เขียนโดย

กอง บ.ก.

ปิดเล่ม

สิ่งสำคัญของมนุษย์ อาจจะบอกว่าสำคัญที่สุดก็ว่าได้ คือมนุษย์รู้จักใช้ “ภาษา” ภาษาทำให้มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานทั่วไป ต่อมา “ภาษา” ก็ช่วยให้มนุษย์พัฒนา เจริญก้าวหน้าขึ้นทุก ๆ ด้าน ยิ่งเริ่มมีตัวอักษรใช้ เกิดภาษาเขียน - มนุษย์ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว มนุษย์กลุ่มใดหรือเผ่าใดไม่มีภาษาตัวอักษรสำหรับใช้ในภาษาของตนเองก็ด้อยความเจริญ ล้าหลังพวกมีภาษาอักษรของตนเองลงเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม สองพันปีมานี้ มนุษย์ที่มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง ก็มีที่เสื่อมสลายไปไม่น้อยเหมือนกัน

เรื่องการเขียนหนังสือ

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ข้าพเจ้าอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ขณะนั้นข้าพเจ้าใคร่จะโฆษณาถึงประเทศของตนบ้าง แต่ทว่าข้าพเจ้ายังไม่รู้ภาษาฝรั่งเศสดี เลยไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร?

เชิญร่วม ทัวร์สายธารวัฒนธรรมฯอีศาน ครั้งที่ 2

เชิญร่วมทัวร์สายธารวัฒนธรรมฯอีศาน ครั้งที่ 2 *มหาสารคาม-กาฬสินธุ์-ร่วมงานสายธารวัฒนธรรมเพื่อชีวิตฯ* 28 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2562 (กำหนดการ/เส้นทางฉบับร่าง)

ข้ า ว จุ ก ค อ

สองพ่อลูกรักผูกพันกันมาก เนื่องจากลูกชายเป็นเด็กช่างพูด ถึงจะช่างพูดแต่ก็น่ารักสองพ่อลูกไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ต่อมาวันหนึ่งพ่อชวนลูกชายไปเยี่ยมเพื่อนที่ต่างหมู่บ้านเพื่อนของพ่อดีใจมากถึงกับจับไก่มาเชือดทำลาบเป็นอาหาร แถมยังจับปลาในบ่อมานึ่งอีกต่างหากเมื่อได้เวลากินข้าว เพื่อนของพ่อพร้อมด้วยครอบครัว เชิญสองพ่อลูกให้กินข้าวด้วยกัน ผู้เป็นพ่อมีข้อบกพร่องประจำตัวที่แก้ไม่หาย นั้นคือเมื่อกินข้าวคราวใดมักจะเกิดอาการข้าวจุกคอ ทางเดียวที่ช่วยได้คือต้องกินนํ้ามาก ๆ

คำโตงโตย : “ฮ้อนกว่าไฟ ใสกว่าแก้ว แล้วก่อนทำ”

ฮ้อนกว่าไฟ ได้แก่ใจ ปกติของใจ นึกจะ ทำอะไรก็อยากจะทำเร็ว ๆ อยากจะให้เสร็จ เร็ว ๆ ที่ว่าไฟฮ้อนก็ไม่ฮ้อนเท่าใจ เพราะไฟ ธรรมที่ว่าร้อน ก็เผาได้แต่เฉพาะกาย ไม่เผาใจ ได้ ส่วนไฟคือใจร้อนนี้ มันเผาทั้งร่างกายและ จิตใจ เมื่อใจร้อนแล้วกายวาจาก็พลอยร้อนไป ด้วย

