ข ว ย จี ห ล่ อ

พ่อเฒ่าหน่อ เป็นคนใฝ่ธรรมะ ชอบเข้าวัดฟังธรรม ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ครอบครัวของพ่อเฒ่าหน่อ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น แม้จะมีอาชีพเป็นชาวนาแต่ก็ยังมีอาชีพเสริม คือปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาไว้เป็นอาหาร ไม่ต้องซื้อให้เสียเงินทอง เหมือนบรรดาข้าราชการ ที่ต้องรับภาระ บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ข้าราชการบางคนก็เป็น “มนุษย์เงินเดือน” แถมยังเข้าข่าย “รายได้ต่ำแต่รสนิยมสูง”

บักแก้วลูกเขยของพ่อเฒ่าหน่อ มันเป็นชาวนาเต็มรูปแบบ ขยันทำมาหากิน อะไรที่เป็นอาหารได้ มันจะหามาให้ลูกให้เมียมันกินเป็นอาหารประจำวัน ไม่ต้องซื้อจากตลาด ถือว่ามันใช้ชีวิตตาม “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ได้อย่างน่านับถือ

ด้วยใจใฝ่ธรรมะของพ่อเฒ่าหน่อตามที่กล่าวมาแต่เบื้องต้น ทำให้พ่อเฒ่าหน่อคิดอยากบวช แสวงหาความสงบ ด้วยการบวชศึกษาธรรมะอย่างแท้จริง เมื่อปรึกษาลูกเมียแล้ว ไม่มีใครขัดข้องก็เข้าอุปสมบทเป็นพระ จำพรรษาอยู่ในหมู่บ้าน ลูกเมียก็เข้าวัดค้ำจุนหลวงพ่ออย่างสม่ำเสมอ หลวงพ่อหน่อก็ปฏิบัติตนจนเป็นที่ยอมรับนับถือของชาวบ้านมาก อะไรที่เป็นกิจของสงฆ์หลวงพ่อหน่อก็ต้องปฏิบัติ แต่อาหารโปรดของพ่อเฒ่าหน่อก็คือจีหล่อ (จิ้งหรีด) ถ้าวันใดญาติโยมปรุงเป็นอาหารมาถวายจะถูกใจทุกที

วันหนึ่ง บักแก้วมันเข้าไปวัด มันสังเกตในลานวัดอันร่มรื่นมี “ขวยจีหล่อ” หรือ “รูจิ้งหรีด” เต็มไปหมด บักแก้วนึกในใจว่า มันต้องกลับไปเอาเสียมมาขุดจิ้งหรีดในลานวัด ไปให้ลูกเมียมันทำเป็นอาหารอันโอชะ! ว่าแล้วบักแก้วก็กลับบ้านไปเอาเสียมกับข้องไปขุดจีหล่อในบริเวณวัด…

หลวงพ่อหน่อเหลือบมองไปเห็นคนขุดจีหล่อในบริเวณวัด ไม่ทันสังเกตว่าเป็นใครก็ร้องออกไปว่า

“แม่นไผ บักใด๋เข้ามาขุดจีหล่อในวัดน่ะบาปตกนรกหมกไหม้เด้อ บ่ได้ผุดบ่ได้เกิดเด้อสิบอกให้ หยุดเด้อ! บาป ๆ” พูดแล้วหลวงพ่อก็รีบเดินเข้าหาคนขุดจีหล่อ!

พอหลวงพ่อเดินเข้าไปใกล้คนขุดจิ้งหรีดจึงเห็นว่าเป็นบักแก้วผู้เป็นลูกเขย

“ที่ข่อยมาขุดจีหล่อนี่ก็จะเอาไปทอดมาถวายหลวงพ่อนี่ละ!” บักแก้วรีบบอกหลวงพ่อ

เมื่อหลวงพ่อหน่อได้ยิน และรู้ว่าเป็นบักแก้วซึ่งเป็นลูกเขย ก็พูดกับบักแก้วว่า

“เออ…จั่งซั่นก่ะ อยู่ใต้ร่มมะม่วงมุมวัดโน่น ก็เห็นมีอีกสองขวยเด้อ!”

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com