เขียนโดย

ทองแถม นาถจำนง

๓๖๕ น้ำพริกกับสวนรอบบ้าน – ๖. น้ำพริก ผกค. สูตร ๑

กับข้าวสำหรับนักปฏิวัติคือ “พริกตำ” ผมขอเรียกว่า “น้ำพริกเบสิก ผกค.” หรือน้ำพริก ผกค.สูตรที่ ๑”เครื่องปรุง พริก (อะไรก็ได้ ขอให้มี) เกลือเม็ด ใบตอง(สำหรับห่อ)

ผู้ไตในอำเภอหม่ากวน มณฑลยูนนาน

ในเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วง-กวางสี ชาติพันธุ์กลุ่มย่อยที่มีชื่อเรียกตนเองมาแต่เดิมหลายสิบกลุ่ม ถูกเปลี่ยนให้สังกัด ชนชาติจ้วง ชื่อเรียกตนเองว่า คนนุง คนโท้ ผู้ไต ผู้ม่าน(บ้าน) ผู้นา ฯลฯ จึงหายไป

คนเหล่า (Lao) เคลื่อนเข้าสู่เสฉวน

แบบเรียนประวัติศาสตร์รุ่นเก่า เขียนกันว่า ชนเผ่าไทเคยใหญ่อยู่นครลุง นครปา แล้วหนีจีนลงมาอยู่น่านเจ้า จากน่านเจ้าก็หนีจีนลงมาอยู่สุโขทัย แต่บันทึกประวัติศาสตร์จีนกลับมีเรื่องตรงกันข้าม คือ ในยุค หนาน-เป่ย หลังราชวงศ์จิ้น (ของลูกหลานสุมาอี้) แผ่นดินจลาจล ปรากฏว่า จีนกวาดต้อน คนเหล่า ชนพื้นเมืองในกุ้ยโจว ขึ้นไปอยู่เสฉวนถึงห้าแสนกว่าคน

“ลาว” กลุ่มชาติพันธุ์ก่อนเรียกตัวเองว่า “ไต-ไท”

ทั้งหมดนี้มีพันธุกรรม DNA ร่วมกัน มีภาษาใกล้เคียงกัน อยู่ในกลุ่มวัฒนาธรรมข้าว วัฒนธรรมเรือ วัฒนธรรมสำริด ร่วมกัน จีนบันทึกเมื่อเกือบสี่พันปีก่อนเรียกพวกนี้่ว่า ไป่ผู ต่อมาเมื่อสามพันปีก่อนเรียกพวกนี้ว่า "ไป่เยวี่ย" สาขาหนึ่งของพวกไป่เยวี่ย ที่อยู่ในกวางสี กุ้ยโจว ยูนนาน เวียดนามภาคเหนือ และลาวภาคเหนือ อีสาน

วรรณคดีและชีวิตสามัญ คือคลังแห่งภาษา

รู้ภาษาหลายภาษาเท่าใดก็ยิ่งดี สมองคนเราคิดจากภาพออกมาเป็น คำศัพท์ คนเรารู้คำศัพท์มากเท่าใด ก็ยิ่งคิดได้มากคิดได้กว้างได้ลึกกว่าคนที่รู้คำศัพท์น้อย อย่านึกว่า การเรียนวิชาภาษาไทย ให้อ่านวรรณกรรม วรรณคดี มาก ๆ มันไม่มีความหมายไร้ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต

แถนในตำนานไทมาว ไทใหญ่ ไทอาหม (๒)

ฉบับนี้ขอเสนอเรื่องเกี่ยวกับ แถนคำ, แลงดอน, ขุนตุงคำ (ซึ่งน่าจะตรงกับ “แถนหลวงฟ้าคื่น” ในพงศาวดารล้านช้าง) ที่ส่งคนลงมาปกครองเมืองลุ่ม ตามเอกสารของ ไทมาว ไทใหญ่ไทอาหม ที่ ศาสตราจารย์สุกัญญา สุจฉายา สรุปเนื้อความไว้ในบทความวิชาการเรื่อง “ไก่แสง :ไก่เสี่ยงทายตัวแรกในตำนานปรัมปราของชนชาติไท” วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

