เรื่องลี้ลับแปลก ๆ

เรื่องลี้ลับแปลก ๆ เชื่อว่าคนไทยชาวพุทธส่วนมากเคยมีประสบการณ์กับเรื่องมหัศจรรย์แปลก ๆ มาบ้างในชีวิต จะน้อยจะมากต่างกันไป วันนี้มีเรื่องลี้ลับ มาเล่าสู่กันฟัง

สมัยเป็นเด็กตอนกลางคืนเข้าไปในป่าหลังบ้านได้เห็นเหมือนดวงไฟสีเขียวเรืองลูกกลม ๆ เท่าผลส้มลอยผ่านหน้าหายเข้าไปในป่า เล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง บางคนว่าผีพุ่งใต้ บางคนบอกว่าผีเป้า บางคนบอกว่าเคยเห็น

ตอนเรียนชั้นมัธยมต้นพวกเราเด็กวัยรุ่น ช่วงกลางคืนเดือนหงายก็จะชวนกันออกไปนั่งสังสรรค์กันที่สะพานข้ามลำห้วยนอกเมืองที่อากาศดี วันหนึ่งขณะที่คุยกันเพลิน ๆ มีเสียงเหมือนใครมาวักน้ำในลำห้วยใต้สะพาน เพื่อนคนหนึ่งทักว่า “เสียงอะไร” ทุกคนเงียบฟังเสียงวักน้ำเงียบไปสักพัก เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า “นั่นอะไร” พวกเรามองตามไปบนถนนที่เป็นท่าขึ้นจากน้ำ มองเห็นเงาลาง ๆ เหมือนคนเดินขึ้นจากลำห้วยข้ามถนนมีแสงเรือง ๆ สูงระดับจมูกลอยผ่านหน้าไป เพื่อนอีกคนหนึ่งร้องบอก “ไปละเว้ย” เท่านั้นแหละทุกคนใส่เกียร์หมาโกยแนบวิ่งกลับเข้าตัวเมือง

วันหลังเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังเขาบอกว่าเป็น “ผีเป้า” คนภาคกลางเรียกว่า “กระสือ” ผู้ใหญ่เล่าว่าผีเป้านี้เป็นคนธรรมดานี้แหละ แต่เป็นคนเล่นของมีมนต์คาถานับถือไสยศาสตร์ อาจไปทำผิดกฎข้อห้ามของครูอาจารย์ จึงกลายเป็นผีเป้า กลางคืนจะออกหากินของดิบของคาว มีแสงเรือง ๆ ออกทางจมูก ๒ ข้าง ตอนผีเป้าออกหากินของดิบกลางคืน เขาจะหอบเอาสมบัติแก้วแหวนเงินทองที่มีใส่ถุงติดตัวไปด้วยกลัวคนจะแอบมาขโมย พวกผู้ใหญ่ที่กล้าไม่กลัวผีแนะนำว่า เจอผีเป้าให้ไล่ตะหวาดให้มันตื่นตกใจทิ้งถุงสมบัติจะได้เก็บเอาสมบัติของมัน แต่ไม่เคยได้ข่าวว่ามีใครเคยได้สมบัติของผีเป้าเลย

อีกครั้งหนึ่งผมกับพี่ชาย พี่ชายคนนี้ไม่กลัวผี เคยบอกว่าเจอผีเป้าจะไล่แย่งเอาถุงสมบัติมันมาให้ดู ที่อำเภอบ้านผมช่วงหน้าแล้งน้ำจะขาดแคลนมาก ชุมชนในตลาดจะต้องไปตักน้ำที่บ่อ ที่มีแห่งเดียวคือบ่อในโรงเรียนประชาบาล คนตักน้ำมากน้ำขอดบ่อต้องรอให้น้ำไหลซึมออกจากตาน้ำ ต้องใช้คุถัง ขอดน้ำขึ้นมาทีละน้อยกว่าจะเต็มถังเต็มปี๊ป ตอนหัวค่ำจะเป็นคิวของพวกผู้หญิงสาว ๆ ตักน้ำก่อนเพราะอยู่ดึกไม่ได้กลัวผี ทางจากตลาดไปถึงบ่อน้ำโรงเรียนห่างประมาณ ๓ กิโลเมตร เส้นทางมืดมีทั้งต้นมะม่วงอยู่ริมทางและต้นยางนาสูงครึ้ม

ผมกับพี่ชายจึงรอให้คนอื่นเขากลับหมด ไปรอตักน้ำรอบดึกเที่ยงคืนเป็นต้นไป นั่งขอดน้ำใส่ปี๊ป ๖ ใบ บรรทุกใส่รถเข็นน้ำที่ประกอบด้วยไม้ฝีมือชาวบ้าน ตีเป็นกะบะ ๔ เหลี่ยม วางปี๊ปน้ำได้ ๖ ปี๊ป ใช้ล้อจักรยาน ๒ ข้างมีคานสำหรับเข็นด้วย คืนนั้นขอดน้ำเต็ม ๖ ปี๊ปเกือบตีหนึ่ง ขณะเข็นรถน้ำกลับมาถึงช่วงถนนเป็นเนินลาดชัน ข้างทางมีต้นยางนาสูงมืดทะมึน เราจึงออกแรงเข็นให้ผ่านช่วงเนินให้เร็วที่สุด ผมก้มหน้าเข็นข้างล่างไม่ได้มองไปข้างหน้า ส่วนพี่ชายเข็นตรงคานมองไปทางหน้า ขณะก้มหน้าก้มตาเข็นได้ยินเสียงพี่ชายเรียกว่า ผี ๆ แล้วแกก็ปล่อยคานเข็นรถจนรถไถลน้ำหกกระจาย ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองเห็นเงาวูบผ่านหน้ารถเข็นเราไป มีแสงเรือง ๆ ลอยเข้าไปใต้ต้นยางนาหายวับไป น้ำในปีปกระฉอกไปเกือบครึ่ง ผมถามพี่ชายว่า “ไหนบอกไม่กลัวผี” พี่ชายบอกว่า “ตกใจมันตัดหน้ากระชั้นชิดเลยลืมไล่ตะหวาดเอาสมบัติมาเลย”

