คำผญา

เอาลูกสะใภ้มาเลี้ยงย่า

เหมือนเอาผีห่ามาไว้ในเรือน

 

ความหมาย

แม่ย่าหรือแม่ผัวกับลูกสะใภ้เปรียบเสมือน ขมิ้นกับปูน, เสมือนนํ้ากับนํ้ามัน ส่วนมากเข้ากันไม่ได้ ยังดีที่เป็นน้ำ อย่าง้นอยก็ยังมีความเย็นอยู่บ้าง ถ้าเป็นของร้อน แม่ย่ากับลูกสะใภ้อาจจะเปรียบเหมือนหมากับแมวก็ได้

 

ชายใดที่เจอปัญหาแม่ย่ากับลูกสะใภ้ ถือว่าโชคร้ายมาก เมื่อแม่กับเมียไม่ถูกกัน ชายผู้เป็นลูกของแม่ ชายผู้เป็นผัวของเมียจะมีความสุขได้อย่างไร

 

ปัญหานี้มันเกิดจากการยึดถือตนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แม่ถือว่าผู้ชายคนนี้เป็นลูกของตนแม่เป็นผู้กำเนิด เป็น ผู้เลี้ยงดูตั้งแต่แบเบาะจนโตเป็นหนุ่ม แม่เป็นผู้ที่รู้นิสัยใจคอของลูกชายมากกว่าใคร ลูกชายของแม่จึงเป็นดวงใจของแม่ส่วนสะใภ้ก็ถือว่าผู้ชายคนนี้เป็นของตนในฐานะสามี เป็นผู้ที่ตนรู้นิสัยใจคอไม่น้อยกว่าผู้เป็นแม่เป็นบุคคลที่ตนคอยเอาใจใส่ ให้กำลังใจ ดูแล ไม่น้อยกว่าผู้เป็นแม่

 

อะไรก็ตามเมื่อคิดว่าเป็นของตนแล้ว ต้องหวงแหน ใครก็แตะต้องไม่ได้ ผู้เป็นแม่หรือผู้เป็นแม่ย่าจะยอมให้ลูกสะใภ้ดูหมิ่นลูกชายของตนไม่ได้ ลูกชายของตนจะเชื่อเมีย ทำตามเมียมากกว่าแม่ก็ย่อมไม่ได้ ฝ่ายลูกสะใภ้หรือผู้เป็นเมียก็ไม่ยอมเช่นกัน ผัวจะเชื่อแม่ย่า ทำตามแม่ย่า เข้าข้างแม่ย่ามากกว่าเมียไม่ได้

 

อีกสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากวัยที่แตกต่างกัน แม่ย่าเป็นคนรุ่นเก่า หัวเก่า ความคิดสนิทแนบอยู่กับสิ่งเก่า ๆ ส่วนลูกสะใภ้เป็นคนรุ่นใหม่หัวใหม่ คิดใหม่ โลดแล่นไปตามยุคสมัย ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ศึกษากันและกัน ถ้าไม่ปรับตัวเข้าหา

กันก็ยากที่จะเข้ากันได้

 

แม่ย่ากับลูกสะใภ้มักจะตั้งแง่ตั้งงอนให้กันเสมอ ทัศนคติมักไม่ค่อยตรงลงรอยกัน แม่ย่าถือว่าตนเป็นแม่ เป็นผู้อายุมากกว่า มักอ้างว่าอาบนํ้าร้อนมาก่อน อะไรที่ไม่พอใจ ไม่ถูกใจก็บ่นตำหนิติเตียนลูกสะใภ้จะเอาดั่งใจให้ได้ ฝ่ายลูก

สะใภ้ก็รำคาญที่แม่ย่าบ่นได้บ่นดี ตำหนิติเตียนไม่ปรับตัว ไม่ยอมรับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปแล้ว

 

แม่มักจะฟ้องลูกชายว่า แกสอนเมียแกหน่อย อย่าตีตนเสมอแม่ ให้รู้ที่ต่ำที่สูง ฝ่ายสะใภ้ก็มักฟ้องสามีว่า คุณบอกแม่คุณหน่อย อย่าขี้บ่นนัก อย่างอแงเอาแต่ใจเหมือนเด็ก ๆ แก่จนหัวหงอก ฟันหักหมดแล้ว ฉันจะทนไม่ได้อยู่แล้ว

