นิตยสารทางอีศาน ฉบับปัจจุบัน

เรื่องเด่น

{"page-item-id":"box1_2","title-type":"left","title":"\u0e40\u0e23\u0e37\u0e48\u0e2d\u0e07\u0e40\u0e14\u0e48\u0e19","title-background":"","title-link":"","category":"","tag":"%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%99115","num-fetch":"4","blog-style":"blog-widget-large","with-feature":"enable","with-tag":"disable","blog-size":"3","blog-layout":"carousel","num-excerpt":"0","thumbnail-size":"post-widget-left-featured","feature-thumbnail-size":"medium","orderby":"date","order":"desc","offset":"","pagination":"disable","enable-sticky":"disable","margin-bottom":"0","carousel":true,"carousel-class":" newsstand-blog-ajax "}

ข่าวเด่น / บทความล่าสุด

เงินตราโบราณ ในอีสานบ้านเฮา (ตอนที่ ๑๓)
เงินตราโบราณ ในอีสานบ้านเฮา (ตอนที่ ๑๓)

พฤศจิกายน 27, 2021

เงินตราโบราณ ในอีสานบ้านเฮา (ตอนที่ ๑๒)
เงินตราโบราณ ในอีสานบ้านเฮา (ตอนที่ ๑๒)

พฤศจิกายน 20, 2021

ฮูปแต้มวัดโพธาราม นาดูน
ฮูปแต้มวัดโพธาราม นาดูน

พฤศจิกายน 17, 2021

เรื่องข้าวที่เขา (ทองแถม) ไม่ได้เล่าให้ฟัง
เรื่องข้าวที่เขา (ทองแถม) ไม่ได้เล่าให้ฟัง

พฤศจิกายน 15, 2021

“พลัง” ของแนวคิดสิทธิชุมชน
“พลัง” ของแนวคิดสิทธิชุมชน

พฤศจิกายน 9, 2021

previous arrow
next arrow

แนวคิด “สิทธิชุมชน” เสริมขยายพลังเคลื่อนไหวของชุมชน

คำว่า “สิทธิชุมชน” นั้น เป็นคำที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่เพื่ออธิบายความหมายและคุณค่าอย่างหนึ่งที่เกิดและดำรงอยู่มาช้านานแล้ว เป็นวาทกรรมที่สร้างพลังให้กับการเคลื่อนไหวของ “ชุมชน” ที่ชาวชุมชนแสดงตัวตนชัดแจ้งในการปกป้องตัวเองจากภัยคุกคามจากภายนอกในยุคการพัฒนาในรอบกว่า ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นยุคแย่งชิงทรัพยากรอย่างแท้จริง โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุของการรุกรานคุกคามสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรของชาวชุมชนท้องถิ่นอย่างหนัก

จากแนวคิดวัฒนธรรมชุมชน สู่สังคมการปกครองตนเอง

เพื่อนที่เป็นนักวิชาการชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งกล่าวกับข้าพเจ้าว่า ที่เมืองไทยนี้แปลกกว่าที่อื่นในยุคเดียวกัน การพูดถึงและให้คุณค่ากับความเป็น “ชุมชน” มีสูงมาก ทั้งในวงวิชาการ องค์กรชาวบ้าน แวดวงราชการ ในส่วนขององค์กรพัฒนาภาคเอกชนนั้นถือว่าแนวคิดวัฒนธรรมชุมชนเป็นกระแสคิดหลักของขบวนที่ยึดถือกันมาตลอดสองสามทศวรรษ แม้แต่พระมหากษัตริย์ไทยก็ทรงดำริเรื่อง “การสร้างชุมชนเข้มแข็ง” ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ หรือรูปธรรมในโครงการพระราชดำริทั้งหลาย

อีสานปกครองตนเอง

ระบอบประชาธิปไตยแบบที่ประเทศไทยเราใช้ปกครองกันอยู่ในปัจจุบัน เป็นระบอบที่เราลอกเลียนมาจากการปกครองในประเทศตะวันตก ด้วยความจำเป็นของกระแสโลกที่เราจะต้องเดินตามแบบเขาประการหนึ่ง และความหลงในความศิวิไลซ์ของชาวฝรั่งอีกประการหนึ่ง

