เขียนโดย

"ชัด การชนะ"

พ่อเฒ่าสีกับบักสอย

พ่อเฒ่าสีเป็นคนใจกว้าง แกมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง ครึ่งหนึ่งแกแบ่งให้ลูกเขย อีกครึ่งหนึ่งแกขุดสระเลี้ยงหอยแบบธรรมชาติ ด้วยการไปเก็บหอยโข่งหอยขม ที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาปล่อยลงในสระแล้วให้อาหาร หอยก็ขยายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ เก็บกินได้ เก็บขายก็ดี ส่วนบักสอยที่ได้ที่ดินติดกับพ่อเฒ่าสี มันคิดจะเลี้ยงหมี

กลัวผอม

บักสอนมันเกิดรักชอบพอกับสาวกองลูกสาวพ่อเฒ่าหยองกับแม่เฒ่าตุ้ย แม้ว่าสาวกองจะอ้วนไปหน่อย บักสอนก็ไม่รังเกียจ มันกลับคิดว่า “หุ่นแบบนี้แหละ มันเต็มไม้เต็มมือดี” มันถือว่าจิตใจสำคัญกว่าหุ่น แม้หุ่นจะเข้าประเภท “อ้วนสั้น สันหนา” ก็ไม่ถือสา ข้าจะรักของข้าใครจะทำไม?

คำโตงโตย

การใช้ภาษาของคน “ทางอีศาน” ในสมัยก่อนสิมีคำเว้าคำจาโดยใช้ศัพท์ทางภาษาลาวเป็นส่วนใหญ่ เช่น ภาษาไทย เรียก สำนวน สุภาษิต คำพังเพยคำเสริม ภาษาลาว “ทางอีศาน” ดั้งเดิมสิเอิ้นว่า ยาบโคง โตงโตย

ป า ก แ ข็ ง

พ่อเฒ่าสีนวน ไทบ้านสำราญ มีลูกเขยชื่อ “บักตุ๊” เป็นชาวจังหวัดชลบุรีที่เว้าไทย (พูดภาษากลาง) แรก ๆ ก็เข้าใจกันยาก เพราะเข้าข่ายคำพูดที่ว่า “ไทยบ่จั๊กซาว ลาวบ่จั๊กยี่สิบ” เวลาพูดกัน ลูกเขยมักยํ้าถามเพื่อความเข้าใจและสื่อความหมายได้ถูกต้อง บางครั้งพ่อเฒ่าสีนวนก็ชักรำคาญ เนื่องจากบักตุ๊มันมักถามซํ้ายํ้าทวนจนแกขี้เกียจจะตอบ

ลั บ มี ด

“วันอาทิตย์ อย่าได้เข่นพร้า ตีหอก หลาวแหลน มันสิกลายเป็นผี พากโพย ฟันเจ้า” นั่นก็หมายความว่า ของมีคมทุกประเภท ไม่ควรจัดซื้อจัดหาในวันอาทิตย์ เพราะจะเกิดภัยแก่ผู้ใช้เอง ...

หั ว ป ลา

บักหมอนดำเนินการปรุงอาหารอยู่ใน ครัว พ่อเฒ่าอารมณ์ล้างมือ แล้วไปนั่งคอยเวลากินข้าวที่โต๊ะอาหาร บักหมอนยกสำรับออกมาวางบนโต๊ะ! พ่อเฒ่าอารมณ์ถึงขั้นหมดอารมณ์! เมื่อมองไปยังชามต้มส้มปลาใส่ใบมะขามอ่อน...

