แทนน้ำนมแม่ สำนึกของลูกอีสาน

วรรณกรรมอีสานหลากหลายเรื่องราวถูกจดจารลงในใบลาน เรียงร้อยด้วยสายสนองเรียกว่า “หนังสือผูก” เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนที่ส่งต่อสำนึกทางวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นต่อมา ลูกอีสานเมื่อครั้งยังอาศัยวัดเป็นสำนักเรียนรู้ คงคุ้นเคยกับวรรณกรรมสำคัญเรื่อง “แทนน้ำนมแม่” ซึ่งมีเรื่องราวที่เล่าถึงพระคุณแม่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเมื่อครั้งเสด็จโปรดพุทธมารดาที่เมืองฟ้า

ผู้เขียนได้ปริวรรตคัมภีร์ใบลานเรื่องนี้จากฉบับของวัดป่าสักดาราม บ้านท่าม่วง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จากอักษรตัวธรรมอีสานเป็นอักษรไทยปัจจุบัน เมื่อ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๗ ดังที่จะได้นำมาเปิดผ้าม่านกั้งในครั้งนี้

เสด็จดาวดึงส์

     บัดนี้ จักกล่าวเถิงเรื่อง ประวัติมา แต่ปางก่อน

คราวเมื่อ พุทโธธรรม เทศนาสอนไว้

ในหนห้อง คัมภีร์ชี้แม่น

แทนน้ำ นมแม่เลี้ยง ปางนั้นสืบมา

     จัตตาโร มหาราชา จตุรงค์ทั้ง ๔

พร้อมกัน ถือเต้าน้ำ ดาถ้วนซุพระองค์กับทั้ง ดอกไม้พร้อม ประทีปสิ่งของหอม

ไปยอ ถวยบูชา สู่พระองค์ (ตรง) ถ้วน

ยมพิบาลพร้อม สาธุการแหนแห่

ไปก่อน หน้าพระเจ้า ประสงค์ตั้งต่อธรรม

กับทั้ง เทวดาพร้อม สาธุการน้อมเน่ง

เสียงคื่นเค้า ระงมเท่าทั่วแดน

มีทั้ง หอยสังข์พร้อม ตุริยาเป่าปี่

เสียงอ้อยฮ้อย แคนไค้ขลุ่ยซอ

     คราวนั้นคนก็ ออระแอล้น สาธุการพร้อมพร่ำ

หว่านข้าวตอก ทั้งดอกไม้ บูชาแท้แก่พระองค์

เป็นที่ อัศจรรย์แท้ เสียงระงมเค้าคื่น

ฟ้าฟาด น้ำสมุทรก้อง ดินสะท้านหวั่นไหว

     เมื่อนั้น ฝูงหมู่เทวดาด้าว (มวลมา) พร้อมพร่ำ

ทั้งพระ อินทร์พร่ำพร้อม ไปด้วยท่านพระองค์

     พอเมื่อ แล้วประโยชน์เสี่ยง ขึ้นสู่เมืองสวรรค์

เป็นที่ บรรเลงเสียง เสพระงมซมซั้น

ตาวติงสาพุ้น สวรรค์พรหมเทวโลก

เสียงทั่วเท่า ระงมก้องทั่วแดน

ฝูงหมู่ เทวย้อง สาธุการชมชื่น

เอาข้าวตอก ทั้งดอกไม้ มาต้อนรับพระองค์

