ปีใหม่ในภาพวาด

18

ปีใหม่ในภาพวาด
ทางอีศาน ฉบับที่ ๘ ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๕๕
คอลัมน์: วิถีไทบ้าน
Column: Thai Folkways
ผู้เขียน: มาโนช พรหมสิงห์
ภาพจากอินเตอร์เนต

I was invited to be a judge for the drawing competition in ?The Project for Dissemination of Knowledge on Constitution Day? organized by the Rajabhat University Ubon Ratchathani on Friday, December 9th, 2011. The topic for the elementary school level is ?Livable Community, Lofty Democracy?. I was surprised by the fact that the story, the elements, the composition and the colours used by the students were all alike as if they were copied from the same mould. They showed no sign of Esan identity. Their dreams and imaginations have been framed possibly by the mechanism of the state power or the ready made set of imagination.

I suggested liberating the children?s dreams and imaginations. I would like to invite you to paint the picture of our nation and the equitable democracy, providing more space and respecting different opinions, and really giving priority to the folkways. The finished pictures should be sent as New Year cards to other people so that they help make it real.

ค่าที่เคยวาด ?หมากลิ้นไม้? ให้คนเห็น แล้วไม่เคยมีใครเอ่ยถามว่า ?รูปดาบแกลดิเอเตอร์ (gladiator) หรือ ?? หรือวาดต้น ?ผักอีฮีน? แล้วไม่เคยมีคนทักว่าเป็นผักตบไทย หรือผักพาย สังคมแคบ ๆ ของเมืองอุบลราชธานี จึงทึกทักว่าผมมีฝีมือวาดภาพพอไปวัดไปวาได้ แม้จะไม่ติดฝุ่นและห่างไกลหลายโยชน์กับศิลปินรางวัลมนัส เศียรสิงห์ อย่าง อ.โชคชัย ตักโพธิ์ ทว่าด้วยวัยที่แก่เกินแกงผมจึงพอจะวางมาดทำเนียนเป็นกรรมการตัดสินภาพวาดประกวดประขันของเด็กนักเรียนประถมมัธยมในตัวจังหวัดอยู่เนือง ๆ

ย้อนรำลึกถึงช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว อ.ธีระพล อันมัย ได้หนีบผมไปร่วมตัดสินผลงานวาดภาพโครงการเผยแพร่ความรู้วันรัฐธรรมนูญ ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในวันศุกร์ที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ร่วมกับอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิอีกสองท่าน โดยแยกประเภทตามระดับชั้น-ระดับประถมศึกษาตอนต้น หัวข้อ ?ห้องเรียนในฝัน?และระดับประถมศึกษาตอนปลาย คือ ?ชุมชนน่าอยู่ เชิดชูประชาธิปไตย?

ทุกเวทีการประกวดที่มีวาสนาถูกเชิญไปเป็นกรรมการ ผมมักจะวางตัวไว้ตรงจุดที่เป็นผู้พิจารณาเรื่องราว (Story) ในภาพมากกว่าจะดู
เรื่องสี, องค์ประกอบ, การจัดภาพ ทุกทีไป ดังนั้นงานที่กล่าวถึงข้างต้นก็เช่นกัน ผมตั้งความมุ่งหวังไว้ในใจว่า คงได้ชื่นชมกับจินตนาการและความใฝ่ฝันซึ่งจะสะท้อนวิถีชีวิต, สภาพบ้านเมืองและประชาธิปไตยแบบเด็ก ๆ ของลาวอีสาน-ลาวอุบลฯ โผล่ให้เห็นในภาพวาดไร้เดียงสาเหล่านั้นไม่มากก็น้อยเป็นแน่แท้

ทว่าเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมประกวดในวันนั้นกลับมีน้อยมากจนน่าตกใจ ทั้งสองระดับมีเพียง ๕ คน จาก ๒ โรงเรียนในเขตอำเภอรอบนอกเท่านั้น

โลกของการศึกษาในวัยเยาว์ทุกวันนี้ ยึดถือว่า-จินตนาการไม่สำคัญเท่าวิชาการ-อันเป็นการสวนทางกับวาทะของนักฟิสิกส์ระดับรางวัลโนเบลเจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Theory of Relativity) นาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์อย่างนั้นหรือ?