ติดตามเรา








จากใจทางอีศาน

ธรรมนูญประชาชน

เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไทย นับวันยิ่งมีรายได้ลดน้อยลง แต่หนี้สินกลับพอกพูน สังคมเต็มไปด้วยอภิสิทธิ์อิทธิพล เศรษฐกิจถูกผูกขาด ข้ารัฐการไร้คุณภาพขาดคุณธรรม ระบบเผด็จการครองเมืองมายาวนาน ทั้งมหาอำนาจต่างแย่งยื้อกันเข้าครอบงำยิ่งขึ้น จึงนำเสนอ “ธรรมนูญประชาชน” เพื่อต้านยัน รุกคืน สร้างความกินดีมีสุข และความเจริญรุ่งเรือง

ปิดเล่ม ทางอีศาน ๑๑๔

คุณชุมพร ทุมไมย, คุณวิชัย เกศศรีพงษ์ศา ตั้งแต่คุณเสียสละชีวิตไปจนถึงวันนี้ สภาพสังคมไทย เหตุการณ์บ้านเมืองของเฮาและของโลกมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปหลาย พวกเฮามีเรื่องสิส่อ*คุณเด้

ชุมพร ทุมไมย วิชัย เกศศรีพงษ์ศา

สังคมไทย การขัดแย้งทางความคิดมีความผิดถึงตายมีมานานแล้ว และนับวันจะมากหลากหลายวิธียิ่งขึ้น เพราะการสำนึกถึงสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ของตนและเคารพคนอื่นยังไม่หนักแน่น ระดับทางวัฒนธรรมและการตื่นรู้ทางการเมืองยังไม่พัฒนาก้าวหน้า ส่งผลให้ผู้มีอภิสิทธิ์อิทธิพลเต็มบ้านเมือง คนเล็กคนน้อยยังสยบยอมและยังคงยากไร้

ปิดเล่ม ทางอีศาน ๑๑๓

ในยุคก่อนและเข้าสู่ต้นยุคประวัติศาสตร์ ข้อสันนิษฐานหนึ่งของการล่มสลายไปของบางเมือง ของบางอาณาจักร เกิดจากโรคระบาดใหญ่... ถ้าใครเคยไปทัศนศึกษาแอ่งที่ราบสูงสกลนคร และได้ไปชม “ปราสาทภูเพ็ก” จะเห็นว่าตัวปราสาทส่วนบนยังสร้างไม่เสร็จ เมื่อเดินเลาะเลียบลงไปด้านหลังก็จะพบแหล่งหินตัด บริเวณนั้นจะพบหินที่ตัดแล้ววางกระจายอยู่เป็นระยะ และจะเห็นแผ่นหินที่ถูกเซาะสกัดค้างคาไว้จำนวนมาก

ระวัง! ห่าตำหัวใจ

ผู้เฒ่าผู้แก่บอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า “ห่า” เป็นผีประเภทหนึ่ง ผีตนนี้ทำให้เกิดโรคระบาดร้ายแรง และพรากชีวิตผู้คนจำนวนมาก จึงเรียกชื่อโรคนี้โดยรวมว่า “โรคห่า”

ปิดเล่ม ทางอีศาน ๑๑๒

โรคระบาดโควิด–19 ในประเทศไทยดูเหมือนสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีกระดับ เพื่อนนักเขียนหลายคนก็ติดเชื้อป่วยอำลาจากกันไปก่อน สถานการณ์ตามชุมชนแหล่งสลัมก็เกิดเรื่องน่าสังเวชขึ้นทุกวัน

ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

เงินตราโบราณ ในอีสานบ้านเฮา (ตอนที่ ๑๓)

หลังจากสยามมีการผลิตเหรียญเงินอย่างตะวันตกใช้อย่างเป็นทางการในปี ๒๔๐๓ แต่เงินปลีกที่มีราคาต่ำกว่าหนึ่งไพนั้น ก็ยังใช้เบี้ยหรือหอยเบี้ย ซึ่งเป็นหอยขนาดเล็กที่ได้จากมหาสมุทรอินเดีย ใช้เป็นเงินปลีกมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยา โดยอัตราแลกเปลี่ยนของหอยเบี้ยมีตั้งแต่ ๖๐๐-๘๐๐ เบี้ย เป็นหนึ่งเฟื้องแล้วแต่ความขาดแคลนหอยเบี้ย ซึ่งหอยเบี้ยนี้พ่อค้าชาวมลายู นำใส่เรือสำเภามาขาย

