บันทึกการเดินทางในลาว ครั้งยังเป็นภาคอีสาน : เอเจียน แอมอนิเย ตอนที่ 3

0

บันทึกการเดินทางในลาว(ดินแดนภาคอีสาน) เอเจียน แอมอนิเย (ผู้บันทึกการสำรวจ) ปีพ.ศ. 2438-2440 ตอนที่ 3 จากอุบลไปเขมราฐ มุกดาหาร
เรียบเรียงโดย : Kay Intarasopa
27 พ.ค. 2558

ภาพเจ้าเมืองเขมราฐในอดีต
เส้นทางจากเมืองเขมราฐไปเมืองธาตุพนม โดย เอเจียน แอมอนิเย

ลูกน้องของเอเจียน คือ ดู่และเอี่ยม ออกเดินทางไปทางบกจากเมืองอุบล เป้าหมายคือเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าที่รกร้างของคนลาว พวกเขาเดินทางผ่านหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน กระทั่งเดินทางมาถึงเมืองเขมราฐ

“ตามบันทึกของเดอลาพอกซ์ (M.Delaporte) เมืองเขมราฐตั้งอยู่ที่เส้นรุ้งที่ 16 องศา 03 ลิปดา 03 ฟิลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 102 องศา 48 ลิปดา 07 ลิปดาตะวันออก ตรงกันข้ามกับเซบั้งเหียงซึ่งเป็นสายน้ำอยู่ตรงกันข้าม มีวัด 2 วัด กระท่อม 100 กว่าหลัง ประชาชนทั้งหมดเป็นคนลาว”

ในกรณีเกิดการเจ็บป่วย เกิดโรคระบาด พวกเขาเอาไม้ไผ่มาหุ้มห่อตั้งแต่พื้นดินถึงพื้นเรือน ตามเสาเรือน ขึ้นไปใกล้ ๆ ที่หัวของคนป่วย พวกเขาล้อมกระท่อมด้วยเชือกของหญ้าคา 3 เส้นที่ฟั่นเข้ากัน นั่นคือหญ้าที่พวกเขมรเรียกว่า “เซโบพลัง”สุดท้ายพวกเขาก็ฝังเฉพาะไม้ไผ่ที่สานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสไว้ที่มุมหมู่บ้านทั้งสี่มุม แทนเครื่องหมายตาแหลว แล้ววิญญาณจะอภัยโทษให้

แล้วคนแปลกหน้าก็ได้รับการบอกไปในตัวว่า ไม่ควรเข้ามาในกระท่อมดังกล่าวเพราะเป็นการล่วงเกินวิญญาณ ซึ่งถ้าละเมิดจะต้องทำให้สงบได้ด้วยการปรับไหม เป็นเงิน 5 บาท พวกคนลาวเรียกธรรมเนียมนี้ว่า “กันเฮือน”

ในประเทศสยามเองการสานไม้ไผ่ไขว้กันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ในพิธีกรรมไล่โรคระบาดหรือแก้เคล็ดนี้ ก็มีเช่นเดียวกัน ชาวสยามเรียกไม้ไผ่ที่สานไขว้กันเป็นสี่เหลี่ยมว่า “เฉลว”

ผู้หญิงที่สามีไม่อยู่ไปที่อื่น จะต้องรอคอยถึง 3 ปี และถ้าสามียังส่งเงินส่งทองส่งเครื่องนุ่งห่มมาให้อยู่ เขาจะต้องคอยต่อไปอีก 3 ปี ถ้าไม่เช่นนั้น สามีที่กลับมาจะปรับไหมเป็นเงิน 24 บาท และชายผู้สมรู้ร่วมคิดจะถูกปรับ 36 บาท แต่เขาจะอยู่กับสามีคนใหม่ต่อไปได้

เจ้าเมืองเขมราฐ มีบรรดาศักดิ์เป็นพระเทพวงศา มีเมืองที่ขึ้นกับเมืองเขมราฐ 3 เมืองคือ
เมืองคำเขื่อนแก้ว เจ้าเมืองคือพระรามรินทร์
เมืองสะเมียะ เจ้าเมืองคือพระศรีกุลณรงค์
เมืองอำนาจเจริญ เจ้าเมืองคือพระอาโมลมนาท

