เขียนโดย

ทองแถม นาถจำนง

ว่าด้วย เงือก (๒) “ตูเงียะ” เงือกของชาวจ้วงในกวางสี

ตามความเชื่อของนักวิชาการกวางสีโดยทั่วไปเชื่อว่า “ตูเงียะ” เป็นจ้าวแห่งนํ้าเช่นกัน แต่คือ จระเข้ เสียงคำว่า “เงียะ” นั้นคล้ายกับสำเนียงจีนกลางคำว่า “เง่อ” (หรือ เอ้อ) ที่แปลว่า “จระเข้” 鳄

๑๒ เดือนของไทมาว

“มาว” เป็นชื่อแม่น้ำ คือแม่น้ำมาว คนไทแถบนั้นก่อตั้งรัฐเมืองมาวหลวงขึ้น มีตำนานว่าก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ ๕๘๖ (ยุคโน้น ยังถูกครอบงำด้วยอำนาจของอาณาจักรหนานเจาหรือน่านเจ้า) ภายหลังจึงมีเอกราช (ตำนานขุนลู ขุนไล ในช่วงประมาณ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๐)

แกะรอยคำว่า เงือก

การเปลี่ยนความหมายของ “คำ” เป็นเรื่องปกติ ความหมายดั้งเดิมของคำบางคำ เช่นคำว่า “เงือก” ในภาษาไท-ลาวโบราณ เปลี่ยนไปจนหมดเค้าเดิม ถ้าถามเด็ก ๆ ว่า “เงือก” คือตัวอะไร คำตอบคือ “นางเงือก” (mermaid) ครึ่งคนครึ่งปลา ถ้าถามผู้ใหญ่ในอีสาน ว่า “เงือก” คือตัวอะไร คำตอบที่ได้ฟังบ่อยคือ เป็นสัตว์นํ้าประเภทปลาไหลไฟฟ้า , เป็นผีนํ้า ทำให้คนตาย ฯลฯ

กลอนบทละคร (๑๕-๑๖)

บทพากย์ นางลอย ยุคอยุธยา เทียบกับพระราชนิพนธ์ ร.2 ขนบการประพันธ์ของไทยโบราณ ผู้ประพันธ์จะถ่อมตน บางเรื่องไม่แถลงนามผู้ประพันธ์ หลายเรื่องที่ลงท้ายเชิญให้ผู้ที่มีความสามารถสูงกว่าช่วยแก้ไขปรับปรุงให้ด้วย

กลอนบทละคร (๕ – ๖)

กลอนบรรยายพระราชวังกรุงกุเรปัน ในบทละครอิเหนาครั้งกรุงเก่าข้างต้นนี้ ภาพที่บรรยายแท้จริงแล้วก็คือพระราชวังสมัยกรุงศรีอยุธยานั่นเอง เนื้อความตอนนี้จึงมีความหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วยครับ การอ่านวรรณคดีนั้น เราจะได้ทั้งความไพเราะชื่นใจของภาษา และความรู้ทางประวัติศาสตร์ สังคมวิทยาด้วย

ผู ชื่อเดิมของ เยวี่ย-เหล่า-ลาว-ไท (แปลว่าคน)

มีบันทึกจดหมายเหตุ(ที่เชื่อถือได้)ว่า เมื่อโจวอู่หวางทำสงครามล้มล้างเจ๊ดอ่อง (ในเรื่อง “ฮ่องสิน) ประมาณสามพันปีที่แล้ว พันธมิตรที่สำคัญเอ่ยชื่อไว้คือ คือ ชนเผ่าผู 獛 เผ่า สู่ (จ๊ก) 蜀 (ภาคกลางเสฉวน) เผ่า เชียง (หรือเกี๋ยง ภาคเหนือเสฉวน) นั่นแสดงว่า พวกผูต้องอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเหลืองนัก

จ้วงเป็นบรรพบุรุษไทยหรือไม่?

จ้วงกับไท แยกกันอยู่ ตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจว (ก่อนขงจื๊อ) แล้ว จีนเรียกดินแดนที่จ้วงอยู่ว่า ซีโอว กับ ลั่วเยวี่ย สองชื่อ เรียกดินแดนที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ลงมาของลั่วเยวี่ยว่า เยวี่ยชาง

ปริศนาตัวมอม (๕) จบ

ในล้านนามอม ถูกเปลี่ยนให้เป็นสัตว์พาหนะของปัชชุนนะเทวบุตร ผู้ให้ฝน พระพิรุณ ผู้ให้ฝน ทรงพาหนะ มกร (มะ กะ ระ ซึ่งเทวรูปที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดียทำเป็นรูปจระเข้) ในสายพุทธมีการอ้างอิง มัจฉาชาดก เป็นต้น

ปริศนาตัวมอม (๔) จาก “หมา” เปลี่ยนเป็นสัตว์ผสม

การเปลี่ยนแปลงรูปเคารพจากหมา เป็นสัตว์ที่มีลักษณะผสมผสาน คงจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาในระยะสองพันปี จนกระทั่งกลุ่มชนเผ่าไทที่ได้รับวัฒนธรรมจากอินเดีย เปลี่ยนมอม เป็น สิงมอม – สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีลักษณะผสมระหว่าง หมา-เสือ-สิงห์-แมว-ค่าง มีฤทธิ์เดชมาก

