หมวดหมู่

บทกวี

กาพย์ไขโคลงลาวเดิม : ไม้จัน

๏ ไม้จันแห้งแล้วตัด หอบมา แม่นฮู้ว่าผู่สีลา บ่บ้าง ซอยออกเป็นเฝื้องฝา ยังยิ่ง ลูกตะกุนแม่นทุกอ้าง บ่ห่อนม้างบัดสี ฯ (กาพย์ไขโคลง) ๏ ต้นจันแห้งกลางป่า...คนใช้พร้าโค่นตัดลง แบกหามจากป่าดง.....สู่บ้านช่องท้องถิ่นตน ๏ ท่อนใหญ่ให้กลิ่นหอม...ลูกหลานล้อมแบ่งตัดจน...

บทกวี หินหายใจ

เมื่อหินไม่ใช่หิน แอบซ่อนศิลปะเสริม ธาตุแท้แต่ดั้งเดิม ได้พูนเพิ่มเติมความหมาย เหลือซากร่วมฝากทรง ความสูงส่งแห่งผงทราย แตกดับเกินลับหาย แตกช่อลายขึ้นหายใจ

ด่านเจดีย์สามองค์

อีกหนึ่งด่านด้าวแดนดง กลางพงไพรเถื่อนเทือกเขา ผู้คนตั้งมั่นภูมิลำเนา ขีดเส้นแหว่งเว้าเข้าครอง ทางเทียวพม่ารามัญ กะเหรี่ยงสัมพันธ์ไทยผอง ค้าขายคู่ศึกปรองดอง ยอกย้อนซ้อนทับนับกาล คือด่านเจดีย์สามองค์ ยังคงเรื่องเก่าเล่าขาน สุดเขตประเทศตำนาน สื่อสารถูกผิดพลิกแพลง หวังแสงศรัทธาปรากฏ สิ้นหมดกดแบ่งแก่งแย่ง พลังปัญญาสำแดง ทุกหัวระแหงแหล่งธรรม.

คำโตงโตย

เห็นว่าปลาทอต้อน หมายซิตำปลาแดก บาดห่าต้อนเจ้าหลูคูเจ้าฮ้ง ซิพายข้องปึ่งดัง / ดร.ปรีชา พิณทอง อธิบายว่า ปลาออกันอยู่ที่หน้าต้อนเรียกว่าปลาทอหน้าต้อน “ต้อน” คือเครื่องมือจับปลา “หลู” คือทะลุ “ฮ้ง” คือน้ำไหลลอดคันต้อน พ่อค้าขายของเมื่อคนมาออกันที่หน้าร้านเพื่อดูสินค้า เจ้าของร้านดีใจว่าวันนี้แหละจะร่ำรวย...

ปู่สอนหลาน

อย่าเอาไก่ป่ามาเฮ็ดไก่ขวัญ- อย่ากินยาตางผู้ไข้- อย่าหาเหามาใส่หัว- อย่าเชื่อใจทาง อย่าวางในคน มันจนใจโต- อย่าเอาเสิกมาใส่บ้าน อย่าเอาหว้านมาใส่สวน

คำโตงโตย: ทางหลวง

ดร.ปรีชา พิณทอง อธิบายว่า ทางหลวงคือ ทางเส้นใหญ่ ทางเส้นใหญ่นั้นพระพุทธเจ้าถางไว้เพื่อให้พุทธบริษัทเดินตาม ทางเส้นใหญ่ได้แก่มรรคแปด มี สัมมาทิฏฐิ ? ความเห็นชอบ เป็นต้น มี สัมมาสมาธิ - ตั้งใจชอบ เป็นเส้นสุดท้ายพระองค์เดินตามทางใหญ่นี้จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า แล้วสอนให้พุทธบริษัทเดินตาม ผู้เดินตามก็มี ไม่เดินตามก็มี

กาพย์ไขโคลงภาษิตลาว: เวลา

เป็นที่ทราบชัดเจนมานานแล้วว่า คำประพันธ์ประเภทโคลงของลุ่มเจ้าพระยานั้นได้รับอิทธิพลต้นแบบมาจากล้านนา และล้านช้าง โดยเฉพาะล้านช้างนั้นมีโคลงภาษิตเก่าแก่ซุกซ่อนไว้นมนานเพื่อสอนสั่งเตือนสติลูกหลาน บัดนี้ขอขุดค้นมาเผยแผ่แก่หลานเหลนลูกเพื่อปลูกผญาอันไร้กาลเวลาและพรมแดน

คำผญา

“งัวบ่กินหญ้าแสนสิข่มก็เขาหัก หมูบ่กินฮำแสนสิตีก็ดังเว่อ” วัวไม่กินหญ้าแม้จะกดเขาลงเขาก็หัก หมูไม่กินรำถึงจะตีจมูกก็แตกบาน

คำโตงโตย : หมู่เฮา – สาวอีสานหย่างกางฮ่ม

มีดน้อย ๆ ฟันเข้า ก็บ่นับ ผู้เฒ่ากล่าวคำหาญ ก็บ่นับ ปูมหลวงบอกยาป้าง ก็บ่นับ แม่ร้างบอกยาเสน่ห์ ก็บ่นับ คนโลเลสั่งสอนความรู้ ก็บ่นับ คนหลบลู่ชี้บอกทางคุณ ก็บ่นับ คนเป็นขุนชี้บอกทางค้า ก็บ่นับ คนเป็นข้าชี้ช่องหาเงิน ก็บ่นับ คนมั่งมีกินทาน ก็บ่นับ คนขี้ไร้อวดมั่งอวดมี ก็บ่นับ ฯ

เชิญธง “ทางอีศาน”

เชิญธงแล้วจ้วงเหล้าจากไหใหญ่ เหล้านี้ต้มด้วยใจรสเข้มข้น จอกแรกถวายแถนเบื้องบน สาดจอกสองบูชาบรรพชนคนสร้างไท ตำจอกสามกับมวลมิตรสหาย กินดื่มให้ชุ่มใจกายเพื่องานใหญ่ อิ่มหนำแล้วเราออกเคลื่อนขบวนไกล ไปเฮาไปไปแปงสร้างทางอีศาน...

ปรัศนี

มนุษย์มีเพศสภาพกว่าชายหญิง ความคิดยิ่งยากจาระไนไพศาล แท้จริงดีมีนิยามตามรูปการณ์ เชื่อมด้วยรักจึงสมานสานไมตรี

กลอนเครือเขากาด

“กลอนเครือเขากาด” นี้ เป็น “กลอนประวัติศาสตร์” แต่งโดย หมอลำทองลา สายแวว บ้านหัวเรือ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี รวมอยู่ในหนังสือ “ไขภาษิตโบราณอีสาน” ของ ดร.ปรีชา พิณทอง

ผญา: คองคอย

บทผญา คองคอย โดยพระไม้: คองว่าสิได้ มาเห็นหน้า หวนคืนบ้านเก่า คองว่าสิได้ เห็นหน้าเจ้า เมือบ้านถิ่นอีสาน อีสานบ้าน บ่อนแถนแปงอินทร์หล่อ ว่าสิ มีคู่ค้ำ มาตุ้มสร้างสา ฯ โอนอ พอว่าเถิงเดือนอ้าย เดือนเจียง ลมล่วง หนาวหน่วงน้าว ใจอ้ายอ่าวกระสัน พันธนังฮ้อน ฮนฮวยคึดฮอดอุ่น อวลเอย บุญห่านี้ บ่มีน้องอยู่เคียง ฯ
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com