| นิทานเรื่อง สังข์ศิลป์ชัย
นวนิยาย, เรื่องสั้น | วันที่ 5 ตุลาคม 2556 | ผู้บันทึก: xers | ผู้ชม: 1,754

สังข์ศิลป์ชัย

ยังมีนคเรศล้ำ ชั้นชื่อเป็งจาล
นิคมคน คั่งเพงพอตื้อ
เขียงหลวงล้นลุงลัง ล้านย่าน
น้ำแผ่ล้อม ระวังต้านชั่วภัย
ฮุ่งเฮืองล้น ชาวเทศเทียวสะเภา
อุดมโดย ดั่งดาวะดิงฟ้า
ลือเกียรติ์ท้าว ทาดาแดนทีบ
เมืองใหญ่กว้าง คนเค้าคั่งโฮม
ภูเบศร์สร้าง ท้าวนามกุสราช
แปงปกบ้าน เมืองฮุ่งคู่เคียง
เขียงเชงอ้าง นครคนใดเปรียบ
โฮงใหญ่กว้าง ออระทึมผ่านเชียง

อดีตกาลนานมาแล้ว มีพระราชาพระนามว่ากุสราช เสวยราชย์อยู่เมืองเป็งจาล (เมืองปัญจาละ) มีอัครมเหสีพระนามว่า จันทาเทวี ปกครองบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง

พระเจ้ากุสราช มีกนิษฐภคินี (ขออนุญาต ใช้คำธรรมดาก็แล้วกันเนาะ จะได้เล่าได้สบายปาก)…
พระเจ้ากุสราช มีน้องสาวหนึ่งคน ชื่อว่า สุมณฑา

พระนางสุมณฑามีรูปโฉมงดงามมาก โอรสจากต่างเมืองต่างพากันหมายปองจะครองคู่

วันหนึ่ง พระนางสุมณฑา ไปเที่ยวเล่นที่อุทยาน สำราญใจ
วันนั้น ยักษ์ชื่อกุมภัณฑ์ เหาะเที่ยวเล่นชมเมืองต่างๆ จนมาถึงอุทยานเมืองเป็งจาลที่นางสุมณฑาเล่นอยู่ เมื่อยักษ์กุมภัณฑ์ได้พบ ก็หลงรักทันที ยักษ์กุมภัณฑ์ จึงเหาะลงมาและอุ้มเอานางสุมณฑา เหาะพากลับเมืองยักษ์ นำไปเป็นภรรยา

พระเจ้ากุสราช ทราบข่าวว่าน้องสาวถูกยักษ์ลักพาตัวไป ก็เศร้าโศกเสียใจ และตัดสินใจออกบวชเป็นภิกษุ ออกธุดงค์ติดตามหานางสุมณฑาน้องสาวอันเป็นที่รัก

พระเจ้ากุสราช ในเพศภิกษุ ออกติดตามหาในที่ต่างๆ นานหลายปี ก็ไม่พบ ไม่สามารถเข้าถึงเมืองยักษ์ได้ จนมาถึงเมืองจำปา

ในเมืองจำปา มีเศรษฐีคนหนึ่ง ชื่อนันทะเศรษฐี มีธิดาสาวแสนสวยเจ็ดคน

วันหนึ่ง พระภิกษุกุสะ เดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านนันทะเศรษฐี ธิดาเศรษฐีทั้งเจ็ดคน ออกมาใส่บาตร เมื่อพระภิกษุกุสะเห็นเข้า ก็หลงใหลในความงาม ไม่อาจตัดใจได้ จึงเดินทางกลับเมืองเป็งจาล ลาสิกขา และให้อำมาตย์เดินทางไปสู่ขอลูกสาวทั้งเจ็ดของเศรษฐีมาเป็นมเหสี เศรษฐีก็ยอมยกให้โดยดี

พระเจ้ากุสราช จึงมีมเหสีทั้งหมด แปดคน ด้วยกัน แต่ก็ยังไม่มีลูกสักคน จึงให้มเหสีทั้งแปดคน ไปบูชาบวงสรวงพระอินทร์ เพื่อขอลูก

พระอินทร์ เมตตา จึงบัญชาให้เทพบุตร 3 องค์ ผู้มีบุญญาธิการลงมาเกิด โดย องค์หนึ่งมาเกิดในท้องนางจันทาเทวี อีก 2 องค์ มาเกิดในท้องของนางลุน ธิดาคนสุดท้องของเศรษฐี