ปริศนามอม (๓) การบูชาหมาในยุคดึกดำบรรพ์

ในหมู่บ้านบางแห่งของชาวจ้วงในกวางสี ยังนิยมตั้งหมาหิน ไว้หน้าหมู่บ้าน หรือหน้าเรือน และมีมากเป็นพิเศษในคาบสมุทรเหลยโจว (ตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง เป็นถิ่นฐานของชนตระกูลภาษาไท กะได มาก่อน) ที่สำคัญคือกลุ่มชาว Tay ไต่ ในจังหวัดลางเซิน เวียดนามภาคเหนือ จะมีหมาหิน ตั้งไว้หน้าบ้านทุกบ้าน

ปริศนาตัวมอม (๒) บูชาหมา

เรื่องดังกล่าวนี้คงเป็นที่เชื่อถือกันในชาวจ้วงหลายกลุ่ม เพราะในพิธีกินข้าวใหม่ทุกปีของชาวลีซอ หลังจากไหว้ผีแล้ว จะเอาข้าวใหม่ และเนื้อที่ปรุงในพิธี ส่งให้หมากินก่อน เช่นเดียวกับชาวไทใต้คง ในยูนนานก็ให้หมากินข้าวใหม่ ในวันสุนัข เดือนอ้าย ส่วนชาวปู้ไต่ ในจังหวัดเหวินซาน มณฑลยูนนาน พอถึงเดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ จะมีประเพณีหุงข้าวให้หมากินเพราะเชื่อกันว่าหมาเป็นผู้นำพันธุ์ข้าวมาให้มนุษย์

วัฒนธรรมแถน (๓)

การศึกษาเรื่อง “แถน” ที่ยังค้างหลงเหลือเป็น “รหัสวัฒนธรรม” อยู่ในสังคมไทสยามนั้นจำเป็นต้องศึกษาเปรียบเทียบกับร่องรอยที่ปรากฏในวัฒนธรรมไท/ไต ทุกกลุ่ม ซึ่งมันทำได้ยาก ผู้เขียนจะพยายามค้นคว้ามาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื้อหาในบทแรก ๆ นี้ จึงมีความหลากหลายในการตีความ “ถอดรหัสวัฒนธรรมแถน” เป็นการปูพื้นฐานปรับข้อมูลให้รับรู้ตรงกันเสียก่อน แล้วในตอนท้าย ๆ ผู้เขียนจึงค่อย ถอดรหัสออกมาตามแนวคิดเห็นของตนเอง

ปริศนาตัวมอม (๑) หมานำพันธุ์ข้าวมาให้คน

เมื่อผู้คนมีไฟใช้หุงต้มอาหาร สุขภาพร่างกายจึงแข็งแรงขึ้นมาก และเมื่อละเลิก ขนบจารีตการกินเนื้อคนแก่แล้ว สัตว์ที่จะกินเป็นอาหารก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ไม่พอจะกินกัน ผู้คนจึงไปปรึกษา ปู้ลัวทัว - ผู้หลวกทั่วอีก.. ผู้หลวกทั่วจึงสั่งให้หมาเก้าหางขึ้นไปขโมยพันธุ์ข้าวบนฟ้า

อนาคตอีสาน เกษตรกรรายย่อยจะอยู่รอด ต้องติดอาวุธปัญญา

ชนชั้นบนในสังคมไทยรับรู้เรื่องนี้ดี ทุนใหญ่ทุนขนาดกลางของไทยไม่เพียงเตรียมตัวพร้อมแล้วแต่ยังรุกคืบหน้าไปมากด้วย เป็นต้นว่า ยุทธศาสตร์อาหารสำเร็จรูปของเซเว่น-อีเล็ฟเว่น จะลงไปถึงระดับหมู่บ้านต่างจังหวัด, ยุทธศาสตร์ข้าวของซีพีจะพัฒนาการทำนาเป็นอุตสาหกรรมฟาร์มขนาดยักษ์ ใช้เครื่องจักรกล โดยรวบรวมที่ดินจากเกษตรกรรายย่อย จัดตั้งชาวนาในรูปสหกรณ์แบ่งปันรายได้กับซีพี ซึ่งอาจจะพัฒนารูปแบบจากสหกรณ์ชาวไร่อ้อย, ฮับทางการแพทย์ ที่จะดึงเอาบุคลากรไป จนทำให้คนไทยชั้นกลางและชั้นล่างเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ยากขึ้น ฯลฯ

การบูชา “ฟ้าหลวง พูราหลวง” ของไทอาหม

พิธีกรรมสวดพูราหลวงนี้เป็นพิธีสาธารณะที่มีการชุมนุมกัน สวดขับร่วมกัน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อฟ้าหลวงและเทพเจ้าทั้งปวงของชาวอาหม บางครั้งจัดขึ้นเพื่อเป็นการสวดต้อนรับบรรดาแขกคนสำคัญที่มาเยือนชุมชน และทำพิธีสวดเรียกขวัญ ให้พร กระทำพิธีขึ้นที่อาคารทรงแปดเหลี่ยมที่เรียกว่า “หอผี”
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com