คำผญา : “ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง”

0

คำผญา : “ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง”

ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง”

 

ใครมีความรู้ก็หาเงินได้ง่าย ใครฉลาดรู้เงินล้านก็แน่นกระเป๋า

ความหมาย

นึกถึงบทเพลงของ สลา คุณวุฒิ วรรคหนึ่งว่า “ความรู้ตํ่าแรงงานก็ราคาถูก”

ปัจจุบัน สังคมอุตสาหกรรมตีราคาแรงงานจากความรู ้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญมากมีประสบการณ์มาก ค่าแรงก็มากไปด้วย เป็นการตีค่าแรงงานสมองมากกว่าค่าแรงงานกาย เมื่อรายได้มากชีวิตความเป็นอยู่ก็สุขสบาย

ในอดีต สังคมเกษตรกรรมตีราคาแรงงานจากแรงงานจริง ๆ แรงงานเด็กก็ราคาเด็กแรงงานผู้ใหญ่ก็ราคาผู้ใหญ่ แรงงานคนชราก็ราคาคนชรา ราคาแตกต่างกันไป เป็นงานที่อาศัยแรง อาศัยทักษะ ไม่ต้องอาศัยความรู้มาก งานภาคเกษตรไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นการตีค่าแรงงานกาย มากกว่าค่าแรงงานสมอง เมื่อรายได้น้อยชีวิตความเป็นอยู่ก็ลำบาก

องค์ความรู้จะเกิดขึ้นได้ต้องผ่านกระบวนการศึกษา ผ่านการบ่มเพาะ ฝึกฝนเคี่ยวกรำและผ่านกาลเวลาระยะใดระยะหนึ่งพอสมควร จะศึกษามาจากที่ใดก็ได้ โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, วัด, โรงงาน, สถานประกอบการฯลฯ ขอให้เกิดองค์ความรู้จริงและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โบราณว่า “อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล”

ปรัชญาทางการศึกษากล่าวว่า การศึกษาคือ ยารักษาความโง่ ความจน ความเจ็บ

ถ้าได้รับการศึกษา ถ้ามีองค์ความรู้ ความโง่ก็จะหายไป กลายเป็นคนฉลาด รอบรู้

ความรู้บำบัดความจนได ้ เมื่อมีความรู้ก็จะไม่จน ไม่ยอมจำนน ความรู้จะช่วยชี้ทางออกให้ชีวิตพบแสงสว่าง สังคมอุตสาหกรรมใช้แรงงานกายน้อยลง ใช้แรงงานสมองมากขึ้น คนมีความรู้คือคนมีสมอง คือคนมีความคิด ค่าแรงงานสมอง ค่าแรงงานความคิดแพงกว่าค่าแรงงานทางกาย

ความรู้ทำให้ความเจ็บไขได้ป่วยลดน้อยลงคนมีสุขภาพดีขึ้น อายุยืนยาวขึ้น เพราะรู้จักกินของมีประโยชน์ รู้วิธีป้องกัน รู้วิธีรักษา หมอที่มีความรู้รักษาโรคได้ นักวิทยาศาสตร์ เภสัชกรสามารถคิดค้น ทดลอง วิจัย ผลิตยาป้องกันโรค รักษาโรคได้ และสามารถคิดค้น ประดิษฐ์เครื่องมือทางการแพทย์ใช้รักษาชีวิตมนุษย์ได้

ความรู้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคนพัฒนาประเทศชาติ รัฐจึงเห็นความสำคัญของการศึกษา โดยจัดให้มีการศึกษาภาคบังคับถึง ๙ ปี (ป.๑ – ม.๓) ถ้าเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ถึง ๑๒ ปี (ป.๑ – ม.๖) ระดับอุดมศึกษาก็เปิดโอกาสให้เรียนรู้ มีกองทุนการศึกษา ประชาชนจึงควรเห็นความสำคัญของการศึกษา ถ้าคนไม่พัฒนาประเทศชาติก็ล้าหลัง

“ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง”

แม้ว่าเงินทองเป็นของมายา แต่เงินทองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดไปแล้ว แม้เงินทองจะซื้อไม่ได้ทั้งหมด แลกเปลี่ยนไม่ได้ทุกอย่าง แต่ก็ซื้อได้เกือบหมด แลกเปลี่ยนได้เกือบทุกอย่าง ใจที่ว่าขายยาก เงินก็ยังซื้อได้ เงินมีอำนาจครอบงำวิถีชีวิต ปัจจัยสี่ของมนุษย์ ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัยเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีอาหาร ไมมี่ที่อยู่อาศัย ไมมี่เครื่องนุ่งห่ม และไม่มียารักษาโรค นักปราชญ์โบราณสมัยท่านมีชีวิตอยู่ เงินคงไม่มีความสำคัญมากนัก แต่ท่านมองการณ์ไกลจึงคิดคำสั่งสอนออกมาเช่นนี้

สังคมเมืองใหญ่ สังคมอุตสาหกรรมขณะนี้ กำลังมีคนหิวตาย อดอาหารตาย นอนข้างถนนนอนตามศาลาที่พัก เป็นคนเร่ร่อนจรจัดไมมี่ที่อยู่อาศัย ไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ ไม่มียารักษาโรค และสังคมชนบทก็นับวันจะเป็นไปเช่นนี้

เงินจึงสำคัญต่อการดำรงชีวิต คนมีความรู้เท่านั้นจึงหาเงินได้ง่าย ยิ่งมีความรู้มากก็ยิ่งหาง่าย ยิ่งมีความรู้ ยิ่งฉลาดเฉลียวเงินล้านก็ยิ่งแน่นกระเป๋า

เมื่อมีความรู้ก็ต้องรู้จักใช้ความรู้ไปในที่ถูกที่ควร ให้ความรู้นั้นมีคุณธรรมแนบอยู่ด้วยเสมอหากมีแต่ความรู้ ใช้ความรู้เพื่อเงินเพียงอย่างเดียว คนมีความรู้ก็จะประหัตประหารกัน สังคมก็จะไม่มีความสุข

บางคนมีความรู้มาก แต่ใช้ความรู้ไม่เป็นใช้ไปในทางที่ไม่มีประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมคนเช่นนี้เรียกว่า มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com