เงินตราโบราณ ในอีสานบ้านเฮา (ตอนที่ ๑๒)

ช่วงสมัยรัชกาลที่ ๓ จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ การค้าของสยามรุ่งเรืองมาก จนส่งผลให้เงินตราที่มีใช้จ่ายในตลาดคือ เงินพดด้วง หรือเงินหมากค้อ ของคนลาวอีสาน มีจํานวนไม่เพียงพอใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยน เพราะผลิตด้วยมือ กําลังผลิตค่อนข้างตํ่าผลิตได้วันละไม่กี่ร้อยบาท ทั้งที่ความต้องการใช้มีมากกว่านั้น ชาวต่างประเทศซึ่งเป็นชาวตะวันตกมักนำเงินเหรียญของตนมาซื้อขายสินค้า แต่ต้องนำเงินเหรียญนั้น ๆ หลอมเป็นเงินพดด้วง แล้วตีตราของทางราชการเสียก่อน จึงเป็นที่ยอมรับของพ่อค้าหรือราษฎรชาวสยาม

เรื่องข้าวที่เขา (ทองแถม) ไม่ได้เล่าให้ฟัง

คนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลักมานาน นานจนอดนึกไม่ได้ว่า ตอนยังไม่เป็นคนไทยก็คงกินข้าวเหมือนกัน กินจนติดเป็นนิสัย กินอาหารอื่นมากเท่าใดก็ไม่รู้สึกอิ่มเหมือนกินข้าว นอกจากรู้จักกินข้าวแล้ว ดูเหมือนว่าเรารู้เรื่องราวของข้าวที่กินทุกมื้อทุกวันน้อยเหลือเกิน รู้บ้างก็กระท่อนกระแท่น ไม่ปะติดปะต่อ รู้จริงบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่รู้ไม่จริง

“พลัง” ของแนวคิดสิทธิชุมชน

ผู้เขียนได้นำเสนอใน “ทางอีศาน” ฉบับก่อนว่า ฐานคิดเรื่องคุณค่าของแนวคิด “สิทธิชุมชน” มีความใกล้เคียงกับแนวคิด “วัฒนธรรมชุมชน” ที่มองชุมชนเป็นสถาบันสำคัญ มีกระบวนการภายในที่จะจัดการตนเองเพื่อความอยู่รอด แต่ในทางกระบวนการวิเคราะห์ชุมชนนั้น แนวคิดสิทธิชุมชนค่อนข้างให้ความสำคัญกับการศึกษาความขัดแย้งและการสร้างกติกาข้อตกลง การปรับดุลอำนาจภายในซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาของชุมชน

แนวคิด “สิทธิชุมชน” เสริมขยายพลังเคลื่อนไหวของชุมชน

คำว่า “สิทธิชุมชน” นั้น เป็นคำที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่เพื่ออธิบายความหมายและคุณค่าอย่างหนึ่งที่เกิดและดำรงอยู่มาช้านานแล้ว เป็นวาทกรรมที่สร้างพลังให้กับการเคลื่อนไหวของ “ชุมชน” ที่ชาวชุมชนแสดงตัวตนชัดแจ้งในการปกป้องตัวเองจากภัยคุกคามจากภายนอกในยุคการพัฒนาในรอบกว่า ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นยุคแย่งชิงทรัพยากรอย่างแท้จริง โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุของการรุกรานคุกคามสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรของชาวชุมชนท้องถิ่นอย่างหนัก

มนต์เพลงอีศาน

“เดอะหมา มาแล้ว”

ผลงานเพลงวง “หมาเก้าหาง” ยุคใหม่ สไตล์อีศาน คลาสสิก ทางทีมงาน ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้ความอนุเคราะห์ในการสร้างสรรค์งานวีดีโอชิ้นนี้ เป็นอย่างสูงครับผม

“ทางสั่น” Thang – sun

“ทางสั่น” การบรรเลงดนตรีนั้น มีหลักหนึ่งที่จะทำให้นักดนตรีปรับเปลี่ยนในมุมมองอะไรได้ทุกๆ อย่าง แต่ไม่ทิ้ง “หลักเดิม” ของทำนอง

สิงหา-กันยา : สองศรีพี่น้องเพลงพิณ

เสียงเพลงพิณได้ยินมาแต่ไกล ให้นึกถึงเพลงพิณของ มงคล อุทก “ชีวิตเหมือนพิณกรีดสาย เล่นไปตามลายตามสายเสียงเพลง คนนี้ใจนี้มือนี้ ชีวิตเขามีแต่ดนตรีบรรเลง...”

