ความลับของ ‘ดอกเข้าพรรษา’

ฝนตกต่อเนื่องมาสามวันแล้ว หนักบ้างเบาบ้างทำท่าว่าหยุด แต่แล้วก็ตกอีก ปีนี้ฝนมาล่าช้า ภัยแล้งเกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง พอฝนมาไม่กี่วัน อ้าว บางแห่งนํ้าท่วมเสียแล้ว

มองผ่านม่านฝน ภาพทุ่งนาป่าเขาเลือนราง ฝนตกหนักตกนานอย่างนี้เอง พระพุทธเจ้าจึงกำหนดให้พระสงฆ์ต้องอยู่กับที่ เว้นการจาริกไปยังที่ต่าง ๆ เรียกว่า ‘เข้าพรรษา’ พลันนึกได้ว่าที่จังหวัดสระบุรีมีไม้ดอกชนิดหนึ่ง ชื่อต้นไม้นี้ชวนให้คิดว่า คงต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับการเข้าพรรษาของชาวพุทธบ้างแต่ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ พืชชนิดนี้มีวิธีการขยายพันธุ์ผิดแผกไปจากพี่น้องผองพืชในวงศ์เดียวกัน จะแตกต่างอย่างไร มีความหมายแค่ไหน ความลับของดอกเข้าพรรษากำลังจะถูกเปิดเผย ณ บัดนี้

แต่เดิมมีเพียงคนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เรียกพืชชนิดนี้ว่า ‘ดอกเข้าพรรษา’ เพราะมีดอกในช่วงต้นฤดูฝน ชาวบ้านจึงใช้ช่อดอกไม้ชนิดนี้ถวายพระสงฆ์ในเทศกาลงานบุญเข้าพรรษา อันเป็นที่มาของชื่อ คนทั่วไปอาจไม่ทราบว่า ดอกเข้าพรรษาที่เรียกกันนั้นเป็นพืชหลายชนิด ในสกุล“ข่าลิง” (Globba) ในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันมากพอที่คนทั่วไปสังเกตสักหน่อยก็จะเห็น

ดอกเข้าพรรษาและพืชอื่น ๆ ในสกุลเดียวกันแม้ไม่เป็นพิษ แต่ก็ไม่มีคนพื้นถิ่นไหนใช้ประกอบอาหารหรือเป็นยาอย่างจริงจัง หลายชนิดมีช่อดอกโดดเด่นสวยงามเป็นไม้ประดับได้ มีเพียงคนอินเดียบางที่ใช้นํ้าคั้นจากหัวข่าลิง รักษาแผลในปาก และมีการศึกษาพบว่า หัวข่าลิงมีนํ้ามันหอมระเหย ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียและต้านอนุมูลอิสระ

พืชในสกุล “ข่าลิง” (Globba) นี้มีอยู่ราว ๑๐๐ ชนิดทั่วโลก กระจายพันธุ์อยู่ในจีน ชมพูทวีปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีรายงานการค้นพบไม่น้อยกว่า ๓๐ ชนิด มีชื่อต่าง ๆ เช่น หงส์เงิน เทียนพรรษา กระชายขาว ขิงป่า ข่าลิง ฯลฯ น่าภูมิใจที่พืชชนิดหนึ่งในสกุลนี้คือ ดอกเข้าพรรษาชนิดที่มีชื่อท้องถิ่นว่า “กล้วยจะก่าหลวง” ได้รับการตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Globba winittii C.H.Wright โดยที่คำว่า winittii ในชื่อนั้น ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักพฤกษศาตร์นามอุโฆษของไทย คือ พระยาวินิจวนันดร

ดอกเข้าพรรษาและพืชอื่น ๆ ในสกุลข่าลิง เป็นไม้ล้มลุก โดยทั่วไปสูงราวหัวเข่า หรือเต็มที่ก็ไม่เกินสะเอว มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวขนาดเล็ก โตไม่เกินปลายนิ้วหัวแม่มือ มีรากสะสมอาหารอวบนํ้าเรียงอยู่รายรอบ ที่เห็นอยู่เหนือดินเป็นก้านใบเรียวอ่อนซ้อนกันจนดูคล้ายลำต้น ใบเดี่ยวเรียวยาวรูปรี กว้างประมาณฝ่ามือเด็ก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบออกเรียงสลับซ้ายขวาในระนาบเดียวกัน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ช่อดอกห้อยลงมีกลีบประดับ ซึ่งมีขนาดและสีสันแตกต่างในแต่ละชนิด บ้างก็โดดเด่นสวยงาม บ้างก็แทบมองไม่เห็น แต่ที่สะดุดตานักเป็นดอกเล็ก ๆ สีเหลือง เรียวโค้ง ยื่นยาวออกมาพ้นกลีบประดับ มีเกสรเป็นรยางค์อ่อนช้อย ดูงามราวกับสาวเต้นรำ

