เรื่องของอาหาร (๓)
มนุษย์หยามเหยียดกันด้วยอาหาร., สมัยก่อน(อีกแหละ) ผู้ดีรังเกียจอาหารไพร่ แค่เห็นสี แค่ได้กลิ่นทั้งที่ยังไม่ได้ลิ้มสัมผัสรสชาติก็รับไม่ได้ ทำท่าขยะแขยง คลื่นไส้ จะอ้วก., คนกรุงไม่กินปลาร้าเหยียดคนบ้านนอกกินปลาร้า กลิ่นเหม็นอย่างนั้นกินลงไปได้อย่างไร? นี่ก็จะอ้วกอีกเหมือนกัน., คนไม่กินเนื้อดิบๆ รังเกียจคนกินเนื้อดิบๆ หาว่าหยาบหนา ป่าเถื่อน ไม่มีวัฒนธรรมในการกิน !, ไพร่บางคนที่มีโอกาสได้ชิมอาหารของผู้ดีก็รับอาหารผู้ดีไม่ได้. อาหารอะไรใส่น้ำตาล ใส่กะทิ พวกน้ำตาลและกะทิมันต้องอยู่ในขนม ในของหวาน ว่าไปโน่นเลย !, คนบ้านนอกกินอาหารคนกรุงไม่เป็น น้ำพริกกะปิรสชาติออกหวานนิดหน่อย แบบนี้กินไม่เป็น มันไม่สะใจเหมือนแจ่วปลาร้า ฯลฯ
ประวัติศาสตร์การเมืองอีสาน ยุคใกล้กึ่งพุทธกาล เชิงวิเคราะห์
ในเชิงโครงสร้างอำนาจรัฐ เริ่มจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.๒๔๓๓) สยามได้ปรับปรุงการปกครองหัวเมืองลาวทั้งฝ่ายซ้ายและฝั่งขวาแม่น้ำโขง เพื่อการควบคุมและจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ กับทั้งเพื่อรับมือกับการรุกรานของจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส
ประวัติศาสตร์การเมืองอีสาน ยุคใกล้กึ่งพุทธกาล (พ.ศ.๒๔๗๕-๒๕๒๕)
เมื่อจะเขียนถึงประวัติศาสตร์การเมืองอีสานยุคใกล้ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๕ - ๒๕๐๐ และระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นช่วงกึ่งพุทธกาล อันมีเหตุสำคัญผันแปรเกิดขึ้นมากมายหลายครั้งในทางการเมืองของประเทศไทยเรา ความรู้สึกแรกที่เกิดกับผู้เขียนคือ มันเป็นเรื่องใหญ่มีผลสะเทือนลึกซึ้งยาวไกล และแทบทุกเหตุการณ์ก็เกี่ยวพันมาถึงการเมืองอีสานอย่างแยกไม่ออก นักการเมืองและผู้นำคนสำคัญของอีสานได้รับอานิสงส์ไปกับเขาด้วยทุกครั้ง
ขะลำ วัฒนธรรมในชาติพันธุ์อีศาน
ชาติพันธุ์อีศาน มีระเบียบแบบแผนการ ปกครองบานเมืองและการควบคุมสังคมสืบเนื่องกันมายาวนาน นอกจากฮีต ๑๒ คอง ๑๔ เป็นแนวปฏิบัติแล้วยังมีข้อห้ามอีกคือขะลํา หรือคะลํา ซึ่งมีการอบรมบอกสอนลูกหลานรับช่วงกันมาเป็น ช่วง ๆ นับว่าเป็นมรดกตกทอดมาจากโบราณ เป็นความเชื่อดั้งเดิม ไม่ปรากฏในประมวลกฎหมายใด ๆ เป็นแต่เพียงสิ่งที่ปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันมา
ปรากฏการณ์ภาษาอีสาน
ภาษาอีสานกำลัง “ฮิต” ทั้งในละครทีวี ในเพลงลูกทุ่ง สื่อวิทยุและสื่อสังคม นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ดาราน้อยใหญ่ที่ไม่ใช่ลูกอีสานต้องหัดออกเสียงสำเนียงอีสานให้ได้ นักร้องลูกทุ่งก็ต้องหาพี่เลี้ยงฝึกฝนจนร้องได้เนียน ๆ เหมือนคนอีสาน
แสงสว่างส่องทางสังคมไทย
ฮีต ๑๒ คอง ๑๔ ขนบธรรมเนียมและธรรมนูญชีวิตแต่โบราณ รวมทั้งแบบวิถีการบริหารจัดการตนเองที่ถูกกดทับ ระงับ ตั้งแต่ครั้งรวมศูนย์อำนาจจากทุกภาคเข้าไปอยู่เมืองหลวง เพื่อขีดเส้นแดนประกาศราชอาณาจักรขึ้นนั้น ถึงวันนี้โลกเปลี่ยนบ้านเมืองขยายตัวซับซ้อน ผู้คนพลเมืองมากล้นสังคมมีปัญหาหมักหมมมากมาย ชาวไทยจึงต้องสร้างองค์ความรู้ของตนขึ้นใหม่