มเหสีทั้งแปด ก็ตั้งครรภ์พร้อมกัน

นางจันทาเทวี ออกลูกเป็นสิงห์ จึงตั้งชื่อว่า สีโห

นางลุน ออกลูกเป็นฝาแฝด โดยแฝดคนแรก เป็นเด็กผู้ชาย ถือพระขรรค์และธนูศิลป์ติดมือมาด้วย จึงตั้งชื่อว่า สินไชย (หรือเขียนเป็น ศิลป์ชัย) แฝดคนที่สอง เป็นหอยสังข์ จึงตั้งชื่อว่า สังข์ทอง

ส่วนมเหสีอีกหกคน ได้ลูกชาย ซึ่งเป็นคนธรรมดาทั่วไป ไม่มีอิทธิฤทธิ์อะไร

โหรหลวง ทำนายว่า ศิลป์ชัยเป็นผู้มีบุญญาธิการมาก ในภายภาคหน้าจะได้เป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ พระเจ้ากุสราช จึงเอ็นดูศิลป์ชัยกุมารเป็นพิเศษ

มเหสีทั้งหกคน เกรงว่านางจันทาเทวีและนางลุน จะได้ดีกว่าตน จึงร่วมกันบังคับโหราจารย์ให้ทำนายใหม่ว่า สีโห ศิลป์ชัย และสังข์ทอง มีลักษณะผิดแผกจากคนธรรมดาทั่วไป เป็นเสนียดจันไร จะนำความวิบัติมาสู่บ้านเมือง ให้ขับไล่ออกนอกเมืองเสีย และโหราจารย์ก็ทำนายโกหกตามนั้น

พระเจ้ากุสราชหลงเชื่อ จึงขับไล่สีโห ศิลป์ชัย และสังข์ทอง ออกจากเมือง นางจันทาเทวี และนางลุน อ้อนวอน แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจออกจากบ้านเมือง พร้อมลูกชาย

เมื่อนั้น     สองกษัตริย์ไท้          เดินดงหิวหอด
                 เลี้ยงลูกน้อย            นานช้ายากแคน
                 พิเศษพร้อม              เนืองนอบมัสการ
                 ยอมือทูนเทโ             ฮอดอินตาไท้
                 ขอจ่งชักชักน้อย      เนาพลอยพ้นโทษ          ปางนี้
                 แม่นชื่อบาปหมื่นชั้น      เชิญให้เกือยไกล       แด่ถ่อน
                 พื้นทะแหล่งหล้า       เงื้อมแง่ไพรสณฑ์            ก็ดี
                 เชิญชูสอง                 สำฮานคายแค้น
                 แม่นว่าไตรตรองพื้น      นาคาครุฑใหญ่ ก็ดี
                 กับทั้งนางเทพสร้อย       สรวงไท้เมขลา …

นางจันทาเทวี นางลุน สีโห ศิลป์ชัย และสังข์ทอง เดินทางรอนแรมร่อนเร่พเนจรด้วยความยากลำบาก จนมาถึงป่าลึกแห่งหนึ่ง พระอินทร์สงสาร จึงมาเนรมิตรปราสาทไว้ให้ ทั้งห้าคน จึงได้พักอาศัยอยู่ปราสาทนั้น จนศิลป์ชัยเติบโตเป็นหนุ่ม

กุมารทั้งหก ได้ไปร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ต่างเมืองจนสำเร็จ พร้อมกับโตเป็นหนุ่ม และเดินทางกลับเมืองเป็งจาล

พระเจ้ากุสราช ยังคงระลึกถึงพระนางสุมณฑาน้องสาวอยู่ไม่ขาด เมื่อเห็นว่าบุตรทั้งหกคนสำเร็จวิชาการต่อสู้แล้ว จึงเล่าเรื่องนางสุมณฑาซึ่งเป็นอา ให้ฟัง ให้ช่วยออกตามหาและพากลับมาเมืองเป็งจาล

หกกุมาร เดินทางเข้าป่า มุ่งหน้าสู่เมืองยักษ์ จนมาพบศิลป์ชัย สังข์ทอง สีโห นางจันทาและนางลุน เมื่อพูดคุยกันแล้วจึงได้รู้ว่าเป็นญาติกัน