พืชจำพวกข่าลิง มีดอกในราวเดือนมิถุนายนเรื่อยไปตลอดทั้งฤดูฝน เมื่อเข้าฤดูหนาว ส่วนเหนือดินทั้งหมดจะค่อย ๆ เหี่ยวแห้ง จนหลุดหายไปหมดในฤดูแล้ง แล้วจึงงอกต้นใหม่ในต้นฤดูฝนปีถัดมาดอกเข้าพรรษาที่ได้รับการผสมเกสรแล้วจะเจริญเป็นฝักผล ภายในมีเมล็ดที่งอกเป็นต้นใหม่ได้

โดยเหตุที่พื้นดินใต้ร่มเงาของไม้ต้นแม่ อาจเป็นที่สะสมของเชื้อราและศัตรูพืชอื่น ๆ แร่ธาตุสารอาหารก็ถูกต้นแม่ใช้ไปจำนวนหนึ่งแล้ว อีกทั้งเมล็ดยังต้องแข่งขันกันงอก คงดีไม่น้อย ถ้าเมล็ดของดอกเข้าพรรษาสามารถงอกงามบนผืนดินแห่งใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่าเดิม

แต่พืชเคลื่อนที่ไม่ได้ ไม่ใช่หรือ? สำหรับพืชที่เจริญเติบโตแล้วเป็นเช่นนั้น เมื่อพิจารณาตลอดช่วงชีวิตของพืชดอก พบว่ามีการเคลื่อนย้ายอยู่สองครั้งคือ เมื่อเกสรตัวผู้ถูกพามาผสมเกสรตัวเมีย และเมื่อเมล็ดถูกพาไปงอกในที่ห่างออกไป การเคลื่อนย้ายเหล่านี้ มีบ้างที่ไปได้เองโดยการดีด แต่ส่วนใหญ่ต้องอาศัยตัวพา อันได้แก่ ลม นํ้า และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ

 

พืชถูกลม ฝน หรือกระแสนํ้า พัดพาเกสรและเมล็ดอย่างไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน เพราะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ มาเมื่อใดก็พาไปเมื่อนั้น แต่การอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นนำเกสรหรือเมล็ดไป พืชต้องจ่ายค่าจ้างในรูปของอาหาร ซึ่งสัตว์เหล่านั้นจะนำไปกินได้ ผีเสื้อหรือแมลงมาตอมดอกไม้เพราะต้องการนํ้าหวาน ขณะเดียวกันก็นำเกสรตัวผู้จากดอกอื่นมาผสมกับเกสรตัวเมีย คล้ายกับการได้รับค่าจ้างเมื่อนำของมาส่ง ขณะที่นกหรือแมลงกินผลไม้ก่อน แล้วตอบแทนโดยการขับถ่ายมูลซึ่งมีเมล็ดพืชแห่งผลไม้นั้นภายหลัง เฉกเช่นเดียวกับการจ่ายค่าจ้างล่วงหน้า

เมล็ดของดอกเข้าพรรษาอาศัยสิ่งใดพาไปหานํ้าหรือ? ดอกเข้าพรรษาไม่ชอบพื้นดินที่ชื้นแฉะ จึงมักเจริญเติบโตในที่ไกลจากห้วยนํ้าลำธาร อาศัยลมก็ได้ แต่ไม้ทุกชนิดในสกุลข่าลิง มีขนาดเล็ก อยู่ใต้ร่มไม้อื่น ไร้ลมแรงพัดพา จะอาศัยนกอาศัยค้างคาวก็ไม่มีเนื้อผลให้สัตว์เหล่านั้นกิน ทว่าราวกับได้รับคำพรจากเทพยดาฟ้าดิน พืชหลายชนิดรวมทั้งพืชในสกุลข่าลิง และดอกเข้าพรรษาอาศัย “มด” พาเมล็ดที่ตกหล่นให้ออกห่างจากบริเวณโคนต้นแม่ ช่วยกระจายพันธุ์ของพืชเหล่านั้นได้อีกทางหนึ่ง

มดที่ช่วยขนเมล็ดดอกเข้าพรรษาไป ได้แก่ มด ในสกุลมดก้นห้อย สกุลมดตะลาน มดรำคาญ มดหนาม มดฮี้โป่งเหลือง และมดอกแหลมไพร เมื่อเห็นชื่อมดแล้ว ไม่รู้จัก ไม่คุ้น อย่าได้แปลกใจ เมืองไทยมีมดหลายร้อยชนิด ไม่ใช่แค่ มดดำ มดแดง มดคันไฟ มดง่าม และมดตะนอยอย่างที่คุณ ๆ รู้จัก โดยทั่วไปมดตัวหนึ่งขนเมล็ดได้ไกลประมาณ ๑ – ๒ เมตร

