| ตำนานจระเข้วังสามหมอ อุดรธานี
นวนิยาย, เรื่องสั้น | วันที่ 22 มิถุนายน 2557 | ผู้บันทึก: xers | ผู้ชม: 3,372

จระเข้_mthai

ตำนานจระเข้ยักษ์แห่งวังสามหมอ จ.อุดรธานี

วังสามหมอ หนองน้ำใสสะอาดท่ามกลางป่าทึบและขุนเขา มีตำนานเก่าแก่สืบต่อกันมาว่า

นานมาแล้ว เจ้าเมืองท่าขอนยางมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ “คำบาง” เธอเลี้ยงลูกจระเข้ไว้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ตั้งชื่อให้จระเข้แสนรักว่า “บักเฮ้า”

วันเวลาผ่านไป คำบางเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามมาก บักเฮ้าก็ตับใหญ่เท่าประทุน(หมายถึง หลังคารูปโค้งคุ่มตามรูปเกวียน รถ หรือเรือ)เกวียน บักเฮ้ามีนิสัยเชื่อง รักนายสาวของมันมาก ให้ขี่หลังพาท่องเที่ยวไปตามลำน้ำชีอยู่เสมอๆ

วันหนึ่งในฤดูน้ำหลาก ขณะที่บักเฮ้าว่ายน้ำพาคำบางออกท่องเที่ยวเหมือนเช่นเคย บังเอิญจระเข้ป่าดุร้ายต่างถิ่นสองตัวล่องลงมาหากินแถบลำน้ำชี เห็นคำบางก็ตรงรี่เข้าไป หมายจะจับกิน

บักเฮ้าเข้าต่อสู้ขัดขวางจระเข้ป่าเพื่อปกป้องคำบางจนสุดกำลัง แต่ไม่อาจต้านทานจระเข้ป่าหิวโซที่โถมเข้าทำร้ายอย่างบ้าคลั่งได้ บักเฮ้าจึงตัดสินใจคาบคำบางโผทะยานหนีเข้าฝั่ง

เมื่อบักเฮ้าวางคำบางลงริมฝั่ง เธอกลับนอนแน่นิ่งสิ้นลมหายใจเสียแล้ว บักเฮ้าโศกเศร้ามากที่เจตนาดีของตนกลับทำให้นายสาวที่รักยิ่งต้องตาย

บักเฮ้าทั้งเสียใจทั้งกลัวเจ้าเมืองจะลงโทษเพราะความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เกินกว่าที่จะอธิบายให้มนุษย์เข้าใจได้ บักเฮ้าจึงจำใจกลืนคำบางลงท้องไปเพื่อปกปิดความผิด

จากนั้นบักเฮ้าก็หนีซมซานขึ้นไปทางตอนเหนือของลำน้ำปาว ลำน้ำช่วงใดคอดแคบก็หนีขึ้นบกตะลุยเข้าป่าเรื่อยไป จนมาถึงหนองน้ำกว้างใหญ่เป็นห้วงลึกแห่งหนึ่ง จึงกบดานอยู่ก้นหนองน้ำนั้น

เมื่อเจ้าเมืองท่าขอนยางรู้ว่าบักเฮ้ากลืนกินคำบางแล้วหลบหนีไปก็โกรธแค้นมาก ประกาศหาหมอปราบจระเข้มาไล่ล่าบักเฮ้าจระเข้อกตัญญูให้จงได้

ขณะนั้น หมอปราบจระเข้ผู้มีอาคมเก่งกล้าสามคนขออาสาเป็นผู้นำคณะออกตามล่าบักเฮ้า ระหว่างทางพบรอยหลุบ(หมายถึง จมลงในดิน)ตีนจระเข้ขนาดใหญ่ จึงตามรอยไปจนกระทั่งพบหนองน้ำที่บักเฮ้าซ่อนตัวอยู่

หมอปราบจระเข้คนแรกนั่งแพไม้ไผ่ไปกลางน้ำพร้อมกับร่ายมนต์เรียกจระเข้ ฉับพลันบักเฮ้าก็โผขึ้นจากเบื้องล่าง สะบัดงับแพจนเอียงล่ม แล้วงาบหมอปราบจระเข้เข้าปากทันที หมอปราบจระเข้คนที่สองก็เสียทีเป็นเหยื่อของบักเฮ้าด้วยวิธีเดียวกันนี้

