หมวดหมู่

วรรณกรรม

นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๖)

“เจ้าก็รู้” เวียงจันทราย้ำคำพูดเสียงแจ่มใส “ที่ตระหง่านอยู่ต่อหน้าเจ้า คือเจดีย์พ้นทุกข์ ใครก็ตามที่มุ่งสู่ทางพ้นทุกข์ แต่ละคนดั้นด้นมากราบไหว้องค์เจดีย์ นั้นคือภารกิจพวกเขา ส่วนจะพ้นทุกข์หรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคน” ตวัดสายตากลับมาจ้องมองหน้าเหมราชเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตา “ทั้งเจ้า ทั้งข้า ทั้งองค์เจดีย์และผู้มากราบไหว้ ล้วนแต่มีภารกิจด้วยกันทั้งนั้น และภารกิจยังไม่สิ้นสุด”

เรื่องสั้น : กำแพง

ไอ้ห่า! มึงต่อยกับกูไหม ? ขบวนกลองยาวงานบวชพลันหยุดชะงัก จากขบวนแห่นาคกลับตาลปัตรเป็นสังเวียนมวยอย่างช่วยไม่ได้ หนุ่มเลือดร้อนรุ่นใหญ่ผมสองสีกลับมาท้าตีท้าต่อยกันกลางงานเหมือนเด็กวัยรุ่น

นวนิยาย : กาบแก้วบัวบาน (๕)

ข้าไม่มีเวลาได้ท่องเที่ยว ชายชุดขาวพูดด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง “บรรพบุรุษข้าเคยไปทวารวดี และศรีอโยธยา ปู่ข้าท่องลุ่มน้ำบางกอกมาแล้ว พ่อข้าบอกว่า เคยท่องเมืองล้านนา เมืองล้านช้าง แต่พ่อข้าห้ามนักห้ามหนา อย่าท่องเมืองรัตนโกสินทร์” หยุดหายใจ มองจ้องเข้าไปในดวงตาของเหมราชแล้วพูดเสียงหนัก ถ้ากรุงเทพฯ ที่เจ้าพูดถึงเป็นเมืองรัตนโกสินทร์ พ่อข้าห้ามไปเด็ดขาด

นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๔)

หลังจากเหมราชพลัดหลงมาอยู่ศรีโคตรบูรณ์ ได้เป็นสหายกับเจ้าเชียงรุ้งลูกชายเจ้าเมือง ตกลงรับรักกับเจ้าฟ้าคำหยาด เจอแต่เรื่องราวอันลึกลับงงงวย เหมราชเริ่มเป็นห่วงเรื่องทางบ้าน ธุรกิจ ญาติพี่น้อง เริ่มหาตู้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับทางบ้าน แต่ไม่พบเจอแต่สิ่งไม่คาดคิดมากมาย พร้อมความในใจของสหายคนใหม่ เจ้าเชียงรุ้ง เหมราชจะรับมืออย่างไรดี

นวนิยาย : กาบแก้วบัวบาน (๓)

สักครู่ฝูงนกยักษ์ก็บินกลับมามืดฟ้ามัวดินเสียงปีกกระพือดังอื้ออึงทั่วท้องฟ้า พวกมันบินใกล้เข้ามาจนเหมราชเห็นถนัดตา แต่ละตัวใหญ่โตเหมือนช้าง ขนสีขาวสลับลายสีน้ำเงิน

ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน ตอนที่ 11

ดอกเตอร์สีโห บุญบา ออกจากห้องบรรยาย กลับเข้ามานั่งในห้องอาจารย์แล้วงีบหลับไปชั่ว ขณะ พอดีมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จึงรู้สึกตัวใช้มือ นวดคลึงท้ายทอยตนเองและหาวด้วยการอ้าปาก กว้าง ๆ ก่อนจะยกมือไปยกโทรศัพท์มาแนบหู

นวนิยาย : กาบแก้วบัวบาน (๒)

เจ้าเชียงรุ้งเป็นใคร เหตุใดจึงมีน้ำใจให้เขามากมาย เจ้าเมืองเป็นใคร ทำไมจึงจัดพิธียิ่งใหญ่สำหรับเขา เมืองนี้เป็นเมืองอะไร และอยู่ที่ไหน ดื่มน้ำสวามิภักดิ์ต้องทำอย่างไร ทั้งที่มืดแปดด้าน เมื่อไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจไปร่วมพิธี