หกกุมารได้เห็นฝีมือของศิลป์ชัยแล้ว ลอบปรึกษากันว่า หากไม่มีศิลป์ชัยไปช่วยต่อสู้กับยักษ์ พวกตนคงสู้ไม่ได้ จึงหาทางล่อหลอกให้ศิลป์ชัยไปกับพวกตน โดยอ้างว่า หากศิลป์ชัย สีโห และสังข์ทอง ช่วยอาสุมณฑากลับมาได้ พระเจ้ากุสราช จะอภัยโทษให้และรับกลับเข้าเมือง

ศิลป์ชัยจึงรับปากที่จะไปด้วย
นางลุนก็กล่าวสอนศิลป์ชัยว่า ให้ดูแลสีโหและสังข์ทองให้ดีด้วย

ศิลป์ชัย สีโห สังข์ทอง พร้อมด้วยหกกุมาร จึงเดินทางเข้าป่าลึก หาเมืองยักษ์ เพื่อช่วยเหลืออาของตน ศิลป์ชัย สีโหและสังข์ทอง เติบโตในป่า คุ้นเคยกับป่า และมีอิทธิฤทธิ์ จึงไม่เกรงกลัวอันตรายในป่า ส่วนหกกุมาร มีเพียงวิชาป้องกันตัวแบบมนุษย์ และไม่คุ้นเคยกับป่าลึก จึงต่างพากันกลัวต่างๆนานา

ทั้งหมด ได้เผชิญกับสัตว์ร้ายต่างๆ มากมาย ศิลป์ชัย ก็สามารถจัดการได้ทุกครั้ง จนได้เดินทางมาถึงแม่น้ำใหญ่อันเป็นเขตแดนระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์

หกกุมาร ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะพบอันตรายอะไรอีกบ้าง ด้วยความกลัว จึงขอรออยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ ศิลป์ชัยจึงให้สีโหคอยอารักขา ส่วนตนเดินทางข้ามแม่น้ำไปกับสังข์ทอง

หลิงเห็นไม้ล่าวล้ม         เลียบฮ่อมเขาฮอม   พุ้นเญอ
ภูธรเลาะ                       เลียบพะนองนำน้อง
เห็นผากว้าง                   เขาคำคล้อยค่ำ
ดอยนั้นอินทร์แต่งตั้ง     เขาเฮื้องฮุ่งเฮือง
เล็งภาคพื้น                     เป็นฮ่มเฮืองฮม
พะลานเพียงงาม            ดั่งลานเลียนล้าน
ทุกประดาก้อน              สุวินทีทุกที่
ภูวนาถเจ้า                   ใจสะลั้งฮุ่งหลัง
เยื้อนยากท้าว              ทั้งแฮ่งโฮยแฮง
เดินดอยหลวง               กว่าไกลฤๅใกล้
เลยเคี่ยวขึ้น                 เขางอนมีง่อน
คึดเถิงคุณแม่ป้า              ปุนไห้ฮ่ำไฮ
หลิงดอกไม้                   ก้านก่องอินทร์กอง
บาก็ยินดีผาย              ล่วงซอนชมซ้อน
ภูธรท้าว                      เดินเดียวดั้นเดี่ยว
ข้ามขอบด้าว              ไปหน้าหน่วงหนา

ฟังยินสกุณาเค้า              งอยคอนฮ้องค่อน   พุ้นเญอ
บางพ่องฮักฮ่วมซู้              ขันก้อยเกี่ยวกอย
กอยกลมเกี้ยว                 มือไลซ้อนไหล่
คือดั่งสองกล่อมซู้          ชมเหง้าส่วงเหงา
น้อยดุ่งเท้า                     เถิงเหล่าดอนเลา
ไพรสณฑ์แสน                 ด่านกวางดูกว้าง
บาก็ผายตนดั้น              ดงยางเยื้อนย่าง
คึดเถิงแม่และป้า              โหยหี้วหอดหิว
ฟังยินกดกล่าวท้วง          ลางเหล่าดอนเลา   พุ้นเญอ
ชะนีนงคราญ                   ส่งเสียงสูนเสี้ยง
แม้งหนึ่งวันสูรย์ด้าว       ดอยหลวงลมล่วง
พัดเมฆคล้าย                   คือม้าล่วงมา

