By

สมคิด สิงสง

พรมแดนลาวสมัยเจ้าฟ้างุ่ม

ดังนั้นแล้ว พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาจึงแต่งราชบรรณาการมาถวาย คือช้างพราย ๕๑ เชือก ช้างพัง ๕๐ เชือก ทองคำสองหมื่น เงินสองหมื่น นอแรดแสนนอ กับเครื่องบรรณาการอื่นๆ อีกอย่างละร้อย เจ้าฟ้างุ่มจึงไม่เสด็จไปตีกรุงศรีอยุธยา เวลานั้นพระองค์จะให้ทำพิธีปฐมกรรมประหารชีวิตเจ้าเมืองที่จับได้นั้นทั้งหมดเพื่อฉลองชัยปราบดาภิเษก ความนี้ร่ำลือไปถึงหูพระมหาปาสะมันตะเถระเจ้าผู้เป็นอาจารย์ พระเถระเจ้าจึงมาขอบิณฑบาตชีวิตของเจ้าเมืองเหล่านั้นไว้ พระองค์ก็โปรดประทานอภัยโทษให้ และปล่อยให้คืนครองบ้านเมืองของตนต่อไป แล้วสมเด็จพระเจ้าฟ้างุ่มจึงยกทัพกลับคืนนครเวียงจันทน์...

ขี้ข้าเขา : ชาติชั่วอย่างดี

ท่านบอกพวกเราว่าการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ถ้าเราอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยม แล้วมองผ่านช่องหน้าต่างหรือประตู เราก็จะเห็นภาพภายในกรอบประตูหรือหน้าต่าง แต่เมื่อใดที่เราออกจากห้องสี่เหลี่ยมนั้น แล้วมองไปโดยรอบ เราจะเห็นโลกทั้งโลก

สัญชาติลาวกลายเป็นไทยในบังคับสยาม

เรื่องนี้ผมจะยังไม่ปักใจเชื่ออย่างหนึ่งอย่างใดลงไป เพียงแต่รับฟังไว้เป็นข้อมูล จากมุมมองของคนต่างประเทศ ยังต้องนำมาใคร่ครวญให้สมเหตุสมผลต่อไปอีก เพราะผมคิดว่าการสืบค้นประวัติศาสตร์จะต้องกระทำด้วยท่าทีของผู้ซึ่งบรรลุวุฒิภาวะ โดยเฉพาะในคนรุ่นใหม่ ไม่บังควรทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์เป็นการสร้างความขัดแย้งใหม่ ๆ จากความขัดแย้งเก่าในประวัติศาสตร์ แต่ควรศึกษาประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในอดีตเพื่อเก็บรับเป็นบทเรียน เพื่อจะได้กำหนดท่าทีต่ออนาคตได้อย่างเหมาะสม

พรมแดนไทย สมัยต้นรัตนโกสินทร์

ในขณะที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีกำลังตรากตรำพระราชภารกิจกอบกู้บ้านเมือง และเร่งขยายขอบขัณฑสีมาอยู่นั้น ทางกรุงเวียงจันทน์ก็เกิดกรณีขัดแย้งกับเมืองหนองบัวลุ่มภู หรือนครเขื่อนขัณฑ์กาบแก้วบัวบาน จนเป็นตำนานในประวัติศาสตร์เมืองอุบลราชธานีในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์บางหน้า ก่อนมีภาคอีสานของไทย

เจ้าฟ้างุ่มเกิดในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๔ (บางฉบับว่า ค.ศ. ๑๓๑๖ หรือ ๑๓๒๘) เป็นโอรสองค์สุดท้าย ๑ ใน ๔ องค์ (หญิง ๒ ชาย ๒) ของเจ้าฟ้าเงี้ยว หรือ ขุนผีฟ้า เวลาประสูติออกมามีฟันเกิดมาพร้อม ๓๓ ซี่ เป็นเหตุให้อำมาตย์ราชมนตรีทั้งหลายเกรงจะเป็นเสนียดแก่บ้านเมือง จึงทูลให้พระราชบิดาเนรเทศพระราชโอรสด้วยการลอยแพล่องไปตามลำแม่น้ำโขง
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com