แมงมุมพิษอีสาน

ชาวบ้านเชื่อว่าหากไม่ได้เอาเข็มไนที่ติดอยู่ที่แผลออกจะทำให้มีปัญหาเรื้อรังตามมาจนตาย คือเมื่อถูกอากาศเย็นจะมีอาการหนาวสะบั้น ครั้งละนานเป็นชั่วโมง และจะรักษาไม่หาย หากไม่ได้เอาเข็มไนออกภายใน ๕ ปี ซึ่งการเอาเอาออกทันที หากทิ้งไว้นานไปยิ่งมีโอกาสเอาออกได้ยาก ถ้าเกิน ๕ ปีก็จะไม่สามารถหาพบ

ยักษ์สะลึคึ ตำนานแม่น้ำโขง

ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว มียักษ์เพศผู้ตนหนึ่งหากินอยู่บริเวณที่เป็นอาณาเขตของประเทศจีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ในปัจจุบัน ยุคนั้นบ้านเมืองต่าง ๆ ยังไม่มีการรวมกลุ่มเป็นประเทศ จะมีเพียงผู้คนอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ตามป่าเขา ชาวบ้านทั่วไปจะรู้จักยักษ์เพศผู้ตนนี้ดี เพราะเวลามันเดินทางไปหาอาหาร จะเกิดเสียงดังสนั่นเหมือนกับเกิดแผ่นดินเลื่อนหรือแยกออกเป็นร่อง พอชาวบ้านได้ยินเสียงดังกล่าวจะพากันอพยพหลบหนีไปซ่อนตัวตามหุบเขาให้พ้นเส้นทางที่ยักษ์ตนนี้เดินผ่านจะได้ปลอดภัย

พื้นสืบ

“พื้นสืบ” ในภาษาลาว หมายถึง เรื่องเล่าพื้นบ้าน มีเนื้อหาเล่าถึงประวัติของ บุคคล, เหตุการณ์, สถานที่, ชุมชน, บ้านเมือง ฯลฯ ดั้งเดิมเป็นวรรณกรรม “มุขปาฐะ” คือเรื่องเล่า ต่อมาเมื่อเริ่มมีการเขียนบันทึกเชิงประวัติศาสตร์ เนื้อหาของพื้นสืบถูกปรับปรุง ถูกตัดทอน ให้ดูเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ทางอีสานบ้านเรา เรียกวรรณกรรมประเภทนี้ว่า “หนังสือพื้น”

นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๑๐)

หญิงสาวคนหนึ่งแต่งชุดดำ กำลังนั่งเดี่ยวจะเข้ท่ามกลางผู้คนที่ชุมนุมกลางลานกว้าง แสงจันทร์ส่องให้เห็นใบหน้า มวยผมแซมมงกุฎดอกไม้สีขาวสไบสีแดงพาดเฉียงไหล่ซ้าย เข็มขัดเงินคาดเอวสะท้อนแสงวับวาว เพ่งมองใบหน้าอีกครั้งด้วยคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นมาก่อน ช่วงที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เหมราชถึงกับสะดุ้งใบหน้าของเธอละม้ายเหมือนนาฏนภางค์ กิริยาท่าทางก็ยิ่งเหมือนหนักเข้าไปอีก

“หมาเก้าหาง” วงพื้นบ้านอีสานปลุกใจรักท้องถิ่น

ศิลป์สโมสรวันนี้พบกับวงดนตรีพื้นบ้านอีสาน "หมาเก้าหาง" ที่นำเครื่องดนตรีหลากหลายมาผสมผสานจนได้ทางดนตรีแปลกใหม่ หวังปลุกใจคนรุ่นใหม่ให้รักในท่วงทำนองของท้องถิ่น

“ทางอีศาน” คือ สื่อสร้างสุข

นิตยสาร “ทางอีศาน” คือสื่อสารมวลชนที่ชูคำขวัญว่า “ลึกซึ้งรากเหง้า เข้าใจปัจจุบัน รู้ทันอนาคต” เพื่อมุ่งเน้นเผยแพร่เรื่องราวข่าวสารให้ผู้คนทุกชาติพันธุ์วรรณาที่เกิดมาในแอ่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ได้ตระหนักในพลังอันยิ่งใหญที่เกิดขึ้นและสืบสานมาแล้วในอดีต วันนี้เราต้องพลิกฟื้นพลังชีวิตให้กลับมาเข้มแข็งสดชื่น และสร้างอนาคตให้ประเทศชาติรุ่งเรืองร่วมกัน

