งานนักร้อง เพลงรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

0

วันรับรางวัล “แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เมื่อ ๒๐
พฤศจิกายน ๒๕๑๔

งานนักร้อง เพลงรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

พ.ศ.๒๕๑๐ เป็นปีแจ้งเกิดในวงการนักแต่งเพลงของผู้เขียน เพราะมีเพลงได้บันทึกแผ่นเสียงถึง ๔ เพลงรวด

พ.ศ.๒๕๑๑ เป็นปีมหาโชคของนักแต่งเพลงหน้าใหม่นาม “สุรินทร์ ภาคศิริ” เพราะเป็นปีที่มีเพลงดังถึง ๓ เพลงคือเพลง “อย่าเดินโชว์” บรรจบ เจริญพร ขับร้อง “วอนลมฝากรัก” บุปผา สายชล ขับร้อง เพลง “หนุ่มบ้านแต้” เลิศ ประสมทรัพย์ และศรีสุดา รัชตะวรรณ แห่งวงดนตรีสุนทราภรณ์ ขับร้อง และอีกเพลงหนึ่งถึงจะไม่ดังแต่เป็นเพลงที่สร้างความปลาบปลื้มใจที่สุดในชีวิตการเป็นนักแต่งเพลงของผู้เขียนก็คือเพลง “งานนักร้อง”

พ.ศ.๒๕๑๑ วงดนตรี “บุปผา สายชล” มีนักร้องดังนำวงคือ บุปผา สายชล และบรรจบ เจริญพร ต่อมาหัวหน้าวงได้รับนักร้องใหม่เป็นเงาเสียงของ สุรพล สมบัติเจริญ มาสังกัดวงอีกคนชื่อ “พรไพร เพชรดำเนิน” คุณศรีไพร ใจพระหัวหน้าวงมาขอให้ผู้เขียนแต่งเพลงให้เพื่อสร้างนักร้องดังขึ้นมาประดับวงอีกสักคน ในช่วงนั้น “สุรพล สมบัติเจริญ” กำลังดังเต็มที่ ครองตลาดเพลงไม่มีใครเทียมทัน จึงมีข่าวซุบซิบในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสารบันเทิงต่าง ๆ เรื่องของความเจ้าชู้และคบหากับแฟนเพลง สาวแก่แม่หม้าย จนมีปัญหาไปถึงครอบครัวภรรยามีข่าวทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น

ในฐานะที่ผู้เขียนตอนนั้น นอกจากจะเป็นนักแต่งเพลงแล้วยังเป็นนักข่าวบันเทิงสัมผัสชีวิตของดารา นักร้อง ศิลปินคนดังพอสมควร จึงแวบไอเดียจะแต่งเพลงเพื่อเป็นตัวแทนให้ศิลปินที่ต้องทำหน้าที่เป็นคนของประชาชน ให้ความสุขความบันเทิงแก่แฟน ๆ อาจมีบ้างที่แฟนเพลงบางคนเข้ามาชื่นชมคลุกคลีมีจุดประสงค์แตกต่างกันไป ศิลปินนักร้องต้องขายเสียงหาเลี้ยงชีพได้รับการชื่นชมอุดหนุนจากบรรดาแฟน ๆ บางครั้งในสายตาของคนภายนอกอาจมองในแง่ไม่ดีผู้เขียนจึงแต่งเพลงถ่ายทอดอารมณ์ของนักร้องดังที่มีครอบครัวลูกเมียอยู่ข้างหลังที่อาจจะระแวงสามี แต่งเสร็จตั้งชื่อเพลงตรง ๆ ว่า “งานนักร้อง” ให้นักร้องน้องใหม่ชื่อ “พรไพร เพชรดำเนิน” ขับร้อง เพลงออกมาไม่ดัง