พร้อมกัน นีระมนต์ไหว้ องค์พุทโธธรรมเทศน์

โพชฌงค์ เจ็ดเทศน์ถ้วน หมดเกี้ยงซุประการ

ปัจจุทันตาท้าว ก็ถือเอาทุกสิ่ง

เป็นต้นว่า ข้าวตอกแลดอกไม้ ดาถ้วนคู่ซุอัน

มีทั้ง ของหอมหวาน ดีรสอ้อยห้อย

ถวยมอบแก่ พระพุทธเจ้า หมดเกี้ยงคู่ซุแนว

     พอเมื่อ บรบวรแล้ว ถอยพาลาเลิก

ราธนาพระเจ้า เมือฟ้าสู่สวรรค์

เทวดาด้าว องการจัดแจง

อาสนาข้าวน้ำ ดาถ้วนสุประการ

ปรารภพระคุณแม่

     ถัดนั้น พระพุทธเจ้า องค์เอกโพธิญาณ

ผารบ ยังมารดา แม่คีงตนเลี้ยง

พระก็ เทศนาให้ สาธุการถวยบาท

สิริมหามายา แม่เลี้ยง พระองค์แท้แน่จริง

คราวพระก็ อลหนล้ำ นำแม่มารดา

จิตใจ ยังหวนเห็น ประโยชน์มีเหลือล้น

ท่านจึง เทศนาให้ พระมารดาตนแม่

คิดเห็น นมแม่เลี้ยง คราวนั้นแต่หลัง

คุณโณเจ้า เหลือหลายอนันต์เนก

คิดเห็น คราวก่อนพุ้น บุญค้ำแต่หลัง

     คราวเมื่อครั้ง พระแม่มารดา

ทั้งปิตตา พ่อพระองค์ทรงเลี้ยง

คิดเห็น บุญคุณล้น เหลือหลายล้นเกศ

ทั้งประเทศด้าว ลือล้ำทั่วแดน

หลายพร่ำมื้อ มารดาเลี้ยงพร่ำนาน

     ต่อเมื่อ เหิงนานล้ำ พระองค์ถือทรงเพศ

ออก บวชสืบสร้าง คุณแก้วศาสนา

บรรพชาแล้ว ทรงฌานตนประเสริฐ

ท่านจึง คิดฮ่ำฮู้ คุณแก้วพระแม่ตน

คิดเห็นคราว พระแม่ได้ ในระหว่างทรงครรภ์

ในอุทรทรง บ่มีคำฮ้อน

ใน อุทรท้อง พระมารดาบ่ฮ้อนเห็ง

บ่ได้ ลำบากฮ้าย พระกายเนื้ออยู่เย็น

แสดงธรรมโปรดพุทธมารดาและชาวเมืองฟ้า

    พระองค์เห็นฮู้ คุณโณของพระแม่

ท่านจึง เทเทศน์ให้ ธรรมแจ้งซุอัน

ปารมีเสี่ยง เทศนาอมอ่าน

๓๐ ทัสเทศน์แจ้ง แสดงต้านพระแม่ตน

คิดว่า บุญเหลือล้น อนันตังล้านโกฏิ

โพชฌงค์ เจ็ดเทศน์ถ้วน แถมซ้ำตื่มตาม

 

     พร้อมพร่ำ เทวดาด้าว พระอินทร์พรหมก็ทรงโผด

ท่านคิดเห็น ประโยชน์เบื้อง คราวครั้งแต่หลัง

เทวดาได้ อุปการะเกิด

ได้หา น้ำบ่อแก้ว มาล้างส่วยสี

มีทั้ง หอมอบพร้อม มาสีล้างส่วย

ประทีปพร้อม บูชาไหว้ซุอัน

บรบัติไท้ องค์พุทโธตนประเสริฐ

บัดนี้ท่านหากได้คิดเห็น ประโยชน์แก่กล้า คราวครั้งต่อไป

จึงได้ เทศนาให้ ในธรรมแทนตอบ

หวังประโยชน์ครั้งหน้า เวรฮ้ายให้ห่างเหิน

 