(กลอนบทนี้ ท้าวปางคำ ผู้แต่ง เล่นคำได้สุดยอดมากๆ เรียกกลอนแบบนี้ว่าเทียมแอก… สังเกตวรรคหลังของแต่ละแถว… เช่น เลียบฮ่อมเขาฮอม เลียบพะนองนำน้อง เขาคำคล้อยค่ำ เป็นฮ่มเขาฮม…)

พอเข้าไปถึงเขตป่าที่ไม่ใช่เขตมนุษย์ ได้พบกับยักษ์ตนหนึ่งกำลังออกหากินในป่า จึงสู้รบกัน ศิลป์ชัยแผลงศร ฆ่ายักษ์ตาย

จากนั้น ได้พบช้างสารมหึมา สี่ตัว และต่อสู่กัน และศิลป์ชัยก็สามารถเอาชนะช้างได้

เมื่อเดินทางต่อไป ได้พบกับนางนารีผล ซึ่งเกิดจากต้นไม้ บังเอิญวิทยาธรตนหนึ่ง ก็มาพบเข้าเช่นกัน ศิลป์ชัยกับวิทยาธร จึงต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงนารีผล ศิลป์ชัยชนะ และได้นารีผลเป็นภรรยา

ศิลป์ชัยเดินทางต่อไป และได้พบกับนางกินนรีชื่อเกียงคำ ศิลป์ชัยหลงรักนางกินนรีเกียงคำ และได้นางกินนรีเกียงคำเป็นภรรยา

ศิลป์ชัย เดินทางต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดศิลป์ชัยก็เดินทางมาถึงเมืองยักษ์

ตอนที่ศิลป์ชัยเข้าเมืองยักษ์นั้น ยักษ์กุมภัณฑ์ออกไปหากิน ศิลป์ชัยได้พบนางสุมณฑาผู้เป็นอา เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง และเชิญนางสุมณฑากลับเมืองเป็งจาล

นางสุมณฑา มาอยู่เมืองยักษ์ในฐานะภรรยายักษ์กุมภัณฑ์เป็นเวลานานหลายปี แม้จะรู้ว่าสามีเป็นยักษ์ แต่เมื่อคราวจะลาจากจริงๆก็ตัดใจไม่ได้ นางสุมณฑารักอาลัยยักษ์กุมภัณฑ์มาก ศิลป์ชัยจึงบอกตามที่หกกุมารบอกตนว่า พระเจ้ากุสราชจะยอมอภัยให้มารดาตนกับพระนางจันทาเทวี หากศิลป์ชัยสามารถพาพระเจ้าอาสุมณฑากลับเมืองเป็งจาลได้ ด้วยเหตุผลนี้ นางสุมณฑาจึงตกลงใจจะหนีกลับเมืองเป็งจาลกับศิลป์ชัย

แต่ด้วยความอาลัยรักในสามี นางจึงมัวชักช้าอยู่ เมื่อออกไปได้สักหน่อยก็บอกว่า ลืมผ้าสะไบ ขอกลับเข้าไปเอาสะไบก่อน พอกลับไปเอาสะไบมาแล้ว ก็บอกว่าลืมปิ่นปักผม ขอกลับไปเอาก่อน พอได้มา ก็บอกว่าลืมซ้องผม ขอกลับไปเอาก่อน จนเวลาบ่ายคล้อยก็ยังไม่ได้ออกจากเมืองยักษ์

ยักษ์กุมภัณฑ์กลับมาพบเข้า จึงสู้รบกันกับศิลป์ชัย สู้กันนานมาก ในที่สุดศิลป์ชัยก็ฆ่ายักษ์ตาย

เมื่อยักษ์กุมภัณฑ์ตายแล้ว นางสุมณฑาก็บอกว่า ตนมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อสุดาจันทร์ ก่อนหน้านี้ยักษ์กุมภัณฑ์เล่นสะกากับอรุณนาค แพ้พนันสะกา จึงยกสุดาจันทร์ซึ่งเป็นลูกสาวให้แก่อรุณนาค สุดาจันทร์เป็นชายาของอรุณนาคอยู่เมืองบาดาล บัดนี้กุมภัณฑ์ได้เสียชีวิตแล้ว คำสัญญาเรื่องพนันสะกาที่ให้ไว้กับอรุณนาคเป็นอันจบสิ้น การจะนำตัวสุดาจันทร์คืนมา ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ขอให้หลานศิลป์ชัยไปตามสุดาจันทร์มาให้ด้วย

