เพลงเน่า และเพลงเป็นหมัน

1

เพลงเน่า และเพลงเป็นหมัน

โดย สุรินทร์ ภาคศิริ
หนังสือเพลง

ส่วนนักแต่งเพลงมืออาชีพ แต่งเพลงไว้ไม่ได้บันทึกเสียงเลยก็มีเยอะ ด้วยเหตุผลเป็นนักแต่งเพลงอิสระไม่ได้สังกัดห้างสังกัดค่ายที่เขามีนักร้องพร้อมจะบันทึกเสียงให้ นักแต่งเพลงอิสระแต่งเพลงตามแนวตลาด ตามยุคตามสมัย ทิ้งไว้ปีสองปี พล็อตเพลงไม่เข้ายุค ก็ต้องทิ้งให้เป็นเพลงเน่า

หรือเพลงที่เอาพล็อต คำฮิต คำนิยมติดตลาด ที่นิยมพูดเห่อกันเป็นพัก ๆ เช่นคำว่า “หันช้า” “กิ๊ก” หรือประโยคอื่น ๆ ที่นิยมพูดกันประเดี่ยวประด๋าว นักแต่งเพลงรีบแต่งเพลงขึ้นมาปรากฏว่ายังไม่ทันหานักร้องหาห้างบันทึกเสียงคำนิยมนั้นก็หายไปไม่นิยมพูดกันแล้ว ขืนบันทึกเสียงก็ล้าสมัย จำต้องทิ้งให้เพลงเน่า

ส่วนเพลงเป็นหมัน คือเพลงที่ผ่านขั้นตอนการบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจเกิดสะดุดอุปสรรคไม่มีโอกาสผลิตเป็นแผ่นเสียงหรือซีดีออกมาเผยแพร่ จากเหตุผลหลายประการ เช่น ค่ายเพลงนายทุน ตกลงสัญญากันไม่ได้กับนักร้องหรือผู้จัดการนักร้อง หรือตกลงเรื่องลิขสิทธิ์เพลงกับนักแต่งเพลงไม่ได้ เพลงที่ลงทุนบันทึกเสียงไปแล้วก็ต้องยอมขาดทุนทิ้งไป กลายเป็นเพลงเป็นหมัน…

หนังสือเพลง

นักแต่งเพลงมือใหม่ หรือแม้แต่มืออาชีพทุกคนต้องเคยแต่งเพลงเก็บไว้ไม่ได้บันทึกเสียงจนกลายเป็นเพลงเก่าไปในที่สุด โดยเฉพาะนักแต่งเพลงอิสระที่ไม่สังกัดห้างสังกัดค่าย

“เพลงเน่า” เป็นคำเปรียบเรียกขานเพลงที่แต่งเสร็จแล้วทั้งคำร้องทำนองแต่ไม่ได้นำไปบันทึกเสียง ปล่อยลืมจนเกินกาลเวลา กลายเป็นเพลงที่ถูกลืม จะนำมาขัดเกลาบันทึกเสียงใหม่ พล็อตเนื้อหาก็ไม่เข้ากับยุคสมัย คือเนื้อมันล้าสมัยไปแล้ว เรียกว่าเพลงเน่า

ส่วน “เพลงเป็นหมัน” หมายถึง เพลงที่ได้บันทึกเสียงจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ไม่ได้ตัดเป็นแผ่นออกมาเผยแพร่ เพลงแบบนี้เกิดขึ้นในวงการมากมาย หลายเพลงเป็นเพลงดี เพลงเพราะ แต่ต้องสูญเปล่า

“เพลงเน่า” ที่เกิดจากนักแต่งเพลงมือใหม่หัดขับ หัดแต่งเพลงเป็นใหม่ ๆ เพลงแรกจะเป็นเพลงที่ภูมิใจที่สุด จดจำได้ตลอด จดเนื้อร้องลงในสมุดท่องจำทำนองจนขึ้นใจ สมัยก่อนต้องนำไปเสนอให้นักร้อง หรือห้างแผ่นเสียง เพราะการบันทึกเสียงเพลงต้องมีขั้นตอน ขั้นแรกนำเพลงไปร้องต่อให้นักร้องจนนักร้องจำขึ้นใจ และต้องไปร้องให้นักดนตรีผู้เรียบเรียงเสียงประสานทำโน้ตทำดนตรี แล้วค่อยไปจองห้องบันทึกเสียง

ยุคแรก ๆ ห้องบันทึกเสียงมีแค่ ๓ แห่งคือ “ห้องบันทึกเสียงกมลสุโกศล” “ห้องบันทึกเสียงโรต้า” และ “ห้องบันทึกเสียงคิงส์ซาวด์” ที่บันทึกเสียงเพลงลูกทุ่งเป็นหลัก ถึงจะผ่านขั้นตอนบันทึกเสียงเสร็จไปแล้วก็ต้องนำเทปบันทึกเสียงไปสั่งตัดเป็นแผ่นเสียงหรือแผ่นซีดี กว่าจะเสร็จออกมาเป็นแผ่น ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก นักร้องจึงบันทึกเพลงเองไม่ได้ต้องพึ่งห้างพึ่งค่ายเพลงอย่างเดียว เพลงที่แต่งไว้เที่ยวไปให้ใครก็ไม่มีใครรับไปบันทึกเสียง จึงทิ้งเนื้อเพลงไว้ในสมุดโน้ตนานหลายปีจนลืมทำนอง ก็กลายเป็นเพลงเน่า ใช้ไม่ได้

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com