เพลง งานนักร้อง

เมียจ๋า หันมาฟังผัวสักหน่อย เหตุใดด่วน

ทำใจน้อย ผัวนี้พลอย กลุ้มใจสุดฝืน

ขุ่นเคืองเรื่องใด น้องไม่หลับนอนทั้งคืน

ใจผัวไม่เคยเป็นอื่น ไยทรามชื่น เจ้ามัวระแวง

นอนเสีย แสนเพลีย ผัวนี้จะกล่อม

อกอุ่นละมุนละม่อม ขอดมดอมเจ้าอย่าหน่ายแหนง

ไม่เคยนอกใจ ร้างไกล ให้เมียระแวง

ไปไหนทั่วทุกทุกแห่ง ใจพี่แจ้ง ห่วงเมียไม่วาย

อาชีพศิลปิน หากินอยู่กับมิตรเพลง

ขับร้องบรรเลง อย่าเกรงว่าพี่เปลี่ยนใจ

แฟนเพลงมากนัก รู้จักทักทายเอาไว้

เรื่องความรัก ความใคร่ ผัวไม่เคยสักครั้ง

เมียขวัญ หันมาแล้วยิ้มให้พี่

เลิกทำหน้างออย่างนี้ แล้วคืนดี อย่าทำขึงขัง

สุขกันเหมือนเคย น้องเอย เข้าใจหรือยังจงคิดอภัยพี่บ้าง หากผิดพลั้ง พี่ทำเพราะงาน

ต่อมา พ.ศ.๒๕๑๔ สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสถานีวิทยุกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ จัดงานมอบรางวัล “แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน” โดยคัดเลือกเพลงดีมีคุณค่า ทั้งประเภทลูกกรุง ลูกทุ่ง และไทยเดิม สถานที่จัดงานที่ “สถานลีลาศสวนลุมพินี” คุณศรีไพร ใจพระ หัวหน้าวงดนตรี “บุปผา สายชล” มาบอกศิลปินนักร้องนักแต่งเพลง ในสังกัดห้างแผ่นเสียงกรุงไทยให้ไปร่วมงานทุกคน ให้แต่งตัวใส่สูทให้เรียบร้อย และไม่ได้บอกอะไรอีก ทุกคนคิดว่าคงไปร่วมงานเพื่อเป็นเกียรติเท่านั้น

ถึงวันงาน ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ ผู้เขียนพร้อมทีมงานโดยมี ครูไพบูลย์ บุตรขัน เป็นหัวหน้าทีมไปถึงสถานลีลาศสวนลุมพินี มีเหล่าศิลปินมาร่วมงานหลายร้อยคน กลุ่มเรานั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะ คณะผู้จัดงานประกาศชื่อศิลปินนักร้องให้ไปรวมกันเพื่อซักซ้อมการรับรางวัล นักร้องนักแต่งเพลงลุกไปกันเกือบหมด คุณศรีไพร มาตามผู้เขียนว่าเขาเรียกชื่อแล้วทำไมไม่ไปเข้าแถว ผู้เขียนก็งง ๆ ว่าไปเข้าแถวทำไม ศรีไพรบอกว่า ไปเถอะเขาเรียกชื่อแล้วไม่ได้ยินหรือ ผู้เขียนก็ไปเข้าแถวตามลำดับที่เจ้าหน้าที่เขากำหนดให้ ปรากฏว่าเขากำลังซ้อมการรับรางวัลอยู่ ผู้เขียนเริ่มเอะใจหรือว่าเราจะได้รับรางวัลด้วย ก็ดูวิธีการรับรางวัลเป็นตัวอย่าง การซ้อมผ่านไปไม่นาน เจ้าหน้าที่ผู้จัดงานประกาศให้ทุกคนยืนขึ้นรับเสด็จ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ กับสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙” ทั้งสองพระองค์เสด็จขึ้นบนที่ประทับ

ผู้เขียนจึงเริ่มรู้ว่า เราคงได้รับรางวัลด้วยแต่ได้ด้วยเพลงอะไรยังไม่รู้ ต่อมาเจ้าหน้าที่กรรมการขานชื่อศิลปินผู้ได้รับรางวัลแต่ละสาขาขึ้นรับรางวัลทีละคน เขาประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลใกล้คิวของผู้เขียนเข้ามาทุกที ทั้งตื่นเต้นตกใจเกิดมาในชีวิตไม่เคยเข้าเฝ้าใกล้เบื้องยุคลบาทขนาดนี้ พยายามตั้งสติ และแล้วก็มาถึงคิวจนได้ เสียงประกาศทางลำโพง “ต่อไป รางวัลทำนองเพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยม ได้แก่เพลง งานนักร้อง ผู้ประพันธ์เพลงคือ “นายสุรินทร์ ภาคศิริ” ผู้เขียนเดินขึ้นบันไดไปยืนต่อหน้าที่ประทับทั้งสองพระองค์ ด้วยอาการหูอื้อตาลาย โค้งคำนับสะบัดมือขึ้นรับโล่รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน แล้วถอยหลังมาก้าวหนึ่ง โค้งคำนับแล้วขวาหันเดินลงบันไดอีกด้านหนึ่ง เดินลงมาด้วยความมึนงง นักข่าวช่างภาพลากตัวให้ไปยืนถ่ายภาพกับทีมนักร้องนักแต่งเพลงชุลมุนไปหมดอยู่จนงานเลิก เดินทางกลับบ้าน นึกทบทวนภาพตัวเองขณะขึ้นรับรางวัลจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังนึกไม่ออก

ผ่านไปไม่กี่วัน มีนักข่าวบันเทิงรุ่นน้องคนหนึ่งนำภาพที่เขาถ่ายไว้มาให้ ๒ ภาพ เป็นภาพที่ยืนรับรางวัลอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ ถึงจะเป็นภาพที่ถ่ายไกล แต่ก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะถ้าไม่มีใครถ่ายภาพไว้คงไม่มีภาพสำคัญที่สุดในชีวิตภาพนี้ไว้เป็นมงคลแก่ชีวิตแน่ เพราะนี่คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนักแต่งเพลงลูกบ้านนอกคนหนึ่ง

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com