คำเต็มของ ตม.

ขอเล่าเรื่องจริงอิงนิยายสักครั้งนะครับ…เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๘ ที่จังหวัดนครพนม…

ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม ตั้งอยู่ริมแม่นํ้าโขง ในช่วง ปี ๒๕๑๘ จะมีชาวลาวอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารที่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก สำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติจึงตั้งขึ้นในประเทศไทยหลายแห่ง ในนาม “ศูนย์รับผู้อพยพ” เช่น หนองคาย ปากชม อุบลราชธานี พนมสารคาม ลาดบัวขาว เป็นต้น ส่วนที่จังหวัดนครพนม เข้าตั้งเป็น “สถานที่ควบคุมผู้หลบหนีเข้าเมือง” จะมีกฎระเบียบเข้มกว่า เมื่อสอบสวนแล้วไม่มีเรื่องการเมืองความมั่นคงมาเกี่ยวข้อง ก็จะจัดส่งศูนย์อพยพที่จังหวัดต่าง ๆ ต่อไป เพื่อจะได้ส่งต่อไปประเทศที่ ๓

พันตำรวจโทคำแพง เป็นนายด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นครพนม ท่านมีลูกสาวสวย สิบตำรวจโทคำตา ประจำอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ทำงานดีมาก จึงมีโอกาสได้เป็นลูกเขยของพ่อเฒ่าพันโทคำแพงแบบไม่ยากนัก

วันหนึ่ง พันตำรวจโทคำแพงทำเรื่องจัดส่งผู้หลบหนีเข้าเมืองจากนครพนมไปเข้าศูนย์อพยพจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๒๕๐ คนต้องเหมาเช่ารถบัสโดยสารแบบ “ไมโครบัส”หรือรถบัสขนาดกลางติดพัดลม บรรทุกผู้โดยสาร

ได้เพียง ๒๕ คนเท่านั้น การไปส่งผู้หลบหนีเข้าเมืองคราวนี้จึงใช้รถบัสจำนวนถึง ๑๐ คัน

คาราวานส่งผู้หนีเข้าเมืองแต่ละคันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจากสถานที่ควบคุมฯ นั่งควบคุมประจำรถบัสทุกคัน รวมถึงสิบตำรวจโทคำตาลูกเขยพันตำรวจโทคำแพงก็ไปด้วย

เมื่อคาราวานรถบัสเข้าไปถึงศูนย์รับผู้อพยพจังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินการขั้นตอนตรวจรับจำนวนผู้หลบหนีเข้าเมือง เปลี่ยนสภาพเป็นผู้อพยพเรียบร้อย รถบัส ๙ คันให้เดินทางกลับไปนครพนมก่อน ส่วนอีก ๑ คันให้รวมเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่จากรถแต่ละคันมาอยู่คันเดียว แล้วพากันไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ “ร้านข้าวขาหมูทวีผล” ร้านขึ้นชื่อของจังหวัดอุบลฯ ในยุคนั้น เมื่อรับประทานอาหารเสร็จท่านหัวหน้าคณะ คือ พันตำรวจโทคำแพงก็นำทีมงานเดินชมเมืองอุบลฯ เลือกซื้อสิ่งของตามอัธยาศัย

สิบตำรวจโทคำตา เห็นแตงโมที่พ่อค้าวางขายเป็นกอง ๆ แต่ละลูกน่าซื้อมากและเป็นผลไม้ของโปรดของพ่อเฒ่าพันตำรวจโทคำแพงซะด้วย จึงซื้อแตงโมลูกหนึ่ง เอาไปวางไว้ที่ชั้นวางของบนรถบัส ชั้นวางของบนรถบัสนั้น เขาทำ

เป็นตะแกรงยาวจากหน้ารถถึงท้ายรถ มีทั้งซีกซ้าย – ขวา สะดวกต่อผู้โดยสารวางสัมภาระบนศีรษะของตน หยิบยกได้สะดวก

แตงโมของสิบตำรวจโทคำตาก็วางบนตะแกรงทางท้ายรถ เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่นั่งคุยกันอยู่ท้ายรถ ด้านหน้ามอบให้เป็นที่นั่งของ “ท่านหัวหน้า” ท่านจะได้พักผ่อนตามสบายเบาะนั่งรถบัสขนาดกลางยุคนั้น เป็นเบาะยาวนั่ง

ได้ซีกละ ๓ คน ถ้าผู้โดยสารมีน้อย ใครใคร่นอนเหยียดขา คลายเหนื่อยบ้างก็ไม่ว่ากัน… พนักงานขับรถก็ขับไปเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วตามเหมาะสม ส่วนเจ้าหน้าที่ก็คุยกันสนุกสนานตามประสาคนที่ทำงานสำเร็จ บางคนก็มีเครื่องดื่มติดมือขึ้นมาบนรถ แถมกับแกล้มมีพร้อมสรรพ… เฮ้อ! บรรยากาศดีแท้…

ขณะที่รถบัสแล่นไปตามปกติ ข้างทาง…มีวัวตัวหนึ่งวิ่งพรวดออกมาจากไหล่ทางตัดหน้ารถบัส คนขับประสาทไว เหยียบเบรกทันที!

“เอี้ยด!” รถบัสลากล้อไป แตงโมที่อยู่ชั้นวางของท้ายรถกลิ้งไปตามตะแกรงจากท้ายรถถึงหน้ารถ ร่วงหล่นลงพื้น กระทบกับใบหน้าของพันตำรวจโทคำแพงที่กำลังหลับสนิทอย่างจัง!

“โอ้ย!” พันตำรวจโทคำแพง หัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองร้องเสียงหลง ลุกขึ้นเอามือกุมใบหน้าด้วยความเจ็บปวด แกมองไปที่ลูกแตงโมบนพื้นรถ ซึ่งยังไม่แตก กลิ้งไปมา แกเดินเข้าไปเตะแตงโมด้วยความโมโหสุดขีด

“โพล๊ะ!”

“ใคร! ใครซื้อแตงโมวางไว้บนตะแกรง!”

เงียบ…ไม่มีเสียงตอบรับจากใคร รวมถึงสิบตำรวจโทผู้เป็นเจ้าของแตงโมด้วย!

“กูถามว่าใครเป็นเจ้าของแตงโม ได้ยินมั้ย!”

ยังเงียบอีก ทุกคนเงียบกริบ พันตำรวจโทคำแพงผู้โชคร้ายนั่งลงด้วยความโมโหและเจ็บปวด เหมือนถูกหมัดเขาทรายไม่มีผิด!

บักสิบตำรวจโทคำตา หันไปกระซิบเบา ๆ กับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ว่า

“ตอนนี้พ่อเฒ่ากู คงรู้แล้วว่า ตม. ย่อมาจาก แตงโม!”

 

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com