ประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอประโคนชัย ประจำปี ๒๕๖๙

แสงเทียนแห่งศรัทธา จากภูมิปัญญาสู่พลังชุมชน
ประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอประโคนชัย ประจำปี ๒๕๖๙
ทุกครั้งเมื่อเทศกาลเข้าพรรษาเวียนมาถึง เมืองประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ จะกลับมามีชีวิตชีวาด้วยสีสันของขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา เสียงดนตรีพื้นบ้าน และรอยยิ้มของผู้คนที่พร้อมใจกันออกมาต้อนรับงานบุญสำคัญของบ้านเมือง ประเพณีที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนานนี้ ไม่เพียงเป็นการถวายต้นเทียนเป็นพุทธบูชา หากยังเป็นเวทีที่สะท้อนศรัทธา ภูมิปัญญา และความสามัคคีของชุมชนได้อย่างงดงาม
วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อำเภอประโคนชัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เทศบาลเมืองประโคนชัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอประโคนชัย ประจำปี ๒๕๖๙ เพื่อร่วมกันสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ส่งเสริมภูมิปัญญาช่างเทียน และต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดบุรีรัมย์
นายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง หลายคนสวมใส่ผ้าอัตลักษณ์ของอำเภอประโคนชัย แสดงถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าและวัฒนธรรมของท้องถิ่น
หัวใจของงานอยู่ที่ขบวนแห่ต้นเทียนจากทั้ง ๖ คุ้มวัด ได้แก่ วัดโคน วัดกลางประโคนชัย วัดจำปา วัดแจ้ง วัดโพธิ์ และวัดชัยมงคล แต่ละคุ้มวัดร่วมกันสร้างสรรค์ต้นเทียนด้วยความประณีต ถ่ายทอดเรื่องราวจากพุทธประวัติและวรรณคดีผ่านศิลปะการแกะสลักที่อ่อนช้อยและงดงาม ทุกผลงานสะท้อนความสามารถของช่างพื้นบ้านที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าชื่นชม
ตลอดเส้นทางของขบวนแห่ ผู้คนทั้งในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างเฝ้าชื่นชมความงดงามของต้นเทียน พร้อมร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่นของชุมชน ภายในขบวนยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การรณรงค์งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา การเผยแพร่ความรู้ด้านการป้องกันโรค รวมถึงขบวนสดุดีวีรกรรมของ จ่าเริง ชาวอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้พลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณเนิน ๓๕๐ เพื่อร่วมส่งกำลังใจแก่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน สะท้อนให้เห็นว่างานประเพณีแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนร่วมกันแสดงออกถึงความรัก ความกตัญญู และความห่วงใยต่อสังคม
อีกหนึ่งสีสันของงานคือการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารพื้นถิ่น และสินค้าภูมิปัญญา เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวประโคนชัย พร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วัฒนธรรม
หากย้อนมองรากเหง้าของประเพณี จะพบว่าต้นเทียนพรรษาในอดีตมีรูปแบบแตกต่างจากปัจจุบัน ช่างพื้นบ้านนิยมใช้ไม้ต้นกล้วยหรือต้นนุ่น ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน แกะสลักเป็นลวดลาย ก่อนตกแต่งด้วยกระดาษสีและดอกไม้ แล้วอัญเชิญแห่ไปถวายวัด ต่อมาด้วยพัฒนาการของงานช่างและศิลปกรรม จึงเปลี่ยนมาเป็นการหล่อและแกะสลักจากขี้ผึ้งทั้งต้นอย่างประณีต กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเพณีแห่เทียนพรรษาของประโคนชัยมาจนถึงปัจจุบัน
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน รูปแบบของต้นเทียนจะพัฒนาไปตามยุคสมัย แต่สิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน ความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพชน ประเพณีแห่เทียนพรรษาอำเภอประโคนชัยจึงไม่ใช่เพียงงานบุญประจำปี หากเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต เป็นบทบันทึกแห่งศรัทธาที่ชาวประโคนชัยร่วมกันรักษาไว้ และส่งต่อคุณค่าอันงดงามนี้สู่คนรุ่นต่อไป
ข่าว : นิตินันท์ เปลื้องไทสงค์ (ทัช ร้อยเอ็ด)
ภาพ : นิตินันท์ เปลื้องไทสงค์ (ทัช ร้อยเอ็ด) และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์/ ททท.บุรีรัมย์