รำวงโบราณ อีสานย้อนยุค

หนุ่มสาวรำลอดผ่านซุ้มมีกติกาว่าเวลาหนุ่มสาววนมาถึงซุ้มสาวนางรำจะรอจังหวะให้หนุ่มเผลอแล้ววิ่งลอดผ่านซุ้มไปให้เร็ว เพราะถ้าหนุ่มวิ่งทันกันในซุ้มก็จะมีสิทธิ์ กอด หรือแตะต้องตัวสาวได้เฉพาะอยู่ในซุ้ม รำวงลอดถํ้าจึงเป็นที่นิยมสนุกสนาน ไม่เกินเลย ไม่เคยมีเรื่อง ทุกคนถือเป็นการละเล่นไม่ได้ล่วงเกินหากำไร

หนี้กรรม เพลงหักปากกาเซียน

ผ่านไปไม่กี่วันสถานีวิทยุต่าง ๆ เปิดเพลง “หนี้กรรม” ตามคำขอทางโทรศัพท์ ทางจดหมายของแฟน ๆ เพลง เป็นเพลงดังอย่างรวดเร็ว จนคนในวงการวิจารณ์กันว่าเป็นเพลง “หักปากกาเซียน” เพราะคนทั่วไปจะรู้ว่าเพลงที่เป็นสาระ เพลงเกี่ยวกับสถาบัน เกี่ยวกับธรรมะจะไม่ดังแต่เพลง “หนี้กรรม” กลับดังได้

Visions for Mo Lam in Mainland Southeast Asia : การก้าวข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรมดนตรี

In the old days music of Isan or Northeast Thailand was rarely known or appreciated by outsiders. It was considered an inferior music; the musicians and singers (molam) were looked down by people or musicians of other cultures. The Isan people themselves, especially educated people---college students and professors, also felt insecure in their arts.

อีสานบ้านเฮา

เรื่องข้าวที่เขา (ทองแถม) ไม่ได้เล่าให้ฟัง

คนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลักมานาน นานจนอดนึกไม่ได้ว่า ตอนยังไม่เป็นคนไทยก็คงกินข้าวเหมือนกัน กินจนติดเป็นนิสัย กินอาหารอื่นมากเท่าใดก็ไม่รู้สึกอิ่มเหมือนกินข้าว นอกจากรู้จักกินข้าวแล้ว ดูเหมือนว่าเรารู้เรื่องราวของข้าวที่กินทุกมื้อทุกวันน้อยเหลือเกิน รู้บ้างก็กระท่อนกระแท่น ไม่ปะติดปะต่อ รู้จริงบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่รู้ไม่จริง

จันทน์เทศ ไม้ที่มีค่าควรเมือง

ไม้รู้จักจันทน์เทศหรือครับ ไม่แปลกอะไร คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่รู้จักไม่เคยเห็น ไม่รู้ด้วยซํ้า ว่าเอาไปทําอะไร กลิ่นเป็นอย่างไรก็นึกไม่ออก ใครบางคนบอกก็อยู่ในเครื่องแกงมัสมั่นไง โธ่ ก็มีเครื่องเทศตั้งหลายอย่าง แยกกลิ่นไม่ได้หรอก

สาวผู้ไทในนอร์เวย์ ปึ้มใหม่ของสำนักพิมพ์ “ทางอีศาน”

เรื่องราวเข้มข้นปนขันขื่นของสาวผู้ไทอุดรธานีกับวิศวกรหนุ่มใหญ่นอร์วีเจี้ยน และ “อิเบะ” ยายผู้หาญกล้าเคลื่อนโลกตนเองจากท้ายไร่อ้อยอีสานเหนือไปบรรจบป่าแครนเบอร์รี่บนภูสูงนอร์เวย์ จนถึงชายทุ่งเยอรมนี เพื่อเยี่ยมยามถามข่าวลูก หลาน เหลน

