By

ปรีดา ข้าวบ่อ

รื้อถอนและฟื้นสร้าง

สังคมไทยกำลังเดินไปสู่การผูกขาด กระชับอำนาจทุกด้าน โดยทุนภายในประเทศ อภิทุนข้ามชาติ ภายใต้อุดมการณ์อำนาจรัฐโบราณ สภาพเช่นนี้ได้สถาปนาสวรรค์สำหรับอภิสิทธิ์ชนทุกภาคส่วนทุกระดับชั้น

ปักหลักให้แน่น แก่นต้องมี

ท่ามกลางสังคมแสงสีเมืองใหญ่ ภาคส่วนอุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยวบริการ ฯลฯ ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์และการสื่อสารล้ำสมัย บันดาลให้กิจการการค้าขายเกิดดอกผลกำไรงาม แต่ในภาคส่วนการเกษตร ชีวิตชุมชนคนหมู่บ้านที่เปรียบดั่งกระดูกสันหลังประเทศ กลับไม่อาจหยัดยืนตรงให้คงมั่น ยิ่งนับวันยิ่งไร้หลักไร้แก่น ไร้ความคิดฝันจินตนาการ

ชูอาวุธ – “วัฒนธรรม” ขึ้น

ท่ามกลางความ “เน่าใน” ของทุกระบบสถาบัน ส่งผลให้สังคมไทยเสื่อมทรุดลงทุกด้านช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งถีบห่างความต่างทางความคิดของผู้คนไกลกันดั่งฟ้ากับก้นเหว อาวุธที่คนเล็กคนน้อยจะใช้ต่อสู้เพื่อปากท้อง และเทิดศักดิ์ศรีความเป็นคนของตนในห้วงเวลานี้ คือ “งานวัฒนธรรม”

งานเปิดอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ บ้านนาจอก นครพนม

ลุงโฮ เดินทางไปทุกทวีปทั่วโลกเพื่อศึกษาหาแนวทางมากู้เอกราช ปลดปล่อยประเทศจากการยึดครองของฝรั่งเศส (หลังจากถูกจีนปกครองมาพันปี) จากนั้นได้เดินทางทางเรือเข้ามาประเทศไทย โดยขึ้นฝั่งที่กรุงเทพฯ แล้วเดินทางไปพิจิตร อุดรธานี นครพนม ฯลฯ กระทั่งข้ามไปฝั่งลาว เพื่อให้การศึกษาและรวบรวมชาวเวียดนามให้มีจิตหนึ่งใจเดียวกัน

หมู่บ้าน มีร่างกาย ภูมิปัญญา และจิตวิญญาณ

เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เมืองไทยของเราประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง ฟองสบู่แตก สาเหตุมาจากยุคโลกาภิวัตน์ ประเทศใหญ่ครอบกินประเทศเล็ก คนเมืองนำทรัพยากรของชาติไปเล่นแร่แปรธาตุ ใช้เงินต่อเงิน จนทำให้ประเทศแทบล้มละลาย ซึ่งในครั้งนั้นเราก็ได้ หมู่บ้าน รองซับรักษาความทุกข์ร้อนของผู้คนพลเมือง

เจาะซอกหาแก่นอีสาน

เริ่มต้นแม้แต่ชื่อเรื่องของบทนี้ก็มีประเด็นให้ซอกหากันแล้ว คือคำว่า อีสาน ซึ่งฟังเผิน ๆ เหมือนจะรู้ ๆ กันอยู่ แต่เมื่อเจาะลึกก็ทำเอาสะอึกและสะดุดคิดทันที อีสาน เป็นชื่อทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ใช่ชื่อชาติพันธุ์วรรณา คำเรียกขานถึงคนที่เกิดอยู่บนที่ราบสูงทางภาคอีสานว่า คนอีสาน หลายคนจึงยังไม่ปลงใจรับ