ชาวเมืองเขมราฐให้ข้อมูลย่อย ๆ อีกว่า “เมืองสองคอนซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำโขง ห่างจากเขมราฐไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเดินท้าวใช้เวลา 2 วัน มีประชากรเป็นชาวผู้ไทและขึ้นกับเมืองมุกดาหาร (ทั้งอุบลและมุกดาหารต่างอ้างว่าเมืองสองคอนขึ้นกับตน) จากเมืองสองคอนไปเมืองน้ำหนาวซึ่งมีพวกส่วยอาสัยอยู่ เมืองแห่งนี้ขึ้นกับเมืองอุบล จากน้ำหนาวไปเมืองผาลานใช้เวลา 2 วัน ก็เป็นเผ่าส่วยขึ้นกับเมืองอุบล ต่อไปก็เป็นเมืองข่าภูหรือข่าพูน เป็นเมืองที่มีพวกผู้ไทอาศัยอยู่ และขึ้นกับเมืองแกว (เวียดนาม) เมืองวัง เมืองนอง เมืองพิน ซึ่งมีพวกผู้ไทอาศัยอยู่นั้น ตั้งอยู่ในเขตชายแดนอานามและขึ้นกับอานาม แต่การส่งส่วยทั้ง 3 เมืองนี้ส่งไปที่อานามครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งส่งมาที่เขมราฐ”
อานามที่ชาวเมืองกล่าวถึงความหมายโดยนัยคือดินแดนของฝรั่งเศส หลังมีการแบ่งแยกแผ่นดินสองฝั่งโขงออกมา โดยใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นเขตแดนบางส่วน เพราะที่ตั้งสำนักงานปกครองอินโดจีนของฝรั่งเศสหลัก ๆ จะตั้งอยู่ที่เวียดนาม

จากนั้นพวกเขาเดินทางต่อจนกระทั่งถึงเมืองมุกดาหาร หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เมืองบางมุก มีกระท่อมอยู่ประมาณ 150 หลัง ประชาชนเป็นคนลาว วึ่ง พวกเขมรบอกว่าพวกผู้หญิงนั้นมีผิวขาวสวย พวกเขาทำการขายยาสูบและเปลือกสีเสียด ซึ่งจะไปซื้อมาจากหนองคาย แล้วนำมาขายทางภาคใต้ที่จำปาสัก จากบางมุกพวกเขาจะลงเรือไปที่หนองคายโดยใช้เวลาเดินทางถึง 15 วัน

เจ้าเมืองบางมุก มียศเป็นพระจันทร์สุริวงศ์บำรุงมหาราชการ มีนามส่วนตัวว่า ท้าวจันทร์เบือ คำว่าท้าวในประเทศนี้ใช้กับคนที่มีตระกูลสูง มีความหมายเท่ากับคำว่า นาย

พวกคนท้องถิ่นเล่าว่ามีเมือง 4 เมืองที่ขึ้นกับมุกดาหารคือ เมืองสองคอน (เมืองอุบลก็ว่าขึ้นกับอุบล ปัจจุบันเมืองสองคอน อยู่ในเเขวงสะหวันนะเขตของลาว) เมืองแวง เมืองตาลุกาเเละเมืองหนองสูง การเสียส่วยแต่ละปีของเมืองสองคอนเป็นเงิน 5 ชั่ง เมืองแวง 6 ชั่ง เมืองตาลุกาและหนองสูงนั้นจ่าย 4 ชั่ง ทั้งหมดถูกส่งไปที่เมืองมุกดาหาร แล้วเพิ่มภาษีของเมืองเข้าไปอีก จึงนำส่งบางกอกทุกปี รวมเป็นเงิน 40 ชั่ง

 

อ่านในเว็บ e-shann.com
ตอนที่ 1 จากจำปาสักไปพิมูล
ตอนที่ 2 จากพิมูลไปอุบล
ตอนที่ 4 จากมุกดาหารไปสกลนคร หนองหาน
ตอนที่ 5 จากหนองหานไปหนองคาย เวียงจันทน์
ตอนที่ 6 จากอุบลไปยโสธร
ตอนที่ 7 ประวัติความเป็นมาเมืองยโสธร
ตอนที่ 8 จากยโสธรไปกุดสิน ธาตุพนม

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com