีเบิกเนตรทดสอบกลไกการทำงาน โดยให้นก สามารถเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย คอ ที่หมุนได้ ปีกที่กระพือได้ ตาที่กระพริบได้ งวงที่ม้วนได้ ปากบนที่เผยอได้ ปากล่างที่ขยับได้ และหูที่กระดิกได้ แล้วจึงสถาปนานามนกตัวนี้ว่า “พญาปริสุทธเศวตหัสดีลิงค์” อันมีความหมายว่า “พญานกหัสดีลิงค์ขาวผู้บริสุทธิ์” สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒

 

พิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์พระเทพวิทยาคม

วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๒ คณะทำงานได้จัดขบวนอาญา ๔ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเดินทางมาเชิญ “เจ้านางสีดา” ที่บ้านด้ามพร้า ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อไปทำพิธีรำฆ่านกหัสดีลิงค์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ซึ่งผู้เป็นนางเทียมเจ้านางสีดาคือ น.ส.เมทินี หวานอารมณ์ นับว่าเป็นนางเทียม เจ้านางสีดารุ่นที่ ๖ สืบจากญาแม่งัวเป็นต้นมา

คณะอาญา ๔ ที่แต่งตั้งนั้น ประกอบด้วย เจ้าเมือง, อุปราช, ราชวงศ์ และราชบุตร พร้อมมเหสี รวม ๘ คน ได้นำเครื่องคายเชิญประกอบด้วยทองคำแท้หนัก ๑๐ บาท เงินคายหน้า ๑๕ ตำลึง คายหลัง ๑๒ ตำลึง เมื่อเจ้านางสีดาได้ตรวจเครื่องคายว่าครบถ้วนแล้ว ได้รับคำเชิญที่จะไปฆ่านกหัสดีลิงค์ อันเป็นพิธีกรรมสำคัญก่อน การเผานกหัสดีลิงค์พร้อมกับสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม

 

สมมุติส่งสู่วิมุตติ

จารีตการปลงศพด้วยนกหัสดีลิงค์ที่เคลื่อนคลายจากการปลงศพอาญาสี่ มาสู่การปลงศพพระมหาเถระ ล้วนเต็มไปด้วยข้อธรรมเพื่อพิจารณาเข้าใจในสมมุติแห่งพิธีกรรมครั้งนี้ นับตั้งแต่การสร้างนกหัสดีลิงค์ซึ่งเป็นสัตว์สมมุติในตำนานให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้ และต้องสมมุติให้มีพิธีกรรมฆ่าตามตำนานอีกเช่นกัน นอกจากนี้ในรายละเอียดพิธีกรรม ยังต้องสมมุติอาญาสี่ซึ่งไม่มีแล้วในปัจจุบันเพื่อทำหน้าที่เชิญเจ้านางสีดาตามขั้นตอนโบราณ อีกทั้งยังต้องนำงานศิลปกรรมจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่ถูกสมมุติว่าเป็นอีสานมาสร้างเป็นพญาปริสุทธเศวตหัสดีลิงค์ นามสมมุติของพญานกผู้รับหน้าที่สำคัญในพิธีกรรม

ข้อถกแถลงต่าง ๆ จากนานาทัศนะ ทั้งรูปแบบ พิธีกรรม วิธีการ เกี่ยวกับพญาปริสุทธเศวตหัสดีลิงค์นี้ คงเป็นเรื่องตอบโต้ไปไม่มีวันจบสิ้นหากยังไม่เข้าใจว่าทั้งสิ้นทั้งปวงล้วนเป็นเรื่อง “สมมุติ” แต่แก่นแท้แห่งสารัตถะที่ควรตรึกตรองถกแถลง คือภาระของสิ่งสมมุติที่นำส่งองค์หลวงพ่อสู่วิมุตติ อันเป็นรหัสทางวัฒนธรรมที่สืบสานผ่านกาลเวลามาหลายพันปี ที่รอให้คนรุ่นปัจจุบัน “ลึกซึ้งรากเหง้า เข้าใจปัจจุบัน รู้ทันอนาคต”

พระครูสีลสาราภรณ์ ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ และพ่อ ครูช่างคล้าย บุญยู้ ประกอบพิธียกอ้อ ยอคาย ถวายครู สร้างเมรุนกหัสดีลิงค์ ๓๐ เม.ย. ๖๑

อาญาสี่เข้าเชิญนางสีดามาปราบพญาปริสุทธเศวตหัสดี ลิงค์ ตามจารีตประเพณี

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Sor Duhan


วรรณศิลป์ : ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๑ 
วรรณศิลป์ : หมาเก้าหาง..ดนตรีอีศานคลาสสิก
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 82 : เมืองนครจำปาศักดิ์ – ๓ –
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 82 : ศิลปะลพบุรี
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน ๘๒ : (๘) ที่จุดเริ่มต้นคือที่สุดท้าย – ๑
วรรณศิลป์ : กราบพระธาตุพนม
วรรณศิลป์ : วิชาความรู้จะมีค่า ก็ต่อเมื่อถูกถ่ายทอด
วรรณศิลป์ : เทียวทางให้สุดเส้น อย่าถอยหลังให้คนย่ำ ตายกะตายหน่าพุ้น คนจั๊งญ่องว่าหาญ
วรรณศิลป์ : ประกาศระดมทุนพิมพ์หนังสือ “ภูมิบ้านนามเมือง คำใคร ไทย – มอญ – เขมร”
นิตยสารทางอีศาน : 82

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
5346828  Views