By

ทองแถม นาถจำนง

ผู ชื่อเดิมของ เยวี่ย-เหล่า-ลาว-ไท (แปลว่าคน)

มีบันทึกจดหมายเหตุ(ที่เชื่อถือได้)ว่า เมื่อโจวอู่หวางทำสงครามล้มล้างเจ๊ดอ่อง (ในเรื่อง “ฮ่องสิน) ประมาณสามพันปีที่แล้ว พันธมิตรที่สำคัญเอ่ยชื่อไว้คือ คือ ชนเผ่าผู 獛 เผ่า สู่ (จ๊ก) 蜀 (ภาคกลางเสฉวน) เผ่า เชียง (หรือเกี๋ยง ภาคเหนือเสฉวน) นั่นแสดงว่า พวกผูต้องอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเหลืองนัก

จ้วงเป็นบรรพบุรุษไทยหรือไม่?

จ้วงกับไท แยกกันอยู่ ตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจว (ก่อนขงจื๊อ) แล้ว จีนเรียกดินแดนที่จ้วงอยู่ว่า ซีโอว กับ ลั่วเยวี่ย สองชื่อ เรียกดินแดนที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ลงมาของลั่วเยวี่ยว่า เยวี่ยชาง

ปริศนาตัวมอม (๕) จบ

ในล้านนามอม ถูกเปลี่ยนให้เป็นสัตว์พาหนะของปัชชุนนะเทวบุตร ผู้ให้ฝน พระพิรุณ ผู้ให้ฝน ทรงพาหนะ มกร (มะ กะ ระ ซึ่งเทวรูปที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดียทำเป็นรูปจระเข้) ในสายพุทธมีการอ้างอิง มัจฉาชาดก เป็นต้น

ปริศนาตัวมอม (๔) จาก “หมา” เปลี่ยนเป็นสัตว์ผสม

การเปลี่ยนแปลงรูปเคารพจากหมา เป็นสัตว์ที่มีลักษณะผสมผสาน คงจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาในระยะสองพันปี จนกระทั่งกลุ่มชนเผ่าไทที่ได้รับวัฒนธรรมจากอินเดีย เปลี่ยนมอม เป็น สิงมอม – สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีลักษณะผสมระหว่าง หมา-เสือ-สิงห์-แมว-ค่าง มีฤทธิ์เดชมาก

ปริศนามอม (๓) การบูชาหมาในยุคดึกดำบรรพ์

ในหมู่บ้านบางแห่งของชาวจ้วงในกวางสี ยังนิยมตั้งหมาหิน ไว้หน้าหมู่บ้าน หรือหน้าเรือน และมีมากเป็นพิเศษในคาบสมุทรเหลยโจว (ตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง เป็นถิ่นฐานของชนตระกูลภาษาไท กะได มาก่อน) ที่สำคัญคือกลุ่มชาว Tay ไต่ ในจังหวัดลางเซิน เวียดนามภาคเหนือ จะมีหมาหิน ตั้งไว้หน้าบ้านทุกบ้าน

ปริศนาตัวมอม (๒) บูชาหมา

เรื่องดังกล่าวนี้คงเป็นที่เชื่อถือกันในชาวจ้วงหลายกลุ่ม เพราะในพิธีกินข้าวใหม่ทุกปีของชาวลีซอ หลังจากไหว้ผีแล้ว จะเอาข้าวใหม่ และเนื้อที่ปรุงในพิธี ส่งให้หมากินก่อน เช่นเดียวกับชาวไทใต้คง ในยูนนานก็ให้หมากินข้าวใหม่ ในวันสุนัข เดือนอ้าย ส่วนชาวปู้ไต่ ในจังหวัดเหวินซาน มณฑลยูนนาน พอถึงเดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ จะมีประเพณีหุงข้าวให้หมากินเพราะเชื่อกันว่าหมาเป็นผู้นำพันธุ์ข้าวมาให้มนุษย์

วัฒนธรรมแถน (๓)

การศึกษาเรื่อง “แถน” ที่ยังค้างหลงเหลือเป็น “รหัสวัฒนธรรม” อยู่ในสังคมไทสยามนั้นจำเป็นต้องศึกษาเปรียบเทียบกับร่องรอยที่ปรากฏในวัฒนธรรมไท/ไต ทุกกลุ่ม ซึ่งมันทำได้ยาก ผู้เขียนจะพยายามค้นคว้ามาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื้อหาในบทแรก ๆ นี้ จึงมีความหลากหลายในการตีความ “ถอดรหัสวัฒนธรรมแถน” เป็นการปูพื้นฐานปรับข้อมูลให้รับรู้ตรงกันเสียก่อน แล้วในตอนท้าย ๆ ผู้เขียนจึงค่อย ถอดรหัสออกมาตามแนวคิดเห็นของตนเอง

ปริศนาตัวมอม (๑) หมานำพันธุ์ข้าวมาให้คน

เมื่อผู้คนมีไฟใช้หุงต้มอาหาร สุขภาพร่างกายจึงแข็งแรงขึ้นมาก และเมื่อละเลิก ขนบจารีตการกินเนื้อคนแก่แล้ว สัตว์ที่จะกินเป็นอาหารก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ไม่พอจะกินกัน ผู้คนจึงไปปรึกษา ปู้ลัวทัว - ผู้หลวกทั่วอีก.. ผู้หลวกทั่วจึงสั่งให้หมาเก้าหางขึ้นไปขโมยพันธุ์ข้าวบนฟ้า

