By

วีระ สุดสังข์

คําผญา (๔)

ขุนแสนกว้าน ขุนก็คือนักปกครองสมัยก่อน ปกครองบ้านปกครองเมือง กว้านคือบ้านเรือน คือครอบครัว ขุนแสนกว้าน จึงหมายถึงขุนที่ปกครองบ้านเมืองนับแสนครอบครัว แสนครอบครัวรวมกันแล้วอาจจะเป็นเมือง ๆ หนึ่งที่ใหญ่โตพอสมควร

คําผญา (๒)

คนเราเป็นอย่างนี้เมื่อเห็นคนอื่นมีอํานาจวาสนา มั่งมีศรีสุข มีโชคมีลาภ เรามักยินดีด้วย ความรู้สึกยินดีกับผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งดี ถ้าเป็นความยินดีที่บริสุทธิ์ไม่เกิดความรู้สึกน้อยอกน้อยใจในความแตกต่างระหว่างตนกับผู้อื่น ไม่ได้แฝงด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยา แล้วคิดแย่งแข่งขัน อยากเอาชนะ อยากทัดเทียม

การสูญหายของภาษาในชาติพันธุ์อีศาน

ในบรรดาชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเพียงชาติพันธุ์ลาวและเขมรเท่านั้นที่มีภาษาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นของตนเอง

จิตแพทย์ ในชาติพันธุ์อีศาน

จิตแพทย์ในชาติพันธุ์อีศานที่กล่าวถึงนี้ หมายถึง บุคคลที่ผ่านการเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมจนได้รับการยกย่องให้เป็นจารย์ (อาจารย์), เป็นทิด (บัณฑิต) มีความเชี่ยวชาญ รอบรู้ทางด้านไสยศาสตร์และจริยศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน

คำผญา (๑๕) : “ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง”

“ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง” ใครมีความรู้ก็หาเงินได้ง่าย ใครฉลาดรู้เงินล้านก็แน่นกระเป๋า

คำผญา (๑๘)

“ความตายนี่แขวนคอทุกบาดย่าง ไผก็แขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว” ความตายนี้แขวนคอทุกย่างก้าว ใครก็แขวนไว้เสมอว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

วิถีควาย วิถีคน

ควายเป็นสัตว์เลี้ยงสำคัญของชาติพันธุ์อีศาน ไม่ต่างจากชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแหล่งอื่น ๆ อาทิ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซียเวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว ทั้งนี้เพราะควายเป็นแรงงานสำคัญในด้านกสิกรรม แต่ก็เหลือเชื่อที่มนุษย์ใช้เป็นทั้งแรงงาน เป็นทั้งอาหาร และใช้สำหรับประกอบพิธีกรรม

คำผญา (๘)

“งัวบ่กินหญ้าแสนสิข่มก็เขาหัก หมูบ่กินฮำแสนสิตีก็ดังเว่อ” วัวไม่กินหญ้าแม้จะกดเขาลงเขาก็หัก หมูไม่กินรำถึงจะตีจมูกก็แตกบาน

บางวิถีผู้ไท ในชาติพันธุ์อีศาน

มักจะกล่าวกันว่า แผ่นดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแผ่นดินของชาติพันธุ์ลาว แท้จริงแล้วยังมีชาติพันธุ์ใหญ่น้อยอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ นับแต่ชาติพันธุ์ญัฮกฺร บรูฮฺ ข่า แสก โส้ กะเลิง กุลา ญ้อ โย้ย เยอ กูย กวย เขมร และโดยเฉพาะชาติพันธุ์ผู้ไท ซึ่งมีประชากรรองลงมาจากชาติพันธุ์ลาว แสดงให้เห็นว่าแผ่นดินภาคตะวันออกเฉียง เหนือของประเทศไทยมีชาติพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่อย่างหลากหลาย จึงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าเรียกรวม ๆ ว่า “ชาติพันธุ์อีศาน” และอาจจะเรียกว่า “ประชาชาติอีศาน” ในโอกาสต่อไป

คำผญา (๖) หยอกไฟได้หนี้ หยอกขี้ได้กิน

หยอกไฟได้หนี้ หยอกขี้ได้กิน เล่นกับไฟได้หนี้ เล่นกับขี้ได้กิน ไฟเป็นของร้อน และอะไรที่ร้อน ๆ ก็เปรียบเสมือนไฟ โดยเฉพาะไฟที่เกิดขึ้นในใจนั้นร้อนมากและก็เป็นไฟที่ดับยาก ไฟโลภ ไฟโกรธ ไฟหลง ๓ ไฟนี้ร้อนมาก เมื่อเกิดขึ้นกับใคร นอกจากจะเผาตัวเองแล้วยังเผาผู้อื่นด้วย นี่ยังไม่รวมถึงไฟอบายมุขอื่น ๆ

คำผญา (๗)

เอาลูกสะใภ้มาเลี้ยงย่า เหมือนเอาผีห่ามาไว้ในเรือน ความหมาย แม่ย่าหรือแม่ผัวกับลูกสะใภ้เปรียบเสมือน ขมิ้นกับปูน, เสมือนนํ้ากับนํ้ามัน ส่วนมากเข้ากันไม่ได้ ยังดีที่เป็นน้ำ อย่าง้นอยก็ยังมีความเย็นอยู่บ้าง ถ้าเป็นของร้อน แม่ย่ากับลูกสะใภ้อาจจะเปรียบเหมือนหมากับแมวก็ได้

ปมด้อย

ระบบการเมือง การปกครองและโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการศึกษาที่นักเรียนทุกคนต้องฟัง พูด อ่าน และเขียนด้วยภาษาไทย ทำให้ภาษาที่ยิ่งใหญ่อย่างภาษาลาวกลายเป็นภาษาระดับชาวบ้านเท่านั้น ไม่ใช่ภาษาในระดับราชการ แม้แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์จะมีภาษาของตนเอง ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ต้องอ่อนข้อให้แก่ภาษาไทย จนถึงขั้นอับอายที่จะพูดภาษาของตนเองในท่ามกลางสาธารณชนและกลายเป็นปมด้อยไปในที่สุด

คำผญา คืออะไร?

คำผญา ไม่ใช่ถ้อยคำที่ถูกกล่าวหรือถูกเขียนขึ้นอย่างลอย ๆ แต่คำผญาเกิดจากการสั่งสมอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดท่ามกลางความสุขารมณ์ ความแร้นแค้น เป็นเรื่องเป็นราว เป็นบทเรียนของคนที่เจนจัดมาจากการดำเนินชีวิตที่ยาวนาน จนสามารถสรุปบทเรียนและแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

หญ้าคาหญ้าทิพย์จากสวรรค์

ยามเจ็บไข้ได้ป่วยชาวบ้านก็ค้นพบว่าส่วนของใบหญ้าคาสามารถนำมาใช้เป็นยาต้มอาบ แก้ผดผื่นคัน แก้ลมพิษ และแก้ปวดเมื่อยตามร่างกายได้เป็นอย่างดี
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com