 

การแพร่กระจายของเมล็ดโดยอาศัย “มด” นี้มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า ‘เมอมิโคโครี’ (myrmecochory) เป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างพืชกับมด กระบวนการที่ยากจะจำชื่อนี้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า เริ่มขึ้นราว ๓๐ กว่าล้านปีมาแล้ว ในปลายยุค อีโอซีน (eocene) เมื่อมดทวีจำนวนขึ้นอย่างมหาศาลบนโลกดวงนี้ มดกับพืชไม่มีความจำเพาะต่อกัน หากแต่ขนาดของเมล็ดเป็นสิ่งกำหนดชนิดของมด

 

เมล็ดพืชหลายชนิดที่มดคาบไปที่รังนั้น แข็งเกินกว่าที่มดจะกัดกินได้ แต่มดก็ยังเก็บและเอาเมล็ดเหล่านั้นไป เนื่องด้วยมีเนื้อเยื่อที่มดใช้เป็นอาหารได้ติดอยู่ เนื้อเยื่อนี้มีชื่อเรียกยากเล็กน้อยว่า ‘เอไลโอโซมส์’ (elaiosomes) ซึ่งเจริญมาจากรังไข่ ประกอบไปด้วยโปรตีน ไขมัน และคาร์โบ ไฮเดรต มดคาบเอไลโอโซมส์กลับไปที่รัง เพื่อเป็นอาหารของมดตัวอ่อน เมล็ดจึงติดไปด้วย เมล็ดอาจหลุดจากเอไลโอโซมส์ระหว่างทาง หรือภายในรัง เมื่อมดตัวอ่อนกินเอไลโอโซมส์หมดแล้ว

สำหรับเมล็ดซึ่งอาศัยกระบวนการเอไลโอโซมส์นี้ รังมดเหมาะสมอย่างยิ่งแก่การงอก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น ฟอสฟอรัสและไนเตรท เมล็ดและต้นอ่อนยังได้รับการคุ้มครองจากมด ทำให้รอดพ้นจากแมลงและสัตว์อื่น ๆ ที่จะมากัดกิน และในพื้นที่เสี่ยงตอ่ ไฟ รังมดมักอยูลึ่กลงไปในดิน ทำให้เมล็ดรอดพ้นจากไฟ และมีโอกาสงอกได้

มดได้รางวัลเป็นอาหารสำหรับตัวอ่อน พืชได้บ้านใหม่ให้ลูกน้อย ฟังดูคล้ายละครที่จบลงอย่างมีความสุข แต่ละครสนุกจะขาดตัวโกงได้อย่างไรเล่าสามสิบกว่าล้านปีที่ผ่านมา เป็นเวลานานมากพอที่มดและพืชบางชนิดได้เรียนรู้วิธีการโกง มดบางชนิดโกงโดยกินเนื้อเยื่ออาหารก่อน โดยไม่นำเมล็ดไปที่รัง พืชบางชนิดโกงมดโดยสร้างเมล็ดและเนื้อเยื่ออาหารที่แข็งเกินกว่าที่มดจะกัดกินได้ หรือไม่ให้เนื้อเยื่ออาหารจริง แต่สร้างสารเคมีซึ่งมีกลิ่นคล้ายกันไว้ที่เมล็ด เพื่อหลอกให้มดเอาไปที่รัง

หรือว่า ธรรมชาติกำหนดให้การโกงเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการในสังคมคน มีผูรั้บเหมากอ่ สร้างรับเงินงวดแรกแล้วทิ้งงาน ปรากฏเป็นเสาปูนทิ้งร้างบาดตา ปวดใจ ประชาชนเจ้าของเงิน ยังมีนายทุนผู้ผลิตสินค้าคุณภาพตํ่าปลอมปน ซ่อนในบรรจุภัณฑ์ที่ชวนเชื่อชวนใช้ คนกับคนโกงกันเสียยิ่งกว่าพืชกับมด

ฝนซาเม็ดแล้ว ดอกเข้าพรรษาในกระถางข้างบ้านยังมีหยาดเม็ดฝนเกาะอยู่ อากาศสดชื่นเย็นสบายอย่างนี้ ปีศาจสุราชอบนัก หากแต่หลายคนถือโอกาสเข้าพรรษา เว้นเครื่องดองของเมา แม้จะเป็นเวลาเพียง ๓ เดือน ก็นับว่าเป็นกุศลน่าอนุโมทนายิ่ง

เสียงท้าจากปีศาจสุราผู้คุ้นเคยว่า จะอดทำไมแค่ ๓ เดือน แน่จริงอดสัก ๖ เดือนไปเลยสิ กินเหล้าวันเว้นวัน ปีหนึ่งก็งดได้ ๖ เดือนพอดี

มีใครจะรับคำท้าไหมครับ ?

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com