หรือว่า วาทะ-จินตนาการสำคัญกว่าวิชาการ-ของไอน์สไตน์นั้น เป็นแค่นิทานก่อนนอนที่มีไว้ปลอบประโลมความฝันจินตนาการไปวัน ๆ ส่วนโลกแห่งความจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แหละ- สุดท้ายเมื่อถึงนาทีที่ภาพวาดบนกระดาษขนาด A2 จำนวน ๕ แผ่น มาวางเรียงต่อหน้า ร้องขอคำวินิจฉัยและตัดสินชี้ขาดจากกรรมการ มันกลับทำให้เราอ้ำอึ้ง พูดคุยกันอยู่นานพลางลำดับความย้อนหลังไปในงานประกวดหลายต่อหลายครั้งที่ผ่าน ๆ มา

นั่นมิใช่ว่า- ผลงานในครั้งนี้ มันโดดเด่นหรือตกต่ำลงกว่าเดิมมากมาย กลับดูจะรักษามาตรฐานคุณค่าของงานไว้ได้อย่างคงเส้นคงวาด้วยซ้ำ (แม้จะเป็นเด็กคนละกลุ่ม หัวข้อคนละอย่าง)

มันน่าตกใจตรงที่ว่า- มันเป็นบล็อคเดียวกันเหมือนกดออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันไม่ว่าหัวข้อไหน ภาพก็จะมีเรื่องราว องค์ประกอบ การจัดวางสีที่เหมือนกันยังกะแกะ อาจจะผิดแผกไปตามสังกัดโรงเรียน โรงเรียน ก. ต่างกันบ้างกับโรงเรียน ข. แต่ในโรงเรียนเดียวกันก็จะเหมือนกันเองอีก

เช่น ประชาธิปไตย ก็จะประกอบด้วยรูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวง มีแฉกรัศมีออกมารายรอบแสดงวิถีชีวิตชาวบ้าน ไม่ว่าจะการปลูกผัก ทำนา หย่อนบัตรเลือกตั้งลงกล่อง (ซึ่งดูไม่ออกว่าเป็นไทบ้านลาวอีสานหรือที่ใด)…

เรื่องราวของภาพวาดไม่ต่างกัน อาจเพราะคิดตรงกันก็ได้ แต่น่าแปลกไหมที่มีอะไรมาดลใจ มากำกับให้ความใฝ่ฝันจินตนาการของแต่ละคน มันเหมือนหลุดออกจากแม่พิมพ์เดียวกันอย่างนั้น

มันเป็นผลมาจากการหล่อหลอมกล่อมเกลาของครู / โรงเรียน / กระทรวง / สังคม / กลไกอำนาจรัฐ หรือมันเป็นอย่างที่ เบน แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson)* ให้คำจำกัดความของชาติ (nation) ด้วยจิตใจแบบนักมานุษยวิทยาว่า ?ชาติ คือ ชุมชนจินตกรรมการเมือง- และจินตกรรมขึ้นโดยมีทั้งอธิปไตย และมีขอบเขตจำกัดมาตั้งแต่กำเนิด? ชาติถูกจินตกรรม (Imagined) ขึ้นเป็นชุมชน (Community) ก็เพราะชาติถูกทำให้โดนใจว่าเป็นภราดรภาพอันลึกซึ้งและเป็นแนวระนาบ แม้ว่าจะมีความไม่เสมอภาค มีการกดขี่ขูดรีดดำรงอยู่ในแต่ละชาตินั้นก็ตาม ในที่สุดแล้วตลอดสองร้อยปีที่ผ่านมา ภราดรภาพอันนี้แหละที่ทำให้เป็นไปได้ที่ผู้คนเป็นจำนวนหลายล้านคนเต็มใจที่จะยอมตาย (ไม่ใช่ฆ่า) เพื่อจินตกรรมอันมีขอบเขตดังนี้

จริงละ ชาติ, ประชาธิปไตยย่อมต้องเป็นหนึ่งเดียว ทว่ามันไม่ต่างแม้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มันเหมือนกันจนน่ากลัว เหมือนกับว่ามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ถูกต้อง นอกนั้นจะไม่ใช่หรือผิดทันทีเหมือนไม่มีที่ทางให้เสียงที่ผิดแผกแตกต่าง ซึ่งนั่นก็แทบไม่ต้องพูดถึงการให้ความเคารพต่อเสียงส่วนน้อยหรือต่างออกไป

มีภาพวาดของเด็กหญิงชั้น ป.๓ ในหัวข้อ?ห้องเรียนในฝัน? เป็นรูปห้องเรียนที่ปราศจากคนไม่ว่าจะเป็นครูหรือนักเรียน …หากในวันนั้นมีเด็กนักเรียนสักคนยื่นกระดาษว่างเปล่าขาวสะอาดให้ผมกับกรรมการท่านอื่น พลางบอกด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาว่า ?อยากได้อย่างไรก็ขอให้วาดเอาเองเถอะ?… แล้วหากผมส่งกระดาษแผ่นนั้นต่อให้ผู้อ่านทุกท่าน- ท่านจะทำอย่างไรท่านจะวาดเหมือนกดจากแม่พิมพ์เหมือนภาพอื่น ๆ