ชนะคาม – เชียงคาน “พระหด” สิ่งมหัศจรรย์ของอาเซียน

สมัยโบราณนั้นตัวอำเภอเชียงคานกับเมืองสานะคามหรือชนะคามเป็นเมืองเดียวกัน(เมืองอกแตก คือ มีสองฝั่ง ส่วนใหญ่แล้วบริเวณตัวเมืองใหญ่จะอยู่ฝั่งลาว ตัวเมืองเล็กอยู่ฝั่งไทย เช่น “ศรีเชียงใหม่ก็คือส่วนหนึ่งของเมืองเวียงจันโบราณ) เมืองเชียงคานโบราณเป็นเมืองสำคัญอยู่กึ่งกลางระหว่างหลวงพระบางกับเวียงจัน

คำผญา พระไม้: หม่ำ

“เนื้อดีๆ ซอยถี่ๆ ฟักแหลกๆ คั้นแล้ว แดกใส่บั้ง เคียนข้อต่อกัน” ฯ เนื้อดี แข่นอั้นตั้น คั้นใส่หัวผักเทียม ซอยเทิงตับ ใส่นำพอด้าม เอาเทิงม้าม ลงนำจักสะหน่อย คั้นให้มุ่นอ้อยป้อย อุ้ยตุ้ยใส่กัน ของสำคัญว่านั้น แม่นข้าวคั่วลงผสม คั้นจนสมพอควร จนว่าสีหอมกุ้ม แล้วจั่งหยุมลงไส้ อัดดียัดแก่น พู้นเด้อ...อ่านต่อ

ข้าวขวางโลก

ต้องดัดนิสัยตัวเอง หัดมันตั้งสติให้เที่ยงจากนั้นก็ดัดนิสัยต้นข้าวในนาของเฮา... ให้มันปรับตัวกับดินที่บ่มีปุ๋ย บ่มีสารเคมี มันอาจจะบ่งามในระยะแรก แต่เมื่อปรับตัวได้ นิสัยดีแล้ว ในปีที่สามมันจะงามจนบ่อยากจะเชื่อ’ พ่อแดงเล่าด้วยอารมณ์ขันบนแคร่ริมกอไผ่ ลมเมษาพัดโชยมาจากทิศเหนือ หอบกลิ่นหอมรวงข้าวและความเย็นชื่นจากทุ่งนามาคลอเคลียร่างผอมสูง อารมณ์ดี แข็งแรงของชายชาวนาวัย ๖๐ ผู้เป็นลูกชายคนที่ ๒ ของพ่อแม่ แต่ทว่ากลับกลายเป็นเสาหลักและเป็นผู้นำให้กับพี่น้องของตน

ประวัติความเป็นมาของเผ่าภูไท ตำนานแรก

เผ่าภูไทนิยมนุ่งผ้าซิ่นหมี่ตีนต่อ เป็นผืนเดียวกันกับผ้าผืนกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว ย้อมครมเกือบสีดำ เรียกว่าผ้าดำหรือซิ่นดำ สวมเสื้อแขนกระบอกสามส่วน สำดำขลิบแดง ติดกระดุมเงิน หรือเหรียญสตางค์ หรือกระดุมขาวมาติดเรียงสองแถวห่มด้วยผ้าขิดพื้นเมือง เปลือยไหล่ด้านขวา ห่มด้านซ้ายและมัดชายผ้าสีข้างด้านขวา นิยมสวมสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ข้อเท้า ด้วยโลหะเงิน เกล้าผมเป็นมวยสูงตั้งตรง ใช้ผ้ามนหรือแพรมนทำเป็นผ้าสี่เหลี่ยมเล็กๆ ม้วนผูกมวยผม
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com