นับบ่ฮอดสาม

“กรณ์เอ้ย! ฮ้องบอกโซเฟอร์จอดรถให้พ่อแหน่ พ่อปวดขี้” “เดี๋ยว ๆ” บักกรณ์ประวิงเวลา พ่อเฒ่าอุ้ยก็ทนอดกลั้นไปได้สักระยะหนึ่ง อาการปวดท้องก็หนักขึ้น “กรณ์! บอกโซเฟอร์แม๊ะ กูปวดขี้แฮงแล้วเด้อ!” พ่อเฒ่าอุ้ยย้ำอีกครั้ง

ชื่อหมา

มีหมาอยู่ตัวหนึ่งที่มีสีลายด่างสลับหลายสี เหมือนกับช่างเขียนเอาสีมาแต้มมาทาให้ บักต่อก็เลยตั้งชื่อหมาตัวนั้นว่า “บักแต้ม”

อย่างเก่า

“อีนาง เบียร์เย็น ๆ ขวด กับแกล้มเอาตำสาวน้อยคอยไข่อ้ายมาอย่างหนึ่งก่อน! ชื่อมันเป็นตาแซบว่ะ!” เมื่อเด็กเสิร์ฟเอาเบียร์มารินให้ พ่อเฒ่าเสือยก แก้วเบียร์ขึ้นจิบแล้วพูดกับบักแดงผู้เป็นลูกเขย “อยู่บ้านแม่เฒ่าโต๋ เอาแต่หมากถั่วให้กินสู่มื้อ มื้อนี้ขอมากินแนวแซบ ๆ เบิ่งหนา! เอ้า ยกแก้ว!”

บักตูบ

บักตูบเป็นสุนัขแสนรู้ เป็นเพื่อนคู่ของคำหวึ่งมาตั้งแต่เล็กจนโต คำหวึ่งโตขึ้นสาวรุ่นเข้ากรุงเทพฯ ไปทำงานที่โรงงานทอผ้า ปีต่อมาคำหวึ่งกลับมาเยี่ยมบ้าน แต่งตัวเป็นสาวกรุงเทพฯ ทันสมัย

หมดฤทธิ์

มีคำร่ำลือว่าพ่อเฒ่าบุญเลิศ ชาวบ้านบุ่ง เป็นคนชอบสนุก เห็นสาวน้อยวัยขบเผาะที่ไรมัก หยอกล้อแซวเล่น เป็นประเภท “คนแก่ตัณหา กลับ”

เล่นไพ่

เคยมีคำสอนเป็นผญาโบราณอีสานที่เขียนไว้เตือนสติว่า “ของบ่เป็นตาจ้ำ อย่าสิจุ่มลงเหลิก (ลึก) ของบ่เป็นต๋ากิ๋น อย่ากิ๋น สิพวนท้อง (คลื่นไส้)”

คำสุดท้าย

สังคมในยุคปัจจุบัน นับวันจะรัดตัวมากขึ้น เพราะเป็นยุคแห่งการแข่งขัน ใครมัวแต่อืดอาดยืดยาด จะไม่ทันคนอื่นเขา ดังคำกล่าวว่า “ยุคสารสนเทศ ขอบเขตแข่งขัน แต่ละวันเปลี่ยนแปลง” ก็จริงนะ ยุคนี้ใครไม่ติดตามข่า...
Read More

ตด

“อ่วม…บ่แม่นเฮาหลงซื้ออาหารปลอมมากินซะบ้อ?” พ่อเฒ่าหมานเว้ากับบักอ่วมผู้เป็นลูกเขย “บ่ดอก…ข่อยซื้อหยังมากิน ข้อยสิพิจารณาเลือกอย่างละเอียด บ่มีของปลอมดอกน่า!”

เรื่องเล่าชุดพ่อเฒ่ากับลูกเขย : ติดตาม

บักผองมันก็สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อลูกชิ้นเส้นเล็กมา ๒ ชาม ไม่นานเกินรอก๋วยเตี๋ยวก็มาวางอยู่ตรงหน้า บักผองมันจัดช้อนกับตะเกียบยื่นให้พ่อเฒ่าพุฒิ“พ่อใช้ตะเกียบเป็นหือบ่?” บักผองถาม“บ่ถนัดป๋านได๋ว่ะ!” พ่อเฒ่าพุฒิว่า“ต้องลอง! เข้ามาเมืองมันต้องทันสมัย!”
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com