ศิลป์ชัยและสังข์ทอง จึงลงไปเมืองบาดาล โดยสังข์ทองใช้อิทธิฤทธิ์เปิดน้ำเป็นช่องให้ศิลป์ชัยเดินไปได้

ศิลป์ชัยและสังข์ทองเดินทางมาถึงเมืองบาดาล และเล่นสะกากับอรุณนาค โดยมีนางสุดาจันทร์เป็นเดิมพัน ศิลป์ชัยชนะสะกา จึงได้นางสุดาจันทร์มาโดยไม่มีใครเสียชีวิต

ศิลป์ชัย สังข์ทอง นางสุมณฑา และสุดาจันทร์ จึงเดินทางออกจากเมืองยักษ์ไปรวมกลุ่มกับหกกุมารและสีโห

อาหลานได้พบกัน ต่างดีใจเป็นอันมาก และทั้งหมดก็พากันเดินทางกลับเมืองเป็งจาล

ขณะเดินทางกลับ หกกุมารเกรงว่า หากศิลป์ชัยเข้าเมืองเป็งจาล พวกตนก็จะไม่อยู่ในสายตาของบิดา จึงพากันออกอุบายลวงศิลป์ชัยไปฆ่า

หกกุมารชวนศิลป์ชัยไปอาบน้ำตก โดยให้สีโหเฝ้าอารักขานางสุมณฑาและสุดาจันทร์ เมื่อได้จังหวะจึงผลักศิลป์ชัยพร้อมสังข์ทองตกเหว แล้วกลับมาทำทีเป็นร้องไห้เสียใจบอกนางสุมณฑาว่า ศิลป์ชัยเล่นน้ำพลัดตกน้ำเสียชีวิตแล้ว

นางสุมณฑา เศร้าโศกเสียใจ ทั้งที่ไม่เชื่อว่าศิลป์ชัยเสียชีวิตแล้วจริงๆ นางสุมณฑาแอบไปเสี่ยงสัจจะอธิษฐาน โดยวางซ้อง ปิ่นปักผมและสะไบไว้ อธิษฐานว่า หากศิลป์ชัยยังไม่ตาย ขอให้ตนได้สิ่งของเหล่านี้คืน จากนั้นจึงเดินทางกลับเมืองเป็งจาล

สีโหแยกตัวออกมา เดินทางไปหามารดา

พระอินทร์ได้มาช่วยชีวิตศิลป์ชัย สังข์ทอง และพากลับไปหามารดา ทั้งห้าคน คือนางจันทา นางลุน สีโห ศิลป์ชัย สังข์ทอง ก็ได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง

หกกุมารพานางสุมณฑาและนางสุดาจันทร์กลับเมืองเป็งจาล พระเจ้ากุสราชดีใจเป็นอย่างมาก หกกุมารก็โกหกว่าพวกตนเข้าต่อสู้กับสัตว์ป่ามากมาย สู้กับยักษ์ สู้กับนาค และชนะทั้งหมด จนพาอากลับมาได้ พระเจ้ากุสราชปลื้มใจเป็นอย่างมากที่หกกุมารลูกๆ ของตน เก่งกล้าสามารถถึงเพียงนี้ ได้ให้รางวัลเป็นอันมาก แม้พระนางสุมณฑาพยายามจะเล่าความจริงให้ฟัง ก็ไม่ฟัง

นางสุมณฑา ได้แต่เสียใจที่คนดีๆ อย่างศิลป์ชัยถูกข่มเขงรังแก ไม่ได้รับความเป็นธรรม นางสุมณฑาไม่กล้าทำอะไรมาก เพราะไม่มีหลักฐานอะไร และไม่รู้ว่าศิลป์ชัยยังไม่ชีวิตอยู่หรือไม่ จึงได้แต่เก็บความทุกข์นี้ไว้ในใจ

อยู่มาวันหนึ่ง มีคนเดินป่าไปพบซ้อง ปิ่นปักผม และสะไบ จึงนำไปขายให้พ่อค้าสำเภา พ่อค้าสำเภารับซื้อและเห็นว่าเป็นของมีค่ามาก จึงนำมาถวายพระนางสุมณฑา เป็นของขวัญ