หรือจะปลดปล่อยความใฝ่ฝันจินตนาการให้เป็นอิสระจากกรง เหมือนการปรากฏตัวของโถปัสสาวะผู้ชาย มีชื่อศิลปินกำกับว่า R. Mutt (นามแฝงของ มาร์เซล ดูชองป์) ซึ่งมีชื่อว่า ?น้ำพุ? (Fountain) ในปี ค.ศ. ๑๙๑๗ ที่ท้าทายแนวคิดเกี่ยวกับศิลปะแบบเดิม ๆ และทำให้เกิดกลุ่มคลื่นของอาวองต์- การ์ดขึ้น / และร่วมดำเนินการผลักดันให้ความฝันเป็นจริง มีผลกระทบต่อสังคมและโลก (ดุจดังตัวอย่างเช่น สามสิ่งซึ่ง ฟรานซิสเบคอน ยกให้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนโลกจากยุคโบราณและยุคกลางสู่ยุคสมัยใหม่ คือ กระดาษกับการพิมพ์ ดินปืน และเข็มทิศแม่เหล็ก อันก่อตัวขึ้นจากความคิดฝันจินตนาการของชนชาวจีนโบราณ)

วาดรูปสังคมประชาธิปไตยแห่งความเสมอภาคและเท่าเทียม เป็นอำนาจและการปกครองของส่วนที่ถูกนับเพื่อที่จะไม่นับรวมให้เป็นส่วนเปิดพื้นที่ให้กับการแสดงความไม่เห็นด้วย เห็นไม่ตรงกันทางการเมือง ความเสมอภาคที่คือการมีปัญญาร่วมกัน ไม่มีใครเหนือกว่าใคร

นั่นจึงจะเป็นนิมิตหมายของการปรากฏกายขึ้นอย่างหยิ่งทะนง มีคุณค่าความหมายที่แท้จริงของคนเล็กคนน้อย วิถีไทบ้าน คนไกลปืนเที่ยง คนชายขอบอันเป็นคนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน และเคยถูกละเลย หมิ่นแคลน พวกเขาจะถูกนับทันทีที่จะมีการเลือกตั้ง ทว่าเมื่อการหย่อนบัตรเลือกตั้งผ่านไป พวกเขาจะไม่ถูกนับไม่ใส่ใจ และไร้ความหมายไปในทันที

เอาละ— เรามาเริ่มต้นลากเส้นวาดภาพบนกระดาษขาวกันเถิด…

ผมเชื่อมั่นว่าผู้อ่านทุกท่านจะทำได้และดีกว่าตัวผมเอง (ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามอย่างสุดฤทธิ์สุดเดชที่จะแหกกรอบตั้งแต่วัยเยาว์คือ-?รูปวิวอมตะ?— ฉากหลังเป็นภูเขา ๒ ลูก ดวงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นตรงกลาง ด้านหน้าเป็นทะเลที่มีเรือใบแล่นฉิว ฝูงนกบนฟ้า ๑ ฝูง มะพร้าวลูกดก ๑ ต้นริมทะเลคือทุ่งนาที่มีกองฟางพร้อมกระท่อม ๑ หลัง…)

เอาละ…หากมันแล้วเสร็จอย่างสวยงาม เราจะติดแสตมป์เขียนคำอวยพรปีใหม่ส่งไปให้กับไทบ้านทุกคนพร้อม ๆ กัน — สวัสดีปีมะเส็งครับ.

*เบน แอนเดอร์สัน Benedict Anderson, ชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (Imagined Communities Reflection on the Origin and Spread of Nationalism), บรรณาธิการแปล ชาญวิทย์ เกษตรศิริ; จัดพิมพ์โดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ / มกราคม ๒๕๕๒

คำอำลา
ข้อเขียนนี้เป็นข้อเขียนสุดท้ายในคอลัมน์ ?วิถีไทบ้าน? ของผม เพราะไม่อาจปลีกเวลาจากงานเลี้ยงลูกสาวสองคน ๕ ขวบกับ ๑ ขวบได้ อีกทั้งมีแรงปรารถนาลุกโชนขึ้นในใจที่เพรียกเตือนให้ผมเขียนวรรณกรรมชิ้นใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ หรือนวนิยายสักเรื่อง ผมจึงกราบขออนุญาตท่านผู้อ่านหยุดคอลัมน์นี้เพียงแค่นี้ เปิดโอกาสให้นักเขียนท่านอื่นได้มาแสดงฝีไม้ลายมือบ้าง ขอบพระคุณพี่ปรีดา ข้าวบ่อ ที่ชักชวน / เปิดโอกาส ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ.

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com