เขียนโดย

ปรีดา ข้าวบ่อ

ปักหลักให้แน่น แก่นต้องมี

ท่ามกลางสังคมแสงสีเมืองใหญ่ ภาคส่วนอุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยวบริการ ฯลฯ ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์และการสื่อสารล้ำสมัย บันดาลให้กิจการการค้าขายเกิดดอกผลกำไรงาม แต่ในภาคส่วนการเกษตร ชีวิตชุมชนคนหมู่บ้านที่เปรียบดั่งกระดูกสันหลังประเทศ กลับไม่อาจหยัดยืนตรงให้คงมั่น ยิ่งนับวันยิ่งไร้หลักไร้แก่น ไร้ความคิดฝันจินตนาการ

ชูอาวุธ – “วัฒนธรรม” ขึ้น

ท่ามกลางความ “เน่าใน” ของทุกระบบสถาบัน ส่งผลให้สังคมไทยเสื่อมทรุดลงทุกด้านช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งถีบห่างความต่างทางความคิดของผู้คนไกลกันดั่งฟ้ากับก้นเหว อาวุธที่คนเล็กคนน้อยจะใช้ต่อสู้เพื่อปากท้อง และเทิดศักดิ์ศรีความเป็นคนของตนในห้วงเวลานี้ คือ “งานวัฒนธรรม”

หมู่บ้าน มีร่างกาย ภูมิปัญญา และจิตวิญญาณ

เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เมืองไทยของเราประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง ฟองสบู่แตก สาเหตุมาจากยุคโลกาภิวัตน์ ประเทศใหญ่ครอบกินประเทศเล็ก คนเมืองนำทรัพยากรของชาติไปเล่นแร่แปรธาตุ ใช้เงินต่อเงิน จนทำให้ประเทศแทบล้มละลาย ซึ่งในครั้งนั้นเราก็ได้ หมู่บ้าน รองซับรักษาความทุกข์ร้อนของผู้คนพลเมือง

เจาะซอกหาแก่นอีสาน

เริ่มต้นแม้แต่ชื่อเรื่องของบทนี้ก็มีประเด็นให้ซอกหากันแล้ว คือคำว่า อีสาน ซึ่งฟังเผิน ๆ เหมือนจะรู้ ๆ กันอยู่ แต่เมื่อเจาะลึกก็ทำเอาสะอึกและสะดุดคิดทันที อีสาน เป็นชื่อทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ใช่ชื่อชาติพันธุ์วรรณา คำเรียกขานถึงคนที่เกิดอยู่บนที่ราบสูงทางภาคอีสานว่า คนอีสาน หลายคนจึงยังไม่ปลงใจรับ

อาลัย ธำรง รัตนสุภา

ธำรง รัตนสุภา เด็กหนุ่มจากภาคใต้ เรียนจบโรงเรียนช่างศิลป์ กทม. เข้าทำงานฝ่ายศิลป์ในเครือบริษัทอมรินทร์ ตั้งแต่ยุคตัดแปะด้วยการกวนกาวยางพาราผสมเบ็นซิลขาว จนชำนิชำนาญพัฒนาการจัดหน้าด้วยคอมพิวเตอร์. ผมพบและรู้จักกับเขาเมื่อ ปี ๒๕๒๘ เพราะได้งานทำในกอง บก.นิตยสารแพรว และนิตยสารอาวุโส

มะละกอ, “บักหุ่ง” : สร้างชีวิต สร้างชาติ

คนอีสานตั้งแต่ยุคสมัยสร้างบ้านแปงเมือง และพัฒนามาถึงปัจจุบันนี้ มีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ดำรงตนเรียบง่าย อดทน อดออม ขยันขันแข็ง มีคุณธรรมและฮีตคองที่ดีงาม ในด้านวัฒนธรรมการกินก็สะท้อนอัตลักษณ์โดดเด่นดังกล่าวมา ขอเพียงมีป่น หรือมีไข่ต้มผ่าสี่ซีกเหยาะน้ำปลากับข้าวเหนียวหนึ่งก่อง ก็เป็นอาหารเช้าให้ลูก ๓-๔ คนกินก่อนไปโรงเรียน ผู้ใหญ่ปั้นข้าวจิ้มแจ่วกินแล้วก็มีเรี่ยวแรงทำงานหนักกลางทุ่งท่า อาหารอื่น ๆ ในแต่ละมื้อก็หาผักปลานกหนูตามท้องนา ห้วยละหาน และดงดอน ที่เขียวงามใต้ฟ้าครามมีก้อนเมฆแปลงกายรำร่ายอยู่นั่นเอง

บทกวีของ ปรีดา ข้าวบ่อ: ก่อนใบไม้ผลิที่เกาหลีเหนือ

ข้าพเข้าไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเหนือครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เขียนบทกวีหลายสำนวน ขอเสนอในสำนวนแรก (3 ตอนชุด) ชื่อ "ก่อนใบไม้ผลิที่เกาหลีเหนือ"

กรณีปราสาทพระวิหาร

ปัญหาปราสาทพระวิหารเป็นกับระเบิดที่จักรวรรดินิยมฝรั่งเศสได้วางเอาไว้ตอนลงนามในสนธิสัญญา ๑๓ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๐๔ กำหนดให้ใช้สันปันน้ำเป็นเขตแดนไทย - ฝรั่งเศส แต่ตอนทำแผนที่กลับขีดเอาปราสาทพระวิหารไปอยู่ในเขตฝรั่งเศส เมื่อฝ่ายไทยไม่ทักท้วงตลอดเวลา ๕๐ กว่าปีหลังลงนามในสนธิสัญญา ศาลโลกจึงตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาตามแผนที่ฝรั่งเศส ค.ศ. ๑๙๐๘..."

ท่ามกลางความขัดแย้งทางความคิด ต่อผู้คนรอบข้างและญาติมิตร

ทุกสังคมทุกประเทศบนโลกใบนี้ หลากหลายแนวคิดชีวิตมีร้อยแปดวิถีปฏิบัติ และการรับเชื่อ ไม่มีชีวิตที่ดีพร้อม และไม่มีสังคมที่สัมบูรณ์ ถ้าพวกเราพึ่งลำแข้งตน สร้างเศรษฐกิจเพื่อชีวิตและครอบครัว ถ้าพวกเราเสริมสร้างความสุขให้ตน ให้ผู้คนรอบข้าง ให้วงงานสัมมาอาชีวะ และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

เดินตามรอยทาง เดโช บุญชูช่วย และสมบูรณ์ วรพงษ์

ต้องลดธงครึ่งเสาอีกครั้งแล้ว ตลอดแนววรรณกรรมคนสรรค์สร้าง ทั้งเหนือใต้ออกตกและส่วนกลาง แด่ผู้ที่ถากถางเส้นทางไทย แม้ฟ้ากว้างทะเลหลวงโปรดอำนวย รับ "เดโช บุญชูช่วย" สู่หนไหน แต่ผลงานยัง "เดชะ บัญชาชัย" ให้ผู้คนได้เติบใหญ่ในปัญญา โน่นดงดอยแดนล้านนามาอาดูร โอบ "สมบูรณ์ วรพงษ์" ร่วมวงศา โดย "บวร รัตนสิน" หยิ่งอิสรา ยังสง่างดงามกลางใจชน
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com