พระนางสุมณฑาเห็นเข้า ก็เข้าใจตามที่อธิษฐานไว้ว่า ศิลป์ชัยยังมีชีวิตอยู่ เมื่อมั่นใจดังนั้น จึงเข้าไปเล่าเรื่องศิลป์ชัยให้พระเจ้ากุสราชฟัง และออกอุบายว่าให้พระเจ้ากุสราชจัดงานรื่นเริงเฉลิมฉลองการกลับมาของตน 7 วัน ป่าวประกาศให้ชาวบ้านชาวเมืองมาเล่นมหรสพกันทุกคน

พระเจ้ากุสราช ก็ทำตามนั้น ชาวบ้านชาวเมืองต่างพากันออกมาเล่นมหรสพกัน

หกกุมาร หน้าชื่นตาบาน ที่ได้รับคำชมจากชาวบ้านชาวเมืองว่าเป็นคนนำนางสุมณฑากลับมา

ในวันที่เจ็ด ศิลป์ชัยได้ข่าวมีการเฉลิมฉลองการกลับมาของพระนางสุมณฑา จึงตัดสินใจไปดูมหรสพ พร้อมกับสีโหและสังข์ทอง

พระนางสุมณฑาคอยสังเกตอยู่ทุกวันเวลา เมื่อเห็นเข้าก็จำได้ จึงให้คนพามาพบ ศิลป์ชัยก็เล่าเรื่องที่ถูกหกกุมารผลักตกเหวให้ฟัง พระนางสุมณฑา พาศิลป์ชัยไปพบพระเจ้ากุสราช เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง

พระเจ้ากุสราชให้สืบความย้อนหลังทั้งหมด จนทราบความจริงทั้งหมดแล้ว จึงสั่งลงโทษโหรหลวงที่รับสินบนแล้วทำนายเท็จ สั่งเนรเทศหกกุมารและมารดาทั้งหกกลับเมืองจำปา และเสด็จไปรับพระนางจันทาเทวีกับนางลุนกลับมาอยู่ในเมืองด้วยกัน

พระเจ้ากุสราชเห็นคุณธรรมความดีและความสามารถของศิลป์ชัย จึงยกราชสมบัติให้ศิลป์ชัย

อรุณนาค ทราบข่าว ก็ขึ้นมาสู่ขอนางสุดาจันทร์ไปเป็นชายา

ท้าวศิลป์ชัย ได้ครองเมืองเป็งจาล ปกครองบ้านเมืองด้วยคุณธรรม บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขสืบมา (จบ)

 

สังข์ศิลป์ชัย หรือ เขียนตามฉบับภาษาลาวว่า สังสินไซย ซึ่งในอดีต เป็นนิทานพื้นบ้านที่รู้จักกันแพร่หลายในภูมิภาคอีสานและลาว

คณะหมอลำที่ลำเรื่องสังสินไซย มีไม่กี่คณะ ลำเรื่องสังสินไซย ก็มีทำนองแตกต่างจากลำเรื่องต่อกลอนทั่วไป ช่วงเดินกลอนทำนองหนึ่งที่พวกเราคุ้นเคยกันดี คือ ทำนองของลายสังข์ศิลป์ชัย นั่นเอง… นักแสดงโอรสทั้งเจ็ด(รวมทั้งสังสินไซย) ก็นิยมใช้ผู้หญิงแสดงแทนชาย เหตุผลอาจเนื่องจากว่า มีฉากพลอดรักของสังสินไซยบางฉากที่ต้องการแสดงให้สมจริง หัวหน้าคณะจึงเลือกหญิงเล่นคู่กับหญิง จะได้ไม่เสียหายกับวัฒนธรรมประเพณีและนักแสดง

นอกจากนี้ ก็มีคณะขับร้องสรภัญญะซึ่งเป็นหญิงล้วน คณะที่ร้องสรภัญญะเรื่องสังสินไซย ก็มีน้อยเช่นกัน… ปัจจุบัน คงไม่มีแล้ว

(ข้าพเจ้า จำได้เพียงวรรคเดียว คือ “สินไซยไปเอาอา สินไซยไปเอาอา…” ทำนองนี้ ยังไม่มีในบทร้องสรภัญอีสานจุฬาฯ ๗ ทำนอง)