คนกับกลอน – คำว่า “กลอน” ๒

“กลอน” คือร้อยกรองที่มีสัมผัสสระร้อยโยงเชื่อมระหว่างวรรค “โคลง-กลอน” เป็นรูปแบบฉันทลักษณ์ที่มีลักษณะร่วมกัน ในกลุ่มตระกูลภาษาไท กะได คือมีส่งสัมผัสสระไปที่กลางวรรคต่อไป นี่เป็นอัตลักษณ์สำคัญของบทกวีในตระกูลภาษาไท กะได

วัฒนธรรมแถน : อ่านเอกสารชั้นต้นกันก่อน (๑)

เรื่อง “พญาแถน” เป็นตำนานที่ชนเผ่าไท-ลาว ทั้งกลุ่มไทน้อยและกลุ่มไทใหญ่มีร่วมกันเรื่องพญาแถนยังเป็นต้นเค้าของวัฒนธรรมไท-ลาวดั้งเดิม (ก่อนรับพุทธศาสนา) ทั้งในด้านวิถีชีวิตประจำปีและด้านการเมืองการปกครอง

กลอนบทละคร (๒)

เจ้าสตรีที่แต่งเรื่องอิเหนาและดาหลังในสมัยอยุธยาคือ เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎ พระราชธิดาของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ดูจากคำกลอนข้างต้น ก็น่าจะคิดว่า เรื่องอิเหนาและดาหลังที่ทรงแต่งไว้นั้นเป็นบทละคร และต้องแพร่หลายเป็นที่นิยมมาก

คนกับกลอน

วรรณคดีและชีวิตสามัญ คือคลังแห่งภาษา ภาษาคืออาวุธสำหรับการดำรงชีวิต การเลี้ยงชีพให้มีความสุข การดำรงชีวิตให้อยู่รอด (ในโลกที่แสนจะโหดร้าย) ต้องพึ่งพาภาษาอย่างมาก ขั้นต้นคือภาษาพูด

น้ำเต้า

“วัฒนธรรม” ก่อกำเนิดมาจากวิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งมีรูปแบบการผลิตเป็นตัวหลัก คนเราทำมาหากินอย่างไร วัฒนธรรมก็งอกเงยจากสภาวะนั้น ชนเผ่าในอาเซียนเลี้ยงชีพด้วยการเพาะปลูกข้าวเป็นหลัก

ต้นกำเนิดนิทาน “ตาเจี้ย ตาลูน – ปลาบู่ทอง – เต่าคำ และซินเดอเรลล่า”

นิทานเรื่องปลาบู่ทองเป็นนิทานที่ชาวจ้วง –ลาว–ไท เล่าถ่ายทอดกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ ชาวไทยเรียก “ปลาบู่ทอง” ชาวล้านนาและไทใหญ่เรียก “เต่าน้อย อองคำ” หรือ “นางยีแสงก่อ” (คือนางเอื้อย) หรือ “นางอุทธรา” (คือนางเอื้อย) ทางลาวเรียก “เต่าคำ” ทางจ้วงเรียก “ตาเจี้ย” (นางกำพร้า, ‘ตา’ เป็นคำนำหน้าเรียกหญิงสาว, ‘เจี้ย’ แปลว่า กำพร้า)

ตำนานน้ำเต้าปุง

บรรพชนคนพื้นเมืองในดินแดนตั้งแต่แม่น้ำแยงซี (ฉางเจียง) ลงมาจนถึงอุษาคเนย์ทั้งภาคพื้นดินและภาคสมุทร มีรากเหง้าอารยธรรมร่วมกันคือ วิถีชีวิตเพาะปลูกข้าว, การเคารพบูชาน้ำเต้า และผีฟ้า (แถน)

สงกรานต์ ( ສົງການ, សង្រ្កា)

เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลใหญ่สุดของสังคมไทย ปัจจุบันเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงไประดับโลก เรียกกันว่า Water Festival มีวันหยุดยาว สร้างรายได้จากการการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

(๗) แถน ในวัฒนธรรมสายไทหลวง (ไทใหญ่, ไทมาว, ไทอาหม ฯลฯ)

ข้าพเจ้าขอเรียก ชาวไตในภาคตะวันตกของยูนนาน ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ (ปัจจุบัน) ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดียปัจจุบันว่าชาวไตสาย “ไตหลวง” หรือ “ไตสายตะวันตก” เนื่องจากมีตำนานกำเนิดและรากเหง้าวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันมาก
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com