Category

ศิลปวัฒนธรรม – ประวัติศาสตร์

ท้าวผาแดง – นางไอ่

วรรณคดีภาคอีสานโบราณซึ่งมีอยู่ในหนังสือผูกที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ “ท้าวผาแดง-นางหนังสือผูกนี้โดยปกติจานลงในใบลานเป็นตัวหนังสือไทยน้อย โดยทั่วไปตัวหนังสือที่ใช้อยู่ในภาคอีสานแต่ก่อนนั้นมีอยู่ ๓ แบบ ตัวหนังสือไทยน้อย นั้นส่วนมากใช้ในวงการบ้านเมืองทางคดีโลกและวรรณคดี แบบที่สองคือ ตัวหนังสือธรรม ส่วนมากใช้ทางคดีธรรม คือใช้ในวัดแบบที่สาม คือ ตัวหนังสือขอม เป็นอักษรสำหรับจารึกพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ทั้งสามแบบนี้ ใช้เหล็กแหลมจาน (ขีด) จารึกไว้บนใบลาน โดยใช้เส้นเชือกร้อยหรือผูกไว้ ถ้าหากมีขนาดยาวก็เรียกว่า “หนังสือผูก” ซึ่งมักจะเป็นเรื่องวรรณคดี ถ้าหากจารึกลงในใบลานขนาดสั้นก็เรียกว่า “หนังสือก้อม” โดยมักจะเป็นประเภทตำราต่าง ๆ ทางวิชาการ

ไสว แกล้วกล้า : ผู้กล้าสร้างสีสันทุ่งกุลาร้องไห้

ลูกอีสานรักงานศิลปะ เรียนศิลปะ สอนศิลปะ และสร้างสรรค์งานศิลปะ ตามแบบฉบับของหัวใจ ใช้ชีวิตอยู่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เสาะหาวิถีชีวิตจิตวิญญาณของทุ่งกุลาร้องไห้ แล้วสร้างสีสันให้ปรากฏบนผืนผ้าใบ เป็นไปได้อย่างไรที่ทุ่งกุลาร้องไห้จะมีสีสัน

ยุทธศักดิ์ ลุมไธสงค์ “ศิลปินลูกอีสานผู้เรียบง่าย และรักธรรมชาติ”

ความรัก ความอบอุ่น การดำเนินชีวิตความรับผิดชอบในหน้าที่ของเด็กอีสานที่แฝงไว้ด้วยคุณธรรม ระเบียบวินัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเอาตัวรอดในแต่ละวันจากรุ่นสู่รุ่นจากพ่อสู่ลูก วิถีชีวิตที่ดีงาม เรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันนั้นหาได้ยากเต็มที

เรื่องจากปก ทางอีศาน 15 : กำเนิดข้าวไทย

ในระยะแรกยุคที่มนุษย์ยังดำรงชีวิตด้วยการเก็บและล่า ข้าวเป็นเพียงอาหารตามฤดูกาล เมื่อข้าวป่าสุกจึงเก็บมาบริโภค เพราะข้าวป่าเมล็ดร่วงง่าย พอลงดินก็กลายเป็นต้นข้าวในฤดูต่อไป ต่อมามนุษย์เฝ้าสังเกตและเรียนรู้ธรรมชาติ จนถึงในยุคหินใหม่มนุษย์จึงเรียนรู้การปลูกข้าวอย่างเป็นระบบ แทนที่การหาเก็บ ต่อมาเมื่อมนุษย์อยู่รวมเป็นกลุ่ม จึงคิดวิธีปลูกข้าวแบบนาหว่าน แต่ได้ผลผลิตไม่ดีนักเพราะการหว่านไม่สม่ำเสมอ จึงประดิษฐ์ “ไถ” เพื่อแทง หรือไถดินให้ลึก ก่อนจะหว่านเมล็ดข้าวลงไป และต่อจากนั้นก็ทำให้เกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง

แม่โพสพ

“ข้าวคือชีวิต” คนไทยเชื่อว่าข้าวเป็นสิ่งที่มีบุญคุณ มีจิตวิญญาณ มีเทพธิดาชื่อว่า “แม่โพสพ” ประจำอยู่ในต้นข้าว แม่โพสพเป็นผู้คอยดูแลต้นข้าวให้เจริญงอกงาม ถ้าผู้ใดได้ทำพิธีตามคติความเชื่อและบูชากราบไหว้แม่โพสพแล้วจะทำให้ผู้นั้นร่ำรวยอุดมสมบูรณ์ และข้าวสามารถให้คุณให้โทษแก่มนุษย์ได้ มนุษย์เราเป็นหนี้บุญคุณแม่โพสพเป็นอันมาก

