ทางอีศาน 22 : ปิดเล่ม
เจ้าพี่น้องหากแม่นลูกกูผู้เดียวดาย... กูปันให้สูเจ้าแล้วดังนี้ ภายหน้าผู้ใดอย่าโลภตัณหา อิจฉามักมาก แลเอารี้พลช้างม้าไปตกแดน เอาหอกดาบเขนแพนไปตกท่ง แล้วรบเลวเอาบ้านเมืองกัน ดังนั้นให้ผู้นั้นฉิบหาย ทำอันใดอย่าให้เป็น เข็นอันใดอย่าให้ได้ ปลูกไม้อย่าทันตาย ปลูกหวายอย่าทันล่อน ข้อม่อนอย่าให้ฮี ปลีมันอย่าให้กว้าง เทียวทางให้ฟ้าผ่า เมือป่าให้เสือกิน...
พ่อครูทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ศิลปินเกียรติยศ โหวดเสียงทองเทวดา
พ่อครูเล่าที่มาของโหวดว่าแต่เดิมเป็นของเล่นของเด็กเลี้ยงควาย ยังไม่ถูกเรียกเป็นเครื่องดนตรี ใช้เล่นในช่วงปลายฤดูฝนก่อนเกี่ยวข้าว เป่าเล่นเพื่อความสนุกขณะที่เลี้ยงควายตามทุ่งนา และใช้แกว่งหรือเหวี่ยงเพื่อฟังเสียง ด้วยการต่อหางโหวดให้ยาวแล้วใช้เชือกคล้องหัวกับหางโหวด แกว่งให้หวดรอบศีรษะด้วยความเร็วสูงจะเกิดเสียงดังว่า “แงว ๆ” ฟังแล้วเกิดเสียงไพเราะ เรียกการแกว่งโหวดชนิดนี้ว่า “การแงวโหวด” ลักษณะของโหวดสมัยโบราณยังไม่มีความสวยงาม
ทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ – ฐานข้อมูลศิลปินมรดกอีสาน
ขอแสดงความยินดีกับ อ.ทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ จากศิลปินมรดกอีสานสู่ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงประจำปี พ.ศ.2562 เอาเทปที่เคยสัมภาษณ์ไว้มาให้ฟังอีกครั้งค่ะ
สายธารวรรณศิลป์
๑. ไหลบ่าอารมณ์ที่บ่มเพาะ
ลัดเลาะเกาะแก่งแอ่งหินผา
เลี้ยวลดคดโค้งโยงสายมา
สุดหล้าฟ้าไกลไม่สิ้นมนต์
๒. เรียงร้อยสร้อยรักอักขระ
เพื่อจะปลอบปลุกทุกแห่งหน
กล่อมเกลาฤดีที่ทุกข์ทน
หลุดพ้นนิยามความหลอกลวง
ชาวเมืองฟ้าแดดสงยางเมื่อ 1200 ปีที่ผ่านมา สื่อสารด้วยภาษามอญโบราณ
ชาวเมืองฟ้าแดดสงยางเมื่อ 1200 ปีที่ผ่านมา (พุทธศตวรรษที่ ๑๔) สื่อสารด้วย ภาษามอญโบราณ ใช้อักษรหลังปัลลวะ
จากหลักฐานจารึก พระพิมพ์เมืองฟ้าแดดสงยาง
บทกวี ดาวชีวิต
ด้วยมีดาวในชีวิตไม่คิดขม แม้เหงาหงอยเศร้าบ้างบางอารมณ์ ใจยังคมวับเชือดเลือดสาดแดง ดั่งวสันต์ปลอบขวัญฉันฝันหวาน แสนดอกไม้บานประชันออกขันแข่ง เช็ดน้ำตาปวงประชา..มาร่วมแรง หลังพายุกระหน่ำแรง...ฟ้าจักงาม รัตติกาลนานยาวดาวยังฉาย เหมันต์กรายถึงวสันต์วันอร่าม พลังปฏิวัติเกิดทั่วทุกชั่วยาม ดาวชีวิต วาวงามนิรันดร