อนาคตอีสาน เกษตรกรรายย่อยจะอยู่รอด ต้องติดอาวุธปัญญา

ชนชั้นบนในสังคมไทยรับรู้เรื่องนี้ดี ทุนใหญ่ทุนขนาดกลางของไทยไม่เพียงเตรียมตัวพร้อมแล้วแต่ยังรุกคืบหน้าไปมากด้วย เป็นต้นว่า ยุทธศาสตร์อาหารสำเร็จรูปของเซเว่น-อีเล็ฟเว่น จะลงไปถึงระดับหมู่บ้านต่างจังหวัด, ยุทธศาสตร์ข้าวของซีพีจะพัฒนาการทำนาเป็นอุตสาหกรรมฟาร์มขนาดยักษ์ ใช้เครื่องจักรกล โดยรวบรวมที่ดินจากเกษตรกรรายย่อย จัดตั้งชาวนาในรูปสหกรณ์แบ่งปันรายได้กับซีพี ซึ่งอาจจะพัฒนารูปแบบจากสหกรณ์ชาวไร่อ้อย, ฮับทางการแพทย์ ที่จะดึงเอาบุคลากรไป จนทำให้คนไทยชั้นกลางและชั้นล่างเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ยากขึ้น ฯลฯ

การบูชา “ฟ้าหลวง พูราหลวง” ของไทอาหม

พิธีกรรมสวดพูราหลวงนี้เป็นพิธีสาธารณะที่มีการชุมนุมกัน สวดขับร่วมกัน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อฟ้าหลวงและเทพเจ้าทั้งปวงของชาวอาหม บางครั้งจัดขึ้นเพื่อเป็นการสวดต้อนรับบรรดาแขกคนสำคัญที่มาเยือนชุมชน และทำพิธีสวดเรียกขวัญ ให้พร กระทำพิธีขึ้นที่อาคารทรงแปดเหลี่ยมที่เรียกว่า “หอผี”

๓๖๕ น้ำพริกกับสวนรอบบ้าน – ๖. น้ำพริก ผกค. สูตร ๑

กับข้าวสำหรับนักปฏิวัติคือ “พริกตำ” ผมขอเรียกว่า “น้ำพริกเบสิก ผกค.” หรือน้ำพริก ผกค.สูตรที่ ๑”เครื่องปรุง พริก (อะไรก็ได้ ขอให้มี) เกลือเม็ด ใบตอง(สำหรับห่อ)

ผู้ไตในอำเภอหม่ากวน มณฑลยูนนาน

ในเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วง-กวางสี ชาติพันธุ์กลุ่มย่อยที่มีชื่อเรียกตนเองมาแต่เดิมหลายสิบกลุ่ม ถูกเปลี่ยนให้สังกัด ชนชาติจ้วง ชื่อเรียกตนเองว่า คนนุง คนโท้ ผู้ไต ผู้ม่าน(บ้าน) ผู้นา ฯลฯ จึงหายไป

คนเหล่า (Lao) เคลื่อนเข้าสู่เสฉวน

แบบเรียนประวัติศาสตร์รุ่นเก่า เขียนกันว่า ชนเผ่าไทเคยใหญ่อยู่นครลุง นครปา แล้วหนีจีนลงมาอยู่น่านเจ้า จากน่านเจ้าก็หนีจีนลงมาอยู่สุโขทัย แต่บันทึกประวัติศาสตร์จีนกลับมีเรื่องตรงกันข้าม คือ ในยุค หนาน-เป่ย หลังราชวงศ์จิ้น (ของลูกหลานสุมาอี้) แผ่นดินจลาจล ปรากฏว่า จีนกวาดต้อน คนเหล่า ชนพื้นเมืองในกุ้ยโจว ขึ้นไปอยู่เสฉวนถึงห้าแสนกว่าคน

“ลาว” กลุ่มชาติพันธุ์ก่อนเรียกตัวเองว่า “ไต-ไท”

ทั้งหมดนี้มีพันธุกรรม DNA ร่วมกัน มีภาษาใกล้เคียงกัน อยู่ในกลุ่มวัฒนาธรรมข้าว วัฒนธรรมเรือ วัฒนธรรมสำริด ร่วมกัน จีนบันทึกเมื่อเกือบสี่พันปีก่อนเรียกพวกนี้่ว่า ไป่ผู ต่อมาเมื่อสามพันปีก่อนเรียกพวกนี้ว่า "ไป่เยวี่ย" สาขาหนึ่งของพวกไป่เยวี่ย ที่อยู่ในกวางสี กุ้ยโจว ยูนนาน เวียดนามภาคเหนือ และลาวภาคเหนือ อีสาน

วรรณคดีและชีวิตสามัญ คือคลังแห่งภาษา

รู้ภาษาหลายภาษาเท่าใดก็ยิ่งดี สมองคนเราคิดจากภาพออกมาเป็น คำศัพท์ คนเรารู้คำศัพท์มากเท่าใด ก็ยิ่งคิดได้มากคิดได้กว้างได้ลึกกว่าคนที่รู้คำศัพท์น้อย อย่านึกว่า การเรียนวิชาภาษาไทย ให้อ่านวรรณกรรม วรรณคดี มาก ๆ มันไม่มีความหมายไร้ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com