ปู่น้ำเงิน เบ็ญพาด : ปราชญ์ผู้นำอนุรักษ์จุดประทีปตีนกาของเมืองกาญจน์

กว่าจะเป็นปราชญ์ต้องเป็นปู่ ศึกษาเป็นผู้รู้ดำรงที่องอาจ กอปรด้วยรักเมตตาเป็นสามารถ เป็นที่นับถือของเบญพาดทุกรูปนาม

งานจำหลักไม้ บานประตูเรือนไทย

ศิลปะงานไม้ที่โดดเด่นสมัยโบราณก็คืองานจำหลักไม้ ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของสถาปัตยกรรม ทั้งบ้านเรือนที่อาศัยและสถาปัตยกรรมทางศาสนา

“บุญผะเหวด เทศน์มหาชาติ ประเพณีโบราณอีสาน สะท้อนพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ผ่านผืนผ้า”

“ผะเหวด” เป็นคำสำเนียงอีสาน ตรงกับคำว่า “พระเวส” หมายถึง พระเวสสัดร อดีตชาติของพระพุทธเจ้าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเวสสันดร เรียกว่า “เวสสันดรชาดก” ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก

ผ้าผะเหวด : บันทึกอีสานบนงานทอ

งานศิลปะที่เป็นการบันทึกเรื่องราวทางศาสนาของชาวสุวรรณทวีปในอดีต ไม่ว่าจะบนหลักหิน หรือบนผืนผ้า ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การศึกษาตีความเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ที่ปรากฏเป็นองค์ประกอบอยู่ในงานศิลปะนั้น บนพื้นที่อีสานมีงานศิลปะแห่งศรัทธาที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง คือ ผ้าผะเหวด

[๑๑] เส้นทางหนีของปาจิต อรพิม (กำเนิดเมืองพิมาย)

กลุ่มเส้นทางอีกกลุ่มหนึ่งคือ เส้นทางการหนีของปาจิตและอรพิม หลังจากที่ได้สังหารท้าวพรหมฑัต ซึ่งลักพาตัวนางอรพิมมาที่เมืองพิมายแล้ว โดยตำนานกล่าวว่านางอรพิมได้มอมเหล้าพรหมฑัต แล้วปาจิตซึ่งได้รับการต้อนรับจากพรหมฑัตอย่างดี

ตามรอยจาริกหลวงปู่มั่น จากอีสานสู่ล้านนา

“อย่าลดละท้อถอยความเพียร ธรรมเป็นสมบัติกลาง และเป็นสมบัติของทุกคนที่ใคร่ต่อธรรม พระพุทธเจ้ามิได้ผูกขาดไว้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ ต่างมีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของได้ด้วยการปฏิบัติดีของตนด้วยกัน” (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม กับโครงการพัฒนาดนตรี-รำฟ้อน ให้แก่เยาวชน โดย “หมาเก้าหาง” – “มูลนิธิทางอีศาน” [ ๒ ]

ท่านได้พัฒนาวัดและพัฒนาคนไปพร้อม ๆ กัน ถึงพื้นที่แห่งนี้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ และทัศนคติที่อาจจะเห็นต่างกันบ้าง แต่ท่านก็ได้ใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมาเป็นตัวสื่อกลางเชื่อมความหลากหลายทางเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์

พ่อครูทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ศิลปินเกียรติยศ โหวดเสียงทองเทวดา

พ่อครูเล่าที่มาของโหวดว่าแต่เดิมเป็นของเล่นของเด็กเลี้ยงควาย ยังไม่ถูกเรียกเป็นเครื่องดนตรี ใช้เล่นในช่วงปลายฤดูฝนก่อนเกี่ยวข้าว เป่าเล่นเพื่อความสนุกขณะที่เลี้ยงควายตามทุ่งนา และใช้แกว่งหรือเหวี่ยงเพื่อฟังเสียง ด้วยการต่อหางโหวดให้ยาวแล้วใช้เชือกคล้องหัวกับหางโหวด แกว่งให้หวดรอบศีรษะด้วยความเร็วสูงจะเกิดเสียงดังว่า “แงว ๆ” ฟังแล้วเกิดเสียงไพเราะ เรียกการแกว่งโหวดชนิดนี้ว่า “การแงวโหวด” ลักษณะของโหวดสมัยโบราณยังไม่มีความสวยงาม

ชาวเมืองฟ้าแดดสงยางเมื่อ 1200 ปีที่ผ่านมา สื่อสารด้วยภาษามอญโบราณ

ชาวเมืองฟ้าแดดสงยางเมื่อ 1200 ปีที่ผ่านมา (พุทธศตวรรษที่ ๑๔) สื่อสารด้วย ภาษามอญโบราณ ใช้อักษรหลังปัลลวะ จากหลักฐานจารึก พระพิมพ์เมืองฟ้าแดดสงยาง
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com