หมอปราบจระเข้คนที่สามเป็นหญิง แต่เฉลียวฉลาดเก่งกล้าสามารถ เธอเตรียมเชือกหนังยาว 5 เส้น(ชื่อมาตราวัด 1 เส้น เท่ากับ 20 วา เท่ากับ 40 เมตร ดังนั้น 5 เส้น เท่ากับ 200 เมตร) ทำจากหนังควาย 20 ตัว เชือกด้านหนึ่งมัดพันรอบต้นประดู่ใหญ่ริมฝั่ง ส่วนอีกด้านผูกติดกับฉมวกที่มีปลายแหลมทั้งสองด้าน

จากนั้นต่อแพขนาดเล็กที่ทำด้วยหยวกกล้วย เอาฉมวกที่มัดเชือกหนังแทงทะลุแพไปในน้ำครึ่งเล่ม เสร็จแล้วก็ร่ายมนต์เรียกจระเข้ขึ้นมา

เมื่อบักเฮ้าถูกมนต์เรียกก็โผขึ้นมาหมายจะคว่ำแพเหมือนเช่นเคย แต่ทันทีที่มันอ้าปากใหญ่งับแพ ฉมวกแหลมก็เสียบทะลุปากบนและล่าง มันเจ็บปวดดิ้นทุรนทุรายน้ำกระจายแตกพล่าน

ผู้คนช้วยกันดึงเชือกลากจระเข้ขึ้นฝั่ง บักเฮ้ายื้อยุดสุดกำลัง แต่เมื่อเห็นเจ้าเมืองท่าขอนยางบนฝั่งก็เศร้าโศกสำนึกผิดที่ตนก่อขึ้น ยอมให้ลากดึงร่างมหึมาขึ้นเกยฝั่งโดยดี เจ้าเมืองท่าขอนยางสั่งให้ฆ่าบักเฮ้าและผ่าท้องนำกระดูกธิดาคำบางและศพหมอปราบจระเข้ทั้งสองไปบำเพ็ญกุศล

ภายหลังเจ้าเมืองท่าขอนยางและชาวบ้านรู้ความจริงว่าที่บักเฮ้าทำไปเพราะตั้งใจปกป้องคำบาง จึงนำกระดูกขากรรไกรของบักเฮ้ามาทำเป็นบันไดขึ้นธรรมาสน์(อ่านว่า ทำ-มาด หมายถึงที่สำหรับพระภิกษุสามเณรนั่งแสดงธรรม) เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจและไถ่บาปที่ได้ล่วงเกินกระทำต่อกันไว้

บริเวณที่พบรอยหลุบตีนจระเข้ ภายหลังมีคนมาตั้งบ้านเรือนจึงเรียกว่า “บ้านหลุบตีนแข่” ต่อมาเหลือเพียง “บ้านหลุบ” หนองน้ำที่พบบักเฮ้าได้ถูกเรียกขานว่า “วังสามหมอ” ทั้งที่เนื่องจากต้องใช้หมอปราบจระเข้ถึงสามคนจึงจะปราบได้สำเร็จ … จบ.

ที่มา – eqplusonline.com
และ lookkeaw6429 iam.hunsa.com
ภาพจาก: mthai.com


วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 67 จดหมาย
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม : โตเปี๊ยะ (ตัวฟ้าผ่า) ของจ้วง เจ้าฟ้าแผดขวานคำ ของไทอาหม
วรรณศิลป์ : สาส์นจากทางอีศาน 67
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 67 บทบรรณาธิการ : โจกโหลกฟ้า
นิตยสารทางอีศาน : 67
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 66 ปิดเล่ม : ประเทศไทยกับภาวะการเปลี่ยนแปลง
ประวัติศาสตร์วัฒนธรรม : ๑๒ เดือนของไทมาว
วรรณศิลป์ : ทางอีศาน 66 : จดหมาย
บทกวี, ผญา, คำกลอน : ทางอีศาน 66 : ทำดีถวายไท้
วรรณศิลป์ : สาส์นจาก “ทางอีศาน” 66

IsanGate.com somkhitsin.net nongbualumphunews.com อีสานดอทคอม สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สโมสรนักเขียนภาคอีสาน วารสารดินดีเจอร์นัล อีสานร้อยแปด ดอทคอม
เข้าระบบ | ออกระบบ
4454052  Views