     ฝูงหมู่ เทวดาด้าว เมืองสวรรค์เทวโลก

ชมชื่นพร้อม พระองค์ชี้ช่องธรรม

กับทั้ง อินทร์พรหมฟ้า เมืองสวรรค์ช้อยชื่น

ได้ฟัง ธรรมพระเจ้า ทรงชี้สั่งสอน

ในหนห้อง วิมานทองเทียวเทศ

ทั้งเขตแดน เมืองลุ่มฟ้า มนุษย์หมู่อินทร์พรหม

สัตว์ทั้งปวงทั้งหลาย ไห้อยู่เย็นหายฮ้อน

บ่ได้มีมาร มาประจญบังเบียด

พระองค์ เทเทศน์ให้ เห็นฮู้ซุประการ

คำสอนให้ระลึกบุญคุณพ่อแม่

     บัดนี้ฝูงหมู่ ปวงชนเชื้อ คานนางน้อยใหญ่

ให้ พากันจื่อไว้ คุณแก้วพ่อแม่ตน

เพิ่นหาก มีคุณล้น ได้พรมแพงเพียรลูก

อุปการเลี้ยง หลายมื้อพร่ำนาน

ฝูงหมู่ อาหารข้าว ปูปลาซี้นต่อน

พ่อแม่ หาสู่เลี้ยง บ่มีฮ้อน บ่อนใด

คราวเมื่อ เรานั้นได้ นอนอยู่ในอุทร

มารดา ทรงความทุกข์ อย่างใดบ่มีแค้น

พอ มาหลายเดือนได้ ทรงครรภ์ท้องแก่

มี ๑๐ เดือนถ้วน ประจวนม้มหน่วงอุทร

ยืนนอน ก็ทุกข์ล้น อดกินอาหารอยาก

เพราะว่า หนักหน่วงแน่น อุทรท้องหนวงแขน

แสนอด ตลอดว่าง กุมารหลุดจากครรภ์

มารดาได้ อยู่กรรมกินฮ้อน

นอนสะแคงปิ้น ไปมาผิวอ่อน

มือถือบวย ตักแต่น้ำฮ้อน นอนค้างแต่ไฟ

กุมารได้ นอนซอแลดินอยู่

หน่อยหนึ่งเลยเล่า จับยกอม กินจู้ดูดนม

     เหิงนานได้ หลายคืนคราวเมื่อย

เพราะ อดอยู่กั้น กรรมเจ้าบ่ถอง

ในอุทรท้อง ปกติดีปวด

ตลอด หมดทุกข์ฮ้อน ในเนื้อแห่งคีง

จึงได้ ตีงตนก้าว หัดกาย เดินย่าง

หลายมื่อได้ พระกายเนื้อ ก็อยู่เย็น

แข็งแรงได้ หาอาหารให้ลูก

มาอยู่เลี้ยง แลงเช้าซุวัน

     ก็เมื่อ หลายเดือนได้ ปุตตาเลยใหญ่

ไปมาหากได้ เฮานี้ก็จั่งควร

ที่ กตัญญูให้ มารดาผู้ลำบาก

ทั้ง ปิตตาพร้ำพร้อม ถนอมเลี้ยงใหญ่มา

บวชแทนน้ำนมแม่

     จน กว่าเถิงได้ บรรพชาทรงเพศ

 บวชสืบสร้าง ศีลซ้อยศาสนา

กตัญญู กตเวทีให้ ในธรรมพระเจ้ากล่าว

แทนน้ำนมแม่เลี้ยง พระองค์เจ้าเทศนา

     ในบทบั้น ปารมีชี้ห่าง

๓๐ ทัสเทศน์ถ้วน เห็นแจ้งซุประการ

อันนี้ ผลผลามีล้น องค์พุทโธท่านกล่าว

โพชฌงค์ เจ็ดเทศน์ถ้วน ประทานท้ายต่อกัน

     อัน กตัญญูแท้ องค์พุทโธทรง

กตเวทีชี้ให้ แทนในพระแม่ตน

หากมี กุศลล้น อนันตังล้านโกฏิ

พระองค์โผดฝูงหมู่สัตว์ใหญ่น้อย แดนด้าวก็อยู่เย็น

ท่านนั้น หวนเห็นฮู้ บุญคุณของพระแม่

จึงได้ คิดฮ่ำฮู้ คุณล้นแต่หลัง

     บัดนี้ควรที่ เฮาหวนฮู้ เห็นคุณคองประโยชน์

มารดา เพิ่นพร่ำเลี้ยง เฮาได้ใหญ่มา

เฮาควร เอาตนเข้า บรรพชาทรงเพศ

บวชสืบสร้าง สมเซื้อศาสนา

ควรที่ เทศนาให้ ในธรรมทรงโปรด