 

เมื่อแม่ย่าทนไม่ได้ ลูกสะใภ้ก็ทนไม่ได้ จากสงครามเย็นก็กลายเป็นสงครามร้อน ส่วนชายผู้อยู่ตรงกลางระหว่างแม่กับเมียนั้น ได้แต่ขมขื่นฝืนทนกลืนไม่ได้คายไม่ออก นั่นก็เมีย นี่ก็แม่ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

 

เอาลูกสะใภ้มาเลี้ยงย่า เหมือนเอาผีห่ามาไว้ในเรือน สำนวนนี้ดูเหมือนจะโยนบาปลงไปที่ลูกสะใภ้มากกว่า เปรียบลูกสะใภ้เหมือนผีเหมือนห่าที่จะมากินตับไตไส้พุงแม่ย่า นักปราชญ์คงเห็นมาเช่นนี้ก็ได้

 

ความจริง ฤทธิ์เดชของแม่ย่ากับลูกสะใภ้น่าจะพอ ๆ กัน ลูกสะใภ้ที่ทำลายแม่ย่าก็มีไม่น้อย แม่ย่าที่รังแกลูกสะใภ้ก็มีไม่น้อย มันขึ้นอยู่กับฐานะ สภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน

 

ถ้าแม่ย่าเป็นผู้ที่มีฐานะดี เป็นคนชั้นสูงในสังคม และเป็นแม่ย่าที่มีมานะทิฐิ มีอคติในใจเมื่อลูกสะใภ้ต้องมาอยู่ร่วมชายคา และยิ่งเป็นลูกสะใภ้ที่แม่ย่าไม่ได้เลือกให้ลูกชายด้วยแล้ว ลูกสะใภ้อาจจะตกที่นั่งลำบาก ทำดีกับแม่ย่าไม่ขึ้น

ทำดีอย่างไรก็ยากที่แม่ย่าจะมองเห็น สามีก็มิอาจช่วยอะไรได้ ถือว่าลูกสะใภ้ต้องรับเคราะห์รับกรรมจนกว่าแม่ย่าจะสิ้นลมหายใจ

 

ขณะเดียวกัน ถ้าแม่ย่าจะต้องไปอาศัยอยู่กับลูกชายลูกสะใภ้ ลูกสะใภ้ที่มีฐานะดี มีมานะทิฐิ มีอคติในใจ แม่ย่าก็อาจจะไม่มีความสุข แม่ย่าอาจถูกลูกสะใภ้ด่าทอสาปแช่งหรือพูดจากระทบกระเทียบที่ลูกสะใภ้ต้องรับผิดชอบดูแลลูกชายก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้เช่นกัน ช่วยไม่ได้จนต้องพาแม่ไปฝากไว้ที่บ้านพักคนชราหรือปล่อยให้แม่อยู่เพียงลำพัง

 

ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ เป็นปัญหาโลกแตกคือ แก้ไขไม่ได้ ถ้าใครเจอปัญหานี้ก็ต้องรอให้ตายไปข้างหนึ่งปัญหาจึงจะจบลง

 

คงเป็นเช่นนี้กระมัง เมื่อชายหญิงแต่งงานกันแล้ว ฝ่ายชายมักจะไปอยู่กับฝ่ายหญิงจนเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา ลูกเขยกับแม่ยายมักจะไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนมากจะเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ครอบครัวไทยกำลังเป็นครอบครัวเดี่ยว โอกาสที่แม่ย่ากับลูกสะใภ้จะอาศัยอยู่ในชายคาเดียวกันมีน้อย ลูกสะใภ้เลี้ยงแม่ย่ามีน้อย ถ้าหากว่าแม่ย่าคนใดที่มีลูกสะใภ้ไปเลี้ยงดูหรืออาศัยอยู่ด้วย ถ้าทั้งสองฝ่ายมีธรรมะในใจ แม่ย่าเป็นผู้อาวุโส มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ลูกสะใภ้เป็นผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่

 

ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้จะไม่มี…!?

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com