
จิตปรารถนา และไฟเดียงสา
“ฮลุน โซโล่” — บวรทัต เป็งสุข (พ.ศ. ๒๕๔๒–๒๕๖๙) สิริอายุอยู่บนโลกนี้เพียง ๒๗ ปี เกิดที่เมืองขอนแก่น เติบโตในอ้อมอกของย่าที่เมืองกาฬสินธุ์ และจากโลกไป ณ เมืองทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย
ฮลุนเกิดบนผืนดินที่ราบสูง – ภาคอีสาน ประเทศไทย ในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เขาอายุเพียง ๓ ขวบ ความอัตคัดขัดสนและความขาดแคลนหล่อหลอมร่างกายให้แข็งแกร่ง ขณะที่ความรักจากย่า ญาติพี่น้อง มิตรสหาย และครูบาอาจารย์ ค่อย ๆ บำรุงหัวใจให้เติบโต อบอุ่น และกล้าที่จะไขว่คว้าหาความหมายของชีวิต
ฮลุนรักตัวเอง รักย่า รักญาติพี่น้อง รักเพื่อน รักครู รักการเรียน เพียรแสวงหา และอาสาเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ในเวลาเดียวกัน ฮลุนก็เป็นที่รักของผู้คนรอบข้าง
ฮลุนรู้จักพึ่งลำแข้งของตนเอง ทำงานทุกอย่างที่ทำได้เพื่อดำรงชีวิต เพื่อปากท้อง และเพื่อสร้างตัวของตัวขึ้นมาจากสองมือ
เหนือสิ่งอื่นใด ฮลุนเป็นคนมองโลกในแง่งาม เขาตามหาความฝัน และเมื่อพบความฝันแล้ว เขาก็ไม่ลังเลที่จะออกเดินทาง แบกเป้ตะลุยไปตามซอกหลืบพิภพ ผ่านเมือง ผ่านป่า ผ่านภูเขา ผ่านผู้คนและวัฒนธรรมอันหลากหลาย ราวกับโลกทั้งใบคือหนังสือเล่มใหญ่ที่ยังเปิดอ่านไม่จบ
ชีวิตของฮลุนเปรียบดั่งดาวที่ขีดเส้นฟ้า ในค่ำคืนอันแสนธรรมดา ท่ามกลางหมู่ดาวนับพันนับหมื่น ดาวดวงนี้พุ่งทะยานเป็นเส้นแสง ขีดพาดผ่านแผ่นฟ้าสีดำ สว่างวาบขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะลับหายไปในความมืด แต่การลับหายมิได้หมายความว่าแสงนั้นไม่เคยเกิดขึ้น ตรงกันข้าม มันเคยส่องสว่าง และผู้ที่ได้พบเห็นย่อมจดจำ
จดจำแสงแห่งความหวัง จดจำรอยยิ้มบริสุทธิ์ที่เขาจุดประกายไว้ในใจของผู้คนที่ติดตามเป็นล้าน แสงนั้นไม่เคยดับมอดลง แสงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งแรงบันดาลใจ ส่องนำทางในหัวใจผู้คน ให้ลุกขึ้นมาส่งต่อความฝัน ความรัก ความเมตตาต่อกัน
ฮลุนมีเวลาบนโลกแสนสั้น หากสิ่งที่เขาสำแดงให้เห็นกลับกว้างไกลกว่าจำนวนปีของชีวิต เขาเป็นคนหนุ่มผู้เกิดมาพร้อมจิตปรารถนาแรงกล้า พร้อมด้วย “ไฟเดียงสา” — ไฟบริสุทธิ์แห่งความอยากรู้ อยากเห็น อยากเดินทาง และอยากค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่
ไฟนั้นผลักพาเขาออกจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่ชีวิตกำหนดให้ ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ และในที่สุด ชีวิตอันสั้นของฮลุนก็กลายเป็นคำถามอันยาวไกลแก่คนที่ยังมีลมหายใจอยู่ในวันนี้ — เราปรารถนาอะไรจากชีวิต เราใช้ไฟในตัวเองเพื่อสิ่งใด และเมื่อถึงวันที่ต้องลับหายไปจากฟากฟ้า เราได้ทิ้งแสงอะไรไว้ให้โลกบ้าง
ฮลุนอาจไม่ได้มีชีวิตยืนยาวพอที่จะตอบคำถามเหล่านั้นด้วยถ้อยคำ แต่เขาได้ตอบมันด้วยชีวิตของเขาเอง ด้วยจิตปรารถนา และด้วยไฟเดียงสาที่ไม่เคยมอดดับ
ปรีดา ข้าวบ่อ









