ผลัดกันทํา

ในปัจจุบัน “การทำงานแบบมีส่วนร่วม” ถือว่าเป็นรูปแบบของการทำงานที่สำคัญยิ่ง ทุกองค์กรจะต้องให้ความสำคัญ เพราะการมีส่วนร่วมนั้นจะผลักดันให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้น แม้แต่ระดับครอบครัว การได้ร่วมมือร่วมใจทำงานก็จะทำให้สถาบันครอบครัวมั่นคงยิ่งขึ้น

พ่อเฒ่าขานกับแม่เฒ่านิดอยู่ด้วยกันมานาน มีลูกสาว ลูกเขย และหลาน ๆ ได้แยกตัวออกไปปลูกบ้านอาศัยอยู่ต่างหาก เรื่องการทำไร่ทำนา พ่อเฒ่าขานได้มอบหมายให้ลูกสาวลูกเขยเป็นผู้ทำกิน เพราะในระยะหลังมานี้ สุขภาพร่างกายของพ่อเฒ่าขานก็ไม่แข็งแรงเหมือนครายังหนุ่มแน่น จึงเปิดโอกาสให้ลูก ๆ ผู้ยังอยู่ในวัยทำงานรับช่วงต่อ

ส่วนแม่เฒ่านิดนั้นเป็นผู้มีแนวความคิดไปทางการพัฒนาสมอง เพราะแกเชื่อว่า การได้ใช้สมองคิดคำนวณเรื่องแต้มไพ่ จะทำให้สมองไม่ฝ่อ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ดี แม่เฒ่านิดจึงไม่ค่อยมีเวลาทำงานบ้าน ส่วนใหญ่มอบให้พ่อเฒ่าขานผู้สามีทำแทนไปหลายรายการ ซึ่งพ่อเฒ่าขานก็ไม่ว่าอะไร เพราะแกเป็นคนรักลูกรักเมียเหมือนสโลแกนที่หลายคนเคยบอกว่า “งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ไม่เสีย แต่งานเมียต้องมาอันดับหนึ่ง!”

บักป้อง ลูกเขยพ่อเฒ่าขานซึ่งแยกตัวออกไปปลูกบ้านอยู่กับลูกเมีย เมื่อว่างงานก็มีโอกาสแวะไปเยี่ยมยามถามข่าวพ่อเฒ่าบ้าง แต่เมื่อไปถึงบ้านพ่อเฒ่า มักไม่เจอแม่เฒ่านิด จะเห็นแต่พ่อเฒ่าขานทำงานบ้านอยู่ตลอด เช่น ซักผ้า ถูบ้าน ทำกับข้าว รดนํ้าต้นไม้ จึงทำให้บักป้องสงสัย

 “พ่อเฒ่า…มื้อก่อนโน้นข่อยเห็นเจ้าซักผ้ามื้อวานนี้เห็นเจ้าถูบ้าน มื้อนี้เห็นเจ้าเข้าครัวเฮ็ดกับข้าว แม่เฒ่าไปไส…คือมีแต่เจ้าเฮ็ดเวียกคนเดียว?”

 “กูกับแม่เฒ่ามึงตกลงกันแล้วว่า ผลัดเปลี่ยนกันเฮ็ด!”

“ผลัดกันเฮ็ด! ตกลงผลัดกันแบบใด๋ ข่อยมามื้อได๋ก่ะเห็นแต่พ่อเฒ่าเฮ็ดเวียกผู้เดี๋ยวตลอด!” บักป้องว่า

พ่อเฒ่าขานได้ฟังบักป้องผู้ลูกเขยส่อเค้นหาความจริงก็เลยตอบไปว่า

“ป้องเอ้ย…กูตกลงเรื่องผลัดกันเฮ็ดเวียกกับแม่เฒ่ามึงว่า ชาตินี้กูเฮ็ด…ชาติหน้าแม่เฒ่ามึงจั่งเฮ็ด!”

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com