หอมข้าวละมุนที่นาบุญข้าวหอม

๗ กันยายน ๒๕๖๒ อีกหนึ่งความทรงจำที่ได้เกิดมาในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ และ รัชกาลที่ ๑๐ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกความทรงจำ ปลูกข้าวเป็นรูปพ่อหลวง ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป”

นี่คือข้อความเชิญชวนที่ปรากฏบนหน้า แฟนเพจ เฟซบุ๊ก ที่ชื่อ “เที่ยวทุ่งกับลุงจี๊ด #นาบุญข้าวหอม”  ซึ่ง “ลุงจี๊ด” ท่านนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก คุณนริษ เจียมอุย หรือ บุญข้าว บุญชีวิต” เจ้าของนาบุญข้าวหอม ณ หมู่บ้านสะพานยี่หน ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมชาวนาแบบดั้งเดิม สวนทางกับรถไถนา รถเกี่ยวข้าว ที่กรีฑาทัพเข้าไปยื่นข้อเสนอให้ชาวนา หันมาใช้เครื่องจักรกลการเกษตรพร้อมกับใช้ปุ๋ยเคมี และยากำจัดศัตรูพืช จนคนไทยวันนี้เหมือนคนป่วยทั้งประเทศจากการรับพิษภัยสารเคมี ซึ่งมีนายทุนใหญ่ ผู้ร่ำรวยติดอันดับโลกหลายคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสารพาราควอต

ตามปี ๒๕๖๐ ไทยนำเข้าสารพาราควอตถึง ๔๔,๕๐๑ ตัน มูลค่า ๓,๘๑๖ ล้านบาท เป็นมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของวัตถุอันตรายที่นำเข้ามาในไทย ตามด้วยสารไกลโฟเซต ที่ไทยนำเข้า ๕๒,๘๕๒ ตัน คิดเป็นมูลค่า ๓,๒๘๓ ล้านบาท ที่สำคัญนายทุนกลุ่มนี้ยังมีอิทธิพลใน “คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ซึ่งเมื่อต้นปีนี้ มีมติ 16 ต่อ 5 เสียง สนับสนุนให้นำเข้าสารพาราควอต หนึ่งในสารเคมีอันตรายทางการเกษตรต่อไป ทั้ง ๆ ที่หลายประเทศ “แบน” สารอันตรายชนิดนี้

เช่นนี้แล้ว คนไทยจะไม่ป่วยกันทั้งประเทศได้อย่างไร

นาบุญข้าวหอมไม่ใช่ร้านกาแฟกลางทุ่งนา หรือทุ่งนามีกาแฟขาย แต่คือนาข้าวที่เราปลูกข้าวกันจริง ๆ เป็นข้าวอินทรีย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดที่สามารถสั่งอาหารชุดปิ่นโตล่วงหน้าได้เหตุผลเพราะต้องคัดเลือกอาหารที่ปลอดภัยจากสารเคมีมาผลิต จะไม่มีการสต็อกวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากร แล้วเรากำลังจัดทำหลักสูตรวิถีข้าว วิถีคน โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เป็นฐานองค์ความรู้”

นริษ เจียมอุย หรือครูจี๊ด ในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีไทยไร่ส้ม ยังร่วมมือกับสภาวัฒนธรรมตำบลไร่ส้ม องค์การบริหารส่วนตำบลไร่ส้ม และกรมการข้าว จัดกิจกรรมฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าว และวิถีชีวิตชาวนาไทย เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลงในการทำนา ส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันส่งผลให้ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต และประชาชนผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง

นอกจากนั้น ยังเป็นการฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาการทำนา อาทิ การนวดข้าวด้วยวัวแบบดั้งเดิม การลงแขกเกี่ยวข้าว พิธีกรรมทำขวัญข้าว บูชาพระแม่โพสพ ที่นับวันจะสูญหายไปจากสังคมไทย กิจกรรม “ลานข้าวเล่าเรื่อง” ที่นาบุญข้าวหอมจัดขึ้น จึงเป็นการสืบสานหรือต่ออายุวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้ดำรงคงอยู่ และเปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้อีกด้วย

การสืบทอดภูมิปัญญาที่ตกผลึกระหว่างความเชื่อในธรรมชาติกับความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา เป็นองค์ความรู้ อันเต็มไปด้วยกุศลธรรมนำมาซึ่งความสุข ความยั่งยืนมั่นคงต่อชีวิตผู้คนสัตว์ สิ่งแวดล้อม สื่อสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งคือวิถีชาวนาไทย”

กิจกรรมปลูกข้าวเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และเป็นรูปแม่โพสพ เทวะนารีผู้บันดาลความอุดมให้ท้องทุ่งนา ตามคติความเชื่อของคนไทยแต่ดั้งเดิม เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นาบุญข้าวหอมจัดขึ้นในวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๒ จึงไม่น่าแปลกใจที่ “ครูจี๊ดใจดี” ของเด็ก หรือคุณนริษ เจียมอุย จะได้รับยกย่องเป็น “ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมข้าว” ในงานเปิดตัวหนังสือ “สู่ขวัญข้าว พระเจ้าแผ่นดิน” จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ส่วนนายทุนใหญ่ผู้สร้างความมั่งคั่งให้ตนเองด้วยการมีผลประโยชน์กับการนำเข้าสารเคมีอันตราย สมควรหรือไม่ ที่จะได้สมญานาม “ฆาตกรเลือดเย็น”

หมายเหตุ ติดตามกำหนดการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปีของนาบุญข้าวหอม ได้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก เที่ยวทุ่งกับลุงจี๊ด#นาบุญข้าวหอม” และเพจ บุญข้าว บุญชีวิต”

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com