เรื่องของ “ญาณ” สัมผัสพิเศษ ก็เคยเจอ สมัยเป็นเด็กตอนเรียนชั้นประถมเพื่อนคนหนึ่งริสูบบุหรี่ แล้วมาชวนให้ผมสูบด้วย ตอนไปเรียนหนังสือเวลาพักเที่ยงเราจะชวนกันเข้าป่าหลังโรงเรียนไปแอบสูบบุหรี่ วันหนึ่งเพื่อนลืมไม้ขีดไฟ มีแต่บุหรี่ไม่มีไม้ขีดก็สูบไม่ได้ ขณะนั่งผิดหวังอยู่ บังเอิญมีเด็กเลี้ยงควายอายุประมาณไม่ถึง ๑๐ ขวบ นุ่งกางเกงเก่า ๆ ไม่สวมเสื้อจูงควายผ่านมา แว๊บขึ้นในมโนนึกของผมว่าเจ้าเด็กน้อยนี้มีไม้ขีดไฟผมบอกเพื่อนว่า “เดี๋ยวถามเจ้าหนูนี้ดู” เพื่อนค้านว่า “เฮ้ยเด็กเลี้ยงควายตัวกระเปี๊ยกมันจะพกไม้ขีดไฟมาจากไหน” ผมไม่ฟังวิ่งตามไปถามเด็กว่ามีไม้ขีดไหม เจ้าหนูควักไม้ขีดจากกระเป๋ากางเกงขาด ๆ ออกมาให้ เพื่อนผมดีใจที่ได้สูบบุหรี่สมใจถามว่า “เอ็งรู้ได้ไง” ผมตอบไปแบบงง ๆ ว่า “มันเหมือนมีใครบอกข้างหู”

ญาณพิเศษนี้มันมาเกิดกับผมอีกครั้งตอนมาอยู่กรุงเทพฯ รับราชการแล้ว วันหนึ่งเลิกงานขณะขับรถจะไปจัดรายการวิทยุ มาถึงครึ่งทางมันเหมือนแว๊บขึ้นมาว่าเพื่อนคนหนึ่งกำลังตามมา ผมจึงจอดรถข้างทาง สักพักเพื่อนคนนั้นก็ขับรถตามมาจริง ๆ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์

เรื่องผีอำ ในชีวิตผมประสบมาหลายครั้ง แต่มีครั้งหนึ่งสมัยเด็กหนุ่ม ที่บ้านของผมเป็นบ้านยกสูงมีใต้ถุนเป็นคอกไก่ หน้าห้องนอนของพ่อแม่เป็นชานยื่นออกมา ผมตั้งเตียงนอนไว้ตรงมุมชานบ้าน หน้าบ้านมีต้นโพธิ์ใบตกแผ่คลุมหลังคา เวลาลมพัดใบโพธิจะระหลังคาเสียงสวบสาบ ๆ ทั้งคืน คืนหนึ่งหน้าหนาวขณะนอนคลุมโปงหลับสนิทฝันว่ามีผู้หญิงรูปร่างสูงใหญ่เป็นเงาดำทะมึนขึ้นมาคร่อมบนอกผมแล้วใช้มือ ๒ ข้างบีบคอ ผมดิ้นรนต่อสู้สุดแรงจนสะดุ้งตื่นลืมตางง ๆ อยู่ก็พอดีได้ยินเสียงร้อง “ออย ออย” โหยหวน ผมขนลุกซู่ใจสั่นทั้งที่ไม่เคยกลัวผีมาก่อน รีบลุกไปเคาะประตูเรียกแม่ แม่รีบออกมาเปิดประตูถามว่ามีอะไร ผมบอกให้แม่ฟังเสียงร้อง ออย ออย ครั้งแรกแม่หน้าตื่นไปด้วย แต่สักพักก็เป็นเสียงแมว ๒ ตัวกัดกันชุลมุนใต้ถุนบ้าน ทำให้ผมกับแม่ถอนใจเฮือกใหญ่

แม่คงไม่เท่าไรเพราะเพิ่งตื่นมาฟังเสียง แต่ผมมันฝันเป็นเรื่องผีอำมาก่อนตื่นมาได้ยินเสียงแมวขู่กันเลยตกใจใหญ่ นึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ผมลืมสร้อยแขวนพระ มีพระปิดตา พระขุนแผน พระสมเด็จ ๓ องค์ที่เคยเอาไว้ใต้หมอนนอนทุกคืนจึงรีบคว้าสร้อยพระมาไว้ใต้หมอน นอนต่อหลับสนิทจนรุ่งเช้า

รูปเศร้าๆ ที่น่าสยอง
ภาพโดย : สมศักดิ์ มงคลวงศ์

หนังสือแนะนำ



บทความที่คุณอาจจะสนใจ

WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com