ผักดอง…ทําไมจึงดอง

เคยสงสัยไหมครับว่าผักสดก็มีออกถมไป ทำไมต้องกินผักดองตอบแบบไม่ต้องใช้อวัยวะระหว่างหูคิดก็ได้ว่า ก็มันอร่อยนะสิฝรั่งมีแตงดอง (pickled cucumber) กะหลํ่าปลีดอง (sauerkraut) เกาหลีมีกิมจิญี่ปุ่น จีน มีขิงดอง ผักกาดดอง มะเขือดอง เต้าเจี้ยว ฯลฯ เครื่องจิ้มของอินเดียที่เรียก ชัทนีย์ ก็เป็นผักผลไม้ดองแบบหนึ่ง ส่วนกับข้าวไทย ต้มจืด ผักกาดดอง แกงคั่วหน่อไม้ดอง (กับปูม้า หรือหอยแมลงภู่) ผักก็มีผักเสี้ยนดองจิ้มน้ำพริกกะปิ และอีกสารพัด พูดแล้วนํ้าลายไหล

รายการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย – นิตยสารทางอีศาน

นิตยสารทางอีศาน ลึกซึ้งถึงรากเหง้า เข้าใจปัจจุบัน รู้ทันอนาคต รายการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ออกอากาศวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เวลา 14:00 น ถึง เวลา 16:00 น ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงพระพุทธศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม ชมรมคนมีบุญ FM 97.00 เมกกะเฮิร์ต และ106.75 เมกะเฮิรตซ์ ออกอากาศพร้อมกัน วัดบ้านอ้น ตำบลดงลาน อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินรายการโดย ท่านทรภูไพร วันโพนทอง นายกสมาคมวิชาชีพสื่อวิทยุโทรทัศน์ภาคประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ด

วิดีโออีสานพาเที่ยว

อีสานแซบ

‘ก้อยหอยขัว’ เมนูแซบนัวในฤดูร้อนแล้ง

“หอยขัวคืออะไรคะ” “หอยขัวคือหอยที่ได้จากการขัว ขัวหอยคือการใช้เสียมค่อย ๆ ขุดถากหน้าดิน เพื่อหา ‘หอยเข้าไง’ หอยเข้าไงคือหอยจำศีลในฤดูน้ำแห้งขอด”

‘ลาบปู’ กินสะเดาบานคู่กับลาบปูยามค่ำ

วิธีการปรุงลาบปูคือง่ายมาก โดยเริ่มจากใส่เกลือลงในอ๋อปูสักหนึ่งช้อนชา แล้วบีบมะกอกสุกตามลงไปสักลูก มะกอกสุกให้รสเปรี้ยวนวลเข้ากันได้ดีกับเมนูปูนาหน้าหนาว เครื่องชูรสมีแค่นี้ หากยังขาดเปรี้ยวและเค็มก็ให้เติมเกลือและมะกอกเพิ่ม หลังจากนั้นให้ใส่พริกป่นตามไป และใส่ข้าวคั่วพร้อมต้นหอมผักชีเป็นอันดับสุดท้าย

วรรณกรรม

นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๖)

“เจ้าก็รู้” เวียงจันทราย้ำคำพูดเสียงแจ่มใส “ที่ตระหง่านอยู่ต่อหน้าเจ้า คือเจดีย์พ้นทุกข์ ใครก็ตามที่มุ่งสู่ทางพ้นทุกข์ แต่ละคนดั้นด้นมากราบไหว้องค์เจดีย์ นั้นคือภารกิจพวกเขา ส่วนจะพ้นทุกข์หรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคน” ตวัดสายตากลับมาจ้องมองหน้าเหมราชเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตา “ทั้งเจ้า ทั้งข้า ทั้งองค์เจดีย์และผู้มากราบไหว้ ล้วนแต่มีภารกิจด้วยกันทั้งนั้น และภารกิจยังไม่สิ้นสุด”

