Category

บทกวี

อีศานในสถานการณ์ไวรัส“โควิด-19” ลามระบาดทั่วโลก “ให้พี่น้องป้องปาย ซำบายดี ทุกผู่ทุกคน” “บองปะโอน เซราะซะบาย คเนียนิจ” ( 31 )

O สำแดงพลัง 1. ข้าวก็ข้าวของนากู น้ำก็จากรูกูก่น ฟืนกูหาหักแบกขน หมักข้นต้มแบ่งกันกิน มึงก็มาออกกฎห้าม ปราบปรามตามติดฐานถิ่น ทำยังกับกูโจรทมิฬ ปรับสินจับลากฝากคุก

อีศานในสถานการณ์ไวรัส“โควิด-19” ลามระบาดทั่วโลก “ให้พี่น้องป้องปาย ซำบายดี ทุกผู่ทุกคน” ( 26 )

ทัพธรรมที่เกรียงไกร ท่ามกลางความเป็นตายสลายโลก มนุษย์ชาติทุกข์โศกอยู่เห็นเห็น โครงการด้านมั่นคงส่งประเด็น ฤๅเปอร์เซ็นต์เว้นไม่ได้แต่ใดมา 1. “สงครามยุคใหม่” จากไพร่พลเดินเท้าเข้าห่ำหั่น ช้างศึกนำประจันขั้นหาญกล้า เจงกิ๊สข่านควบม้าออกกรีฑา กว่าครึ่งโลกใต้บาทาเผ่ามองโกล จากฝูงม้าพัฒนามาม้าเหล็ก ดาบหอกง้างปืนเล็กเป็นปืนใหญ่ นกเหล็กก็ทะยานเหินบินไกล ใครวิวัฒน์ได้ไวได้ชัยครอง

อีศานในสถานการณ์ไวรัส“โควิด-19” ลามระบาดทั่วโลก “ให้พี่น้องป้องปาย ซำบายดี ทุกผู่ทุกคน” ( 20 )

O สองมือต้องชูสู้ ตามห้วยหนองมีปลาอาศัยอยู่ คนทุกผู้หากินตามอัชฌาสัย ถึงยุคนี้สังคมเปลี่ยนแปรไกล มือของใครยื่นยาวสาวไปกิน

อีศานในสถานการณ์ไวรัส“โควิด-19” ลามระบาดทั่วโลก “ให้พี่น้องป้องปาย ซำบายดี ทุกผู่ทุกคน” ( 10 )

“ให้พี่น้องป้องปาย ซำบายดี ทุกผู่ทุกคน” ( 10 ) จันทรสมบูรณ์อาดูรโลก เยี่ยมหน้ามาซับโศกทุกข์หนักหนา ปิ่นมณีศิวะทรงเมตตา มรรตัยชน*ยิ้มเต็มหน้าคืนฟ้างาม. *มนุษย์ผู้เกิดมาแล้วต้องตาย (ขอบคุณเจ้าของภาพประกอบ)

สรรสร้าง

มาร่วมกันไล่ล่าฆ่าโควิด ให้พวกมันหมดฤทธิ์เสร็จสิ้นเรื่อง ทุกชีวิตกลับมาเจริญรุ่งเรือง ดาวโลกจรัสเฟื่องเวิ้งจักรวาล

“แตกเมือง”

ปิดกรุงเทพฯเคอร์ฟิวประเทศไทย โรคห่าระบาดใหญ่ปีหกสาม โลกมนุษย์โควิดขวิดลุกลาม ศึกหนักกว่าสงครามมหันตภัย ผู้นำจิตวิญญาณการ’แตกบ้าน’ ออกมาขานกวักมืออยู่ไหวไหว “กลับมาเถิดกลับบ้านดินแดนไกล หมู่บ้านไม่ไร้ญาติขาดพี่น้อง สมบูรณ์ด้วยปูปลามีผักหญ้า อาหารป่ามากมายได้สนอง อาทิตย์จันทร์ดวงดาวเราครอบครอง เทือกภูสูงห้วยหนองก็ของเรา”

สายธารวรรณศิลป์

๑. ไหลบ่าอารมณ์ที่บ่มเพาะ ลัดเลาะเกาะแก่งแอ่งหินผา เลี้ยวลดคดโค้งโยงสายมา สุดหล้าฟ้าไกลไม่สิ้นมนต์ ๒. เรียงร้อยสร้อยรักอักขระ เพื่อจะปลอบปลุกทุกแห่งหน กล่อมเกลาฤดีที่ทุกข์ทน หลุดพ้นนิยามความหลอกลวง

บทกวี โบยบินจากความกลัว

หรือคุณซ่อนตัวอยู่ในนั้น ณ ที่มีความฟุ้งฝันขลาดเขลา หลบเร้นใต้มุมอับสลัวเงา มิอาจที่จะเอาชนะความกลัว นานเท่านานลืมกาลเวลา เคยไหม...เยี่ยมมองฟ้าถ้วนทั่ว ถึงแดดสาดแสงไล่ความมืดมัว หม่นหมองในตัวยังกักขังกลืนกิน

คำผญา (๑๘)

“ความตายนี่แขวนคอทุกบาดย่าง ไผก็แขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว” ความตายนี้แขวนคอทุกย่างก้าว ใครก็แขวนไว้เสมอว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

ส่องซอด ทางอีศาน ฉบับที่ 14

จอกหนึ่ง พอซิกริกจอกสอง พอแซกแรกจอกสาม พอแปลกความจอกสี่ หลงพี่หลงน้องจอกห้า เห็นป้าว่าแม่นเมียจอกหก ชกปากพ่อเฒ่าจอกเจ็ด แกล้มเป็ดแกล้มไก่จอกแปด ฟ้อนตากแดดว่าแม่นฝนตกรินจอกเก้า ข้าวอยู่เล้านึกอยากขายเกวียนละบาทก็ขายจอกสิบ หลิบพุ้นหลิบพี้จอกสิบเอ็ด ตึ่งลึ่งตึ่ง
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com