ทางอีศาน 43 : บทบรรณาธิการ

อุดมการณ์ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ได้ถูกชูขึ้นให้สูงเด่น เพื่อรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเข้าด้วยกันมานานมากแล้ว ผ่านการนำเสนอของนักคิด นักปฏิบัติการทางสังคม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ “๑๔ ตุลา ๒๕๑๖” บางพื้นที่จึงเปิดรับแนวคิด และเพิ่มคำพ่วงท้ายว่า “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน” แต่นั่นก็หาใช่การตกผนึกทางความคิดของผู้ปกครองบ้านเมืองไม่

บทบรรณาธิการ ทางอีศาน 42 : สร้างโลกงาม

น่ายินดีที่วันนี้ วิถีชีวิต อัตลักษณข์ องชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของผู้คนในราชอาณาจักรไทย ได้ปรากฏตัวตนขึ้นเด่นชัด ซึ่งแสดงออกถึงความภาคภูมิและมั่นใจในพลังของตนเอง พร้อมก้าวเดินสู่โลกกว้าง จากข้อมูลของ “ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร” ประเทศของเรามีกลุ่มชนย่อยซึ่งมีชื่อเรียกตนเองอยู่ ๖๒ กลุ่ม มีภาษาถิ่นย่อยถึง ๗๐ ภาษา

อาลัย ธำรง รัตนสุภา

ธำรง รัตนสุภา เด็กหนุ่มจากภาคใต้ เรียนจบโรงเรียนช่างศิลป์ กทม. เข้าทำงานฝ่ายศิลป์ในเครือบริษัทอมรินทร์ ตั้งแต่ยุคตัดแปะด้วยการกวนกาวยางพาราผสมเบ็นซิลขาว จนชำนิชำนาญพัฒนาการจัดหน้าด้วยคอมพิวเตอร์. ผมพบและรู้จักกับเขาเมื่อ ปี ๒๕๒๘ เพราะได้งานทำในกอง บก.นิตยสารแพรว และนิตยสารอาวุโส

ทางอีศาน 31 : บทบรรณธิการ : เริ่มด้วยมือเรา

ทุกรัฐบาลเน้นติดต่อสัมพันธ์กับนานาชาติเรื่องเศรษฐกิจ แม้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเมื่อกลับจากเยือนต่างประเทศครั้งแรกก็แถลงว่า ประเทศที่ตนไปมานั้น เข้าใจเรามากขึ้น เขาสนใจมาลงทุนเศรษฐกิจจะดีขึ้นแน่

ปฏิญาณสหาย : รำลึกวีรชนอีสานใต้

ที่ที่มีเพื่อนมีญาติมิตร มีเลือดเนื้อชีวิตยิ่งใหญ่ เก็บฝังอดีตไว้ในดวงใจ หว่านฝันเราไปให้ผลิบาน... อนุสรณ์สถานฯทั่วไทถิ่น เทิดชีวินลูกไทยใจห้าวหาญ เสริมความรักพร้อมพรักอุดมการณ์ ปฏิญาณแห่งสหายอุทิศพลี เสียสละสูงสุดเพื่อชาติ องอาจไม่กลัวตายไม่ถอยหนี ซื่อสัตย์พิทักษ์ประชาชี สังคมใหม่บังเกิดมีปรีด์เปรม... ที่ที่มีเพื่อนมีญาติมิตร มีเลือดเนื้อชีวิตยิ่งใหญ่ เก็บฝังอดีตไว้ในดวงใจ หว่านฝันเราไปให้งอกงาม

มะละกอ, “บักหุ่ง” : สร้างชีวิต สร้างชาติ

คนอีสานตั้งแต่ยุคสมัยสร้างบ้านแปงเมือง และพัฒนามาถึงปัจจุบันนี้ มีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ดำรงตนเรียบง่าย อดทน อดออม ขยันขันแข็ง มีคุณธรรมและฮีตคองที่ดีงาม ในด้านวัฒนธรรมการกินก็สะท้อนอัตลักษณ์โดดเด่นดังกล่าวมา

บทกวีของ ปรีดา ข้าวบ่อ: ก่อนใบไม้ผลิที่เกาหลีเหนือ

ข้าพเข้าไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเหนือครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เขียนบทกวีหลายสำนวน ขอเสนอในสำนวนแรก (3 ตอนชุด) ชื่อ "ก่อนใบไม้ผลิที่เกาหลีเหนือ"
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com