เรื่องสั้น : กำแพง

ไอ้ห่า! มึงต่อยกับกูไหม ? ขบวนกลองยาวงานบวชพลันหยุดชะงัก จากขบวนแห่นาคกลับตาลปัตรเป็นสังเวียนมวยอย่างช่วยไม่ได้ หนุ่มเลือดร้อนรุ่นใหญ่ผมสองสีกลับมาท้าตีท้าต่อยกันกลางงานเหมือนเด็กวัยรุ่น

นวนิยาย : กาบแก้วบัวบาน (๕)

ข้าไม่มีเวลาได้ท่องเที่ยว ชายชุดขาวพูดด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง “บรรพบุรุษข้าเคยไปทวารวดี และศรีอโยธยา ปู่ข้าท่องลุ่มน้ำบางกอกมาแล้ว พ่อข้าบอกว่า เคยท่องเมืองล้านนา เมืองล้านช้าง แต่พ่อข้าห้ามนักห้ามหนา อย่าท่องเมืองรัตนโกสินทร์” หยุดหายใจ มองจ้องเข้าไปในดวงตาของเหมราชแล้วพูดเสียงหนัก ถ้ากรุงเทพฯ ที่เจ้าพูดถึงเป็นเมืองรัตนโกสินทร์ พ่อข้าห้ามไปเด็ดขาด

นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๔)

หลังจากเหมราชพลัดหลงมาอยู่ศรีโคตรบูรณ์ ได้เป็นสหายกับเจ้าเชียงรุ้งลูกชายเจ้าเมือง ตกลงรับรักกับเจ้าฟ้าคำหยาด เจอแต่เรื่องราวอันลึกลับงงงวย เหมราชเริ่มเป็นห่วงเรื่องทางบ้าน ธุรกิจ ญาติพี่น้อง เริ่มหาตู้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับทางบ้าน แต่ไม่พบเจอแต่สิ่งไม่คาดคิดมากมาย พร้อมความในใจของสหายคนใหม่ เจ้าเชียงรุ้ง เหมราชจะรับมืออย่างไรดี

จดหมายจากนักอ่าน

คอลัมน์จดหมาย ทางอีศาน ๑๑๓ ฉบับ “ห่าตำปอด” – สมณะจันทเสฏโฐ, ชายชื้น คำแดงยอดไตย

เจริญธรรม คุณปรีดา ข้าวบ่อ ลูกชายแม่คำผาง พ่อลูกสาม คนทำหนังสือ อาตมาได้รับหนังสือหลายเล่มแล้วที่ส่งไปพร้อมกับคำคมบ่มชีวิต จะนำไปอ่านออกรายการวิทยุและบอกให้คนติดต่อซื้อจากคุณปรีดา เพื่อสนับสนุนให้คุณมีพลังในการทำหนังสือดีต่อไป.. - สมณะจันทเสฏโฐ

ภารตนิยาย : ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา แปล ตัด ต่อ แต่ง เติม จากคัมภีร์ภาษาสันสกฤต ปรากฤต และทมิฬ

ภารตนิยาย : ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา แปล ตัด ต่อ แต่ง เติม จากคัมภีร์ภาษาสันสกฤต ปรากฤต และทมิฬ โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องต่างๆในคัมภีร์พระเวทตั้งแต่ ๔๐๐๐ ปี เรื่อยมาจนถึง มหากาพย์รามายณะ มหากาพย์มหาภารตะ และคัมภีร์ปุราณะต่างๆ ๑๘ คัมภีร์ ซึ่งเล่มสุดท้ายเขียนขึ้นเมื่อ ๑๐๐๐ กว่าปีนี่เอง

จดหมายจากผู้อ่าน

ขอแจ้งให้สมาชิก และพี่น้องปล้องปลายทราบทั่วกันในที่นี้เลยว่า มีข่าวสารข้อเขียนเรื่องราวใด ๆ ให้ติดต่อสำนักที่อยู่กรุงเทพฯ แห่งเดียวเท่านั้นขอบพระคุณคุณพ่อประสาสน์ รวมทั้งคุณพ่อบุญเลิศ สดสุชาติ ในความเมตตาส่งข้อเขียนและคำพรมาให้ชาวคณะทางอีศานเป็นประจำครับ

นิตยสารทางอีศาน

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com