นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๙)
สู้กันตัวต่อตัวบนหลังม้า เจ้าโคมคำพูดขึ้นก่อน เราสองคน ถ้าคนใดคนหนึ่งแพ้ทหารต้องยอมแพ้ไม่มีเงื่อนไข กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ถึงจะเห็นทหารเวียงวารินทร์มากกว่าแต่เชื่อมั่นในอานุภาพดาบสายฟ้า จึงพูดเสียงดังขึ้นอีก ท่านแม่ทัพ เราสองคนสู้กันเยี่ยงขุนพลผู้กล้าหากท่านแม่ทัพเอาชนะข้าได้ ข้าขอร้องอย่าทำร้ายผู้หญิง และจงไว้ชีวิตทหารข้า
ข้าวขวางโลก
ต้องดัดนิสัยตัวเอง หัดมันตั้งสติให้เที่ยงจากนั้นก็ดัดนิสัยต้นข้าวในนาของเฮา... ให้มันปรับตัวกับดินที่บ่มีปุ๋ย บ่มีสารเคมี มันอาจจะบ่งามในระยะแรก แต่เมื่อปรับตัวได้ นิสัยดีแล้ว ในปีที่สามมันจะงามจนบ่อยากจะเชื่อ’ พ่อแดงเล่าด้วยอารมณ์ขันบนแคร่ริมกอไผ่ ลมเมษาพัดโชยมาจากทิศเหนือ หอบกลิ่นหอมรวงข้าวและความเย็นชื่นจากทุ่งนามาคลอเคลียร่างผอมสูง อารมณ์ดี แข็งแรงของชายชาวนาวัย ๖๐ ผู้เป็นลูกชายคนที่ ๒ ของพ่อแม่ แต่ทว่ากลับกลายเป็นเสาหลักและเป็นผู้นำให้กับพี่น้องของตน
นวนิยายเรื่อง “ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน” กำลังเข้มข้นในนิตยสาร “ทางอีศาน”
อุดร ทองน้อย : ร่องรอยความฝันและอุดมการณ์
อำเภอกุดชุม ดินแดนนักคิดนักเขียน ปัญญาชนผู้มีอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมมาทุกยุคสมัย ความแล้งเข็ญของแผ่นดินสะท้อนถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ให้หยัดอยู่ยืนยง
นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๘)
ชายชุดเขียวชั้นเชิงดาบเกรี้ยวกราดที่เพิ่งตายไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นขุนไกรหัวหน้าทหารทะลวงฟันผู้ไม่เคยแพ้ใครแห่งเวียงวารินทร์ พิธีแต่งตั้งขุนพลและมอบดาบอาญาสิทธิ์จัดผ่านไปหยก ๆ เมื่อหัวหน้าทหารทะลวงฟันของแถนฟ้าลือเอาชีวิตมาสังเวยคมดาบสายฟ้า ชัยชนะเหนือขุนไกรในครั้งนี้ ส่งให้เหมราชกลายเป็นเจ้าโคมคำขุนพลผู้เลื่องลือนาม
ประวัติความเป็นมาของเผ่าภูไท ตำนานแรก
เผ่าภูไทนิยมนุ่งผ้าซิ่นหมี่ตีนต่อ เป็นผืนเดียวกันกับผ้าผืนกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว ย้อมครมเกือบสีดำ เรียกว่าผ้าดำหรือซิ่นดำ สวมเสื้อแขนกระบอกสามส่วน สำดำขลิบแดง ติดกระดุมเงิน หรือเหรียญสตางค์ หรือกระดุมขาวมาติดเรียงสองแถวห่มด้วยผ้าขิดพื้นเมือง เปลือยไหล่ด้านขวา ห่มด้านซ้ายและมัดชายผ้าสีข้างด้านขวา นิยมสวมสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ข้อเท้า ด้วยโลหะเงิน เกล้าผมเป็นมวยสูงตั้งตรง ใช้ผ้ามนหรือแพรมนทำเป็นผ้าสี่เหลี่ยมเล็กๆ ม้วนผูกมวยผม
บ้าโบก
พ่อเฒ่าใสแกมีนิสัยชอบลุ้นเวลาเล่นโบก แกเคยแง้มกระบอกไม้ไผ่ลุ้นดูเม็ดมะขามมาตลอด วันนี้พ่อเฒ่าใสเข้าไปอาบน้ำ เห็นกล่องสบู่ปิดฝาอยู่ แกก็ค่อย ๆ แง้มฝากล่องสบู่ออกทีละน้อย พอมองเห็นก้อนสบู่สีขาว แกก็ว่า “ฮื่อ..ขาวล้วน !” เมื่ออาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ จะไปกินข้าวเห็นกระติบข้าวเหนียวปิดฝาอยู่ แกก็ค่อย ๆ แง้มฝากระติบข้าวออก ลุ้นดูข้าวทีละน้อย จนเห็นข้าวสีขาว “ฮื่อ !..ขาวล้วน !” แล้วจึงกินข้าว เมื่อกินข้าวอิ่มแล้ว แกไปล้างมือสูบยา (ดูดบุหรี่) ตามประสาเซียนพนัน... เมื่อสบายใจแล้ว ก็เข้าไปห้องนอน เพราะอดนอนมาหนึ่งคืนแล้ว... พอเข้าไปห้องนอนเห็นเมียนุ่งกระโจมอก นอนนิ่งอยู่บนเตียง




