สร้างสันติสุขบนท้องถนน*
อุบัติเหตุบนท้องถนนทำให้คนไทยตายปีละ 17,000 - 18,000 คนต่อปี หรือ 50 คนต่อวัน
หรือ 2 คนต่อหนึ่งชั่วโมง และมีผู้บาดเจ็บในแต่ละปีเกือบ 1,000,000 คน อุบัติเหตุร้อยละ 70- 80
เกิดจากรถจักรยานยนต์
ช่วง “7 วันอันตราย สงกรานต์ 2568” (11 - 17 เมษายน 2568) เกิดอุบัติเหตุ 1,538 ครั้ง
มีผู้เสียชีวิต 253 คน บาดเจ็บ 1,495 คน
ช่วง “7 วันอันตราย ปีใหม่ 2569” (30 ธันวาคม 2568 - 5 มกราคม 2569) เกิดอุบัติเหตุ 1,511 ครั้ง
มีผู้เสียชีวิต 272 คน บาดเจ็บ 1,464 คน
อุบัติเหตุของประเทศไทยถือเป็นภัยอันตรายสูงที่สุดในอาเซียน และอันดับต้น ๆ ของโลก
อัตราการเสียชีวิตประมาณ 25-32 คนต่อประชากร 100,000 คน เปรียบเทียบกับประเทศที่ประสบ
ความสำเร็จด้านความปลอดภัยบนถนน เช่นญี่ปุ่นและสวีเดน อัตราการเสียชีวิตเพียง 2-3 คนต่อ
ประชากร 100,000 คน
ด้วยความร้ายแรงดังกล่าว องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดโครงการ “ทศวรรษแห่งความปลอดภัย
ทางถนน พ.ศ. 2554 - 2563” จุดประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บลงครึ่งหนึ่ง
โดยประเทศไทยได้รับมาขับเคลื่อนเป็นวาระแห่งชาติ
ต่อมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รณรงค์ “7 วิธีลดอุบัติเหตุ”
ได้แก่ ง่วงไม่ขับ, งดขับรถเร็ว, เมาไม่ขับ, ใช้อุปกรณ์นิรภัย, ห้ามโทรศัพท์, ตรวจสภาพรถ
และไม่ประมาท
แต่โครงการฯ และการณรงค์เหล่านั้นยังไม่บังเกิดผล ตรงกันข้ามยอดการสูญเสียกลับทำสถิติสูงขึ้น
ในทุก ๆ ปี
นอกจาก 7 วิธีลดอุบัติเหตุข้างต้น ขอเสนอแนวปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน
ได้แก่ การสร้างและซ่อมถนนต้องมีคุณภาพ ผู้รับเหมาต้องมีความรับผิดชอบทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ
ไม่กินหินกินปูนกินยางมะตอย, เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจทางหลวงต้องยึดคำขวัญ
“บริการรับใช้ประชาชน ไม่รับสินบนและตั้งด่านเถื่อน”, กำหนดความเร็วของรถไม่ให้เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ยกเว้นเส้นทางพิเศษ) ในเขตชุมชนต้องลดความเร็วลงอีก, กฎหมายจราจรต้องเด็ดขาด เลนขวาสุดสำหรับแซง
รถบรรทุกวิ่งเลนซ้าย, จัดการผู้ขับรถซิ่งขับรถเกเรอย่างเด็ดขาด
อย่าชาชินกับภาพเลือดที่อาบทาและร่างที่คลุมผ้าขาวบนถนน จากข่าวหน้าจอทีวีทุกต้นชั่วโมง เพราะนั่นล้วนญาติพี่น้อง
ร่วมผืนแผ่นดินและคนในครอบครัว เราสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเงินทองมากเกินไปแล้ว
ที่ผ่านมา นโยบายและกลไกของรัฐไม่เคยเห็นหัวประชาชน เรามาสร้างศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ เสริมจิตใจเพื่อประโยชน์
ส่วนรวม (ดังตัวอย่างชุมชน ต.เมืองเก่า จ.ขอนแก่น และชุมชน ต.หนองบัว จ.อุบลราชธานี ที่ร่วมกันลดอุบัติเหตุได้จริง)
ช่วยกันลดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์นี้และตลอดปีตลอดไป เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ทำให้การสัญจรเดินทาง
เต็มไปด้วยความเมตตา เผื่อแผ่ และรื่นรมย์.
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
*บทบรรณาธิการนิตยสารรายเดือน “ทางอีศาน”, เมษายน 2569.
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com