สัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 คึกคัก

prachachat_ปิโตรเลียม

สัมปทานปิโตรเลียมรอบ21คึกคัก ใช้ระบบไทยแลนด์3พลัส-เอกชนแห่ขอข้อมูลแน่น
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
12 ม.ค. 2558

ราคาน้ำมันร่วงไม่กระทบสัมปทานรอบ 21 กรมเชื้อเพลิงฯเผยโค้งสุดท้ายเอกชนทั้งรายเก่า-ใหม่แห่ขอข้อมูล ชี้ระบบสัมปทานไทยแลนด์ ทรีพลัส ยังจูงใจลงทุน ข้อกังวลเอกชนกลับเป็นภาคประชาชนมากกว่า หวั่นแรงต่อต้านอาจทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการได้ ปิดรับข้อเสนอ 18 ก.พ. 58 นี้

นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ว่า ภายหลังจากที่เปิดให้นักลงทุนที่สนใจยื่นขอสัมปทานนั้น ล่าสุดมีนักลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตเข้ามาขอข้อมูลที่กรมเชื้อเพลิงฯค่อนข้างมาก ทั้งบริษัทผู้รับสัมปทานเดิมในปัจจุบัน และบริษัทใหม่ ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะมีผู้สนใจยื่นขอสัมปทานครั้งนี้แน่นอน ส่วนในกรณีที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ จากต้นปีก่อนที่มีราคาที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ไม่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตแน่นอน เนื่องจากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนั้น ตามกระบวนการจะต้องใช้เวลา 7 ปีกว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ ฉะนั้นคาดว่าหลังจากนี้ราคาน้ำมันจะปรับราคาเพิ่มขึ้นแน่นอน

สำหรับข้อกังวลและขอให้กรมเชื้อเพลิงฯชี้แจงคือ ประเด็นภาคประชาชน ที่มีต่อการเปิดสัมปทานครั้งนี้ว่าเป็นอย่างไร มีการต่อต้านรุนแรงหรือไม่ เพราะเกรงว่าหากได้รับอนุญาตให้สำรวจแล้ว เมื่อประชาชนต่อต้านอาจจะทำให้ไม่สามารถสำรวจในระยะเวลาที่กำหนดเบื้องต้น 3 ปี เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าแหล่งดังกล่าวมีศักยภาพพอที่จะผลิตในเชิงพาณิชย์หรือไม่ และอาจต้องคืนพื้นที่ ซึ่งภาคเอกชนมองเป็นความเสี่ยง และกรมเชื้อเพลิงฯได้ชี้แจงแล้วว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ได้หลีกเลี่ยงชุมชน รวมถึงพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต่าง ๆ และที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมาได้พยายามทำความเข้าใจกับภาคประชาชนมากขึ้น

“เดิมคิดว่าเอกชนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าระบบสัมปทาน Thailand 3 Plus ที่เพิ่มผลประโยชน์เข้ารัฐมากขึ้น อาจจะทำให้แรงจูงใจในการยื่นขอสัมปทานลดลงแต่กลายเป็นว่าส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจกับระบบดังกล่าว แต่กังวลเรื่องการต่อต้านจากประชาชนมากกว่าที่จะทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการได้”

นางพวงทิพย์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมเชื้อเพลิงฯจะเปิดให้ยื่นขอสัมปทานจนถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 นี้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาสัมปทาน ตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม 2514 ซึ่งผู้ประกอบการต้องยื่นเอกสารรวม 2 ซอง 1)ซองคุณสมบัติทั่วไป และ 2)ซองข้อเสนอทางเทคนิค คณะกรรมการจะเริ่มจากการคัดเลือกคุณสมบัติของผู้ยื่นขอสัมปทานตามมาตรา 24 ระบุ คือเป็นบริษัทที่มีทุน, เครื่องจักร, เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ เมื่อคุณสมบัติผ่านจะแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบภายใน 60 วัน จากนั้นจะมีการเปิดซองข้อเสนอทางเทคนิคต่อไป และคณะกรรมการจะให้คะแนนและประกาศผลผู้ได้รับสัมปทานต่อไป

รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพลังงานเร่งเปิดสัมปทานในประเทศ เนื่องจากแหล่งพลังงานในประเทศสำคัญคือ อ่าวไทยจะมีปริมาณเหลือใช้ได้ไม่เกิน 7-8 ปีเท่านั้น หากไม่มีการสำรวจเพิ่มและส่งผลให้ต้องนำเข้าในรูปของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงมารองรับความต้องการใช้ในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ กรมเชื้อเพลิงฯได้รายงานถึงสถานการณ์ด้านการจัดหาปิโตรเลียมของประเทศปัจจุบันมีสัมปทานปิโตรเลียมรวม 45 สัมปทาน 56 แปลงสำรวจ แบ่งเป็นแปลงสำรวจบนบก รวม 23 แปลง และแปลงสำรวจในทะเล 33 แปลง แหล่งปิโตรเลียมที่มีการผลิตรวม 61 แหล่ง ในปีที่ผ่านมาสามารถจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมในประเทศและพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย รวม 189,500 ล้านบาท

การจัดหาปิโตรเลียมในปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 43 ของความต้องการใช้พลังงาน ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ (ม.ค.-พ.ย. 57) อยู่ที่ 4,670 ล้านลูกบาศก์ฟุตแต่ผลิตได้เองเพียง 3,054 ล้านลูกบาศก์ฟุตยังต้องนำเข้าจากพื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย และจากเมียนมาร์ ในขณะที่การลงทุนด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมปีที่ผ่านมา มีมูลค่า 164,700 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 64 ของการลงทุนทั้งหมด

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com