แทน น้ำนมแม่เลี้ยง บุญล้นลื่นประมาณ

สรุปความ

     ธรรมนี้พระองค์ เทศนาให้ พระมารดาฮู้ฮ่อม

บาปกรรมเวรแลโทษ พระองค์บ่เดือดร้อนในเนื้อสิ่งใด

เถิงคราว ดับขันธ์ได้ นีรพานเป็นที่เพิ่ง

นารก บ่ได้ใกล้ พระองค์เจ้าเทศนา

     ควรที่ เมธีป้า อาวอาพ่อแม่

บวชลูกเต้า ให้แทนเชื้อศาสนา

เพื่อให้ เห็นคองเข้า นีรพานชี้ช่อง

เป็นป่องขึ้น สวรรค์ฟ้าฝ่ายพรหม

อย่าได้ เมางมง้อง ศีลทานบ่หลิงล่ำ

ทุกค่ำเช้า ให้ใจตั้งต่อธรรม

     อย่าได้ กลัวเกรงย่าน ศีลทาน เพียรประโยชน์

ละโมบ โกรธแก่กล้า ให้หันหน้าเข้าต่อธรรม

องค์พระสังฆเจ้า เทศนาสอนสั่ง

ให้ตัว เจ้าพี่น้อง คนิงฮู้ฮ่ำเห็น

บทใด เป็นเวรต้อง ทำตนให้หมองหม่น

ให้เพียร ระลึกเว้น อย่าขืนดื้อให้ล่วงทำ

มันจัก เป็นกรรมต้อง ตามเถิง ภายภาค

ครั้งหน้าพุ้น บ่เห็นแท้ แห่งสวรรค์

     ให้ พากันจำไว้ ในคอง พุทธบาท

ศีลทานให้ จำไว้ อย่าไล

จิตใจตั้ง ให้น้อมเหนี่ยวในธรรม

สัมปชัญญะให้ พิจารณาเพียรประกอบ

     สัมมาชีพอาชีโว เลี้ยงชีวิตชอบแท้ พระองค์ท่านเทศน้าน

บทส่งท้าย

     บัดนี้ อวสานสุดสิ้น บทกลอนได้ยอกล่าว

ฝูงพวก ชาวพี่น้อง อย่าเตือนต้านกล่าวขวัญ

ข้าหาก ได้กล่าวแก้ ในผูกนิทานธรรม

มีอยู่ ในใบลาน เทศนาสอนไว้

ในบทบั้น คำกลอนอมอ่าน

หยิบเอา แต่ย่อย่อ พอให้ฮู้ฮอม

     คองธรรมนี้ บทกลอนเขินขาด

ฝูงหมู่นักปราชญ์เจ้า อย่าเตียนข้า ผู้กล่าวกลอน นั้นถ่อน

ข้าขอ อโหสิด้วย เมธีชาว ชนนักปราชญ์

บ่อนใด เขินขาดข้อ ให้เจ้าตื่มเติม

ข้าผู้ ปัญญาน้อย ขออภัยนำมาก

ครั้นแม่น หนักปราชญ์เจ้า เห็นแล้วให้ตื่มเติม นั้นถ่อน

     อย่าได้ ติเตียนท่าน ประจานชี้ช่อง

บ่อนใด ตกหล่นให้ เติมแต้มตื่มเอา นั้นถ่อน

นิตถิตังเรื่อง แทนน้ำนม อมอ่าน

แล้วท่อนี้ ถวยไว้ที่ควร ก่อนแล้ว

การบวชพระในอดีต มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้กุลบุตรได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน หาใช่การบวชเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ๓ วัน ๗ วัน อย่างในปัจจุบัน ในอดีตจึงมีบททดสอบสำคัญสำหรับวัดผลการเรียนรู้ของผู้บวชคือการอ่านและจารคัมภีร์ใบลาน ซึ่งคัมภีร์ที่พระอุปัชฌาย์อาจารย์มักจะให้จดจาร นอกจากปัญญาบารมีแล้ว ยังมี “แทนน้ำนมแม่” คัมภีร์ที่บอกอานิสงส์การบวชเพื่อทดแทนพระคุณของบุพการี ชี้ให้เห็นว่าเป็น “อริยะประเพณี” มาแต่ยุคพุทธกาล

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com