ทางอีศาน 30 : เบิ่งโลก

6

e-shann30_เบิ่งโลก_Page_1

คอลัมน์ : เบิ่งโลก
นิตยสาร “ทางอีศาน” ฉบับที่ ๓๐
ปีที่ ๓ ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๕๗
ฉบับ: บัวขาว บัญชาเมฆ

ทศวรรษที่อุปสงค์ยางพาราสูงกว่าอุปทาน ในตลาดโลกผ่านพ้นไปแล้วอย่างไม่มีวันจะกลับมาอีก

ราคานํ้ายางพาราที่เคยสูงมากไม่อาจย้อนกลับมาอีก เกษตรกรสวนยางรายย่อยจะต้องปรับตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งรายได้หลักจากยางพาราจะเผชิญปัญหาราคายางตกตํ่ารุนแรง เพราะไม่มีแหล่งที่มาของรายได้ทางอื่น ส่วนเกษตรกรรายย่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เพาะปลูกพืชหลายอย่าง เช่นมีทั้งนาข้าวและสวนยาง ยังพอถัวเฉลี่ยหารายได้ผสมผสานกันไป ปัญหาที่ต้องปรับตัวคือ ต้องลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิต (ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ พันธุ์ยาง)

เรามาดูพื้นที่การผลิตยางพาราในโลกนี้กันก่อน

จีนเป็นผู้บริโภคยางพาราอันดับ ๑ ของโลก โดยเกือบร้อยละ ๘๐ เป็นการบริโภคยางพาราที่นำเข้าจากตลาดโลก ในปี ๒๕๕๕ จีนมีปริมาณการบริโภคยางพาราจำนวน ๓.๙ ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๕ ของการบริโภคยางพาราทั่วโลก ในขณะที่จีนมีผลผลิตยางพาราเพียง ๐.๗๙ ล้านตัน หรือราวร้อยละ ๒๑ ของความต้องการบริโภคยางพาราในประเทศ ทำให้ในแต่ละปี จีนต้องนำเข้ายางพาราเป็นจำนวนมาก

e-shann30_เบิ่งโลก_Page_2

จีนจึงส่งเสริมให้ขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพาราในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี ๒๕๔๘ – ๒๕๕๕ มีการขยายพื้นที่ปลูกราวปีละสองแสนหกหมื่นไร่ ปัจจุบันจีนจึงมีพื้นที่ปลูกยางพาราราว ๖.๕ ล้านไร่ นอกจากนั้น ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในประเทศออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันต่อการจัดหายางพาราให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในประเทศ โดยจีนได้เข้าไปลงทุนใน กัมพูชา ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม (CLMV) ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่เพาะปลูกยางพาราในกลุ่มประเทศดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูง โดยในช่วงปี ๒๕๔๙ – ๒๕๕๕ พื้นที่ปลูกยางพาราในกลุ่ม CLMV เพิ่มขึ้นราวปีละหนึ่งล้านไร่ ทำให้ในปัจจุบันกลุ่มประเทศดังกล่าวมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมกันมากถึง ๑๒.๒ ล้านไร่

e-shann30_เบิ่งโลก_Page_3

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com