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี…

หนังสือสังข์ศิลป์ชัยถือว่าเป็นวรรณคดีขั้นสุดยอดของลาวอีกเล่มหนึ่ง มหาสิลา วีระวงส์ ซึ่งเป็นผู้รวบรวมแก้ไขได้ให้ความเห็นว่า หนังสือเรื่องนี้แต่งได้ถูกต้องตามแบบแผนของคำกลอนลาวอย่างแท้ ทุกถ้อยคำที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้มีความหมายไพเราะ แม้ในบทที่แสดงความโกรธแค้นก็ใช้ถ้อยคำสุภาพไม่หยาบคาย และผู้รจนาหนังสือเล่นนี้ยังเป็นปราชญ์ที่มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมแตกฉานในภาษาบาลี มีความรู้ภาษาสันสกฤตและราชประเพณีเป็นอย่างดี

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น หนังสือเล่มนี้จึงถือเป็นหนังสือสำคัญเล่มหนึ่งของลาว มีคนรู้จักกันแพร่หลาย เรื่องสังข์ศิลป์ชัยนี้ ของเดิมเป็นหนังสือเทศน์ลำ เรียกว่า ลำสังข์ศิลป์ชัย หรือ ศิลป์ชัยชาดก เป็นใบลานจารึกด้วยอักษรธรรม มีอยู่ทั้งสิ้น 21 ผูก

ของเดิมเป็นการเขียนแบบร้อยแก้ว ผู้แต่งหนังสือสังข์ศิลป์ชัยเป็นคำกลอน คือ ท้าวปางคำ ใช้สำหรับอ่านฟังในเวลาโศกเศร้า เช่น ในงานศพ (ลาวเรียกว่า งานเฮือนดี) ท้าวปางคำผู้นี้ มหาสิลาฯ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ไปครองเมืองหนองบัวลำภู

ท้าวปางคำแต่งหนังสือเรื่องสังข์ศิลป์ชัยในราว พ.ศ. 2192 หนังสือเรื่องนี้มีผู้คัดลอกเขียนใส่ใบลานต่อ ๆ มา มีการพิมพ์ทั้งภาษาลาวและภาษาไทยอย่างกว้างขวาง และปรากฏว่ามีบางตอนไม่ตรงกัน ท่านมหาสิลาฯ ได้พยายามอ่านอยู่หลายฉบับ และนำมาเทียบเคียงกัน เห็นว่าฉบับที่คัดลอกมาจาก จังหวัดอ่างทองของไทย และฉบับของท่านหยุย อภัย จากเมืองโขง แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดกันมามีข้อความตรงกัน จึงได้ถือเอาต้นฉบับเมืองโขง มาแก้ไขเรียบเรียงและพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในประเทศลาวเมื่อปี พ.ศ. 2492 หนังสือเล่นนี้ได้มีการพิมพ์ต่อมาอีกหลายครั้งจนถึงทุกวันนี้

ผู้เขียนบันทึก: มังกรเดียวดาย
isan.clubs.chula.ac.th
ภาพ: board.postjung.com


วรรณศิลป์ : ลาบปูนา
ข่าวโลกไทยอีสาน : ขอนแก่น เปิดงาน มหัศจรรย์พันธุ์ไม้นานาชาติ ครั้งที่ 2
ข่าวโลกไทยอีสาน : ญี่ปุ่นสั่งฆ่าไก่เกือบ 4,000 ตัว หลังพบการระบาดไข้หวัดนก
ข่าวโลกไทยอีสาน : บุญเบิกฟ้าและกาชาด ฉลอง 150 ปี มหาสารคาม
วรรณศิลป์ : ยาแผนไทยประจำบ้าน 10 ตัว รักษาได้ทุกโรคพื้นฐาน
ข่าวโลกไทยอีสาน : สัมมนา AEC การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ
ข่าวทางอีศาน ข่าวโลกไทยอีสาน : ภาพ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2557 – ชุดที่ 2
ข่าวทางอีศาน ข่าวโลกไทยอีสาน : ภาพ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2557 – เปิดงาน
การเกษตกร ข่าวโลกไทยอีสาน : จ.สุรินทร์ จัดตลาดเกษตรกรทุกวันศุกร์ จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย
การเกษตกร ข่าวโลกไทยอีสาน : จ.สุรินทร์ – กรมการค้าภายใน จัดตลาดนัดข้าวเปลือก 2557/58

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน
เข้าระบบ | ออกระบบ
1267361  Views