นวนิยาย: กาบแก้วบัวบาน (๑)

เหมราชไม่เคยพบเห็นงูใหญ่ขนาดมหึมาถึงปานนี้ ประหลาดนัก ตัวแรกใหญ่เกือบเท่าต้นตาลอีกสองตัวขนาดเท่าต้นไม้ข้างทาง ทั้งสามตัวเลื้อยหายไปในพงหญ้า ขืนชักช้าถ้าพวกมันเลื้อยกลับมาอีกมีหวังถูกมันกลืนลงท้องแน่ ๆ ตัดสินใจไม่ตามหาอีกแล้วหญิงสาวชุดดำ จึงเร่งเท้าเดินด้วยหวังจะกลับไปให้ถึงลานจอดรถโดยเร็ว ขณะกำลังเดินผ่านต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายอยู่สองข้างทาง เสียงไก่ขันสลับเสียงหมาเห่าดังขรมอยู่ข้างหน้า หมู่บ้านคงอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก ถึงจะมืดแต่ดวงจันทร์ส่องสว่างให้มองเห็นทาง ทั้งที่เย็นน้ำค้างและเหน็บหนาวลมดึก ใจกลับร้อนรุ่มคิดถึงรอยยิ้มของหญิงสาวชุดดำขึ้นมาอีก ฝืนตัดใจไม่คิดแต่ก็ยังคิด

ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน ตอนที่ 10

เมื่อคราวที่จารย์บุญและจารย์แก้วกับอีแพงเมียข่า พร้อมครอบครัวชาวข่าจำนวนหนึ่งลงมาจากยอดภู พวกเขาก็เดินทางเข้าตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ดินแดนห้วยขุหลุ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนแต่เดิมมาของจารย์บุญ ฝ่ายเฒ่าแก่และหมู่ญาติก็พากันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ

ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน ตอนที่ 9

วันหนึ่ง, เมื่อคณะของหลวงสากลกิจฯเสร็จการตรวจตราการทำแผนที่แล้วเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ แต่ฉันยังมีคำสั่งให้ช่วยพระยอดเมืองขวางทางด้านนี้อยู่ หมื่นประจักษ์สนิทนึกก็ชักชวนฉันขึ้นท่าที่เมืองนครพนม “ผมรู้ว่าท่านห่างบ้านห่างครอบครัวมานานชวนไปแสวงหาความสำราญคงไม่ว่าอะไร?” “จะว่าอะไรได้” ฉันบอก “นั่งดื่มเหล้าเว้าความลาวแล้วเมาหลับไป ทำกันอยู่บ่อย ๆ” “หามิได้ขอรับ บริวารผมที่นครพนมมีความสำราญอย่างใหม่” “บอกได้มั้ย ว่าความสำราญนั้นเป็นอย่างใด?” “ท่านต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองขอรับ”

ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน ตอนที่ 4

อีกวันหนึ่งในปีนี้, มีชายวัยประมาณสี่สิบปีเศษ หน้าตาคมสัน ร่างสันทัด ผิวสีดำแดงแกร่งก้าน ท่าทางมั่นอกมั่นใจในตนเองเป็นอันมาก เว้นแต่

ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน ตอนที่ 3

จารย์บุญเห็นเพื่อนดิ้นรนจนปัญญา จึงได้แต่กล่าวเตือนออกไปว่า... เซื้อซาดจ่อง คันจ่องยังกะหุบ  ซาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง ยามเมื่อซาตาขึ้น ขวางเป็นขอนก็ยังล่อง คาดสิล้ม มือหยุ้มหญ้ากะบ่พัง เสี่ยวเอย... จารย์แก้วคิดได้ฉับไวสมกับเป็นผู้สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ก็กล่าวท้าชายฉกรรจ์เหล่านั้นว่า จงมาพิสูจน์กัน ข้าขอท้าสู้กับพวกเอ็ง เพื่อให้เห็นว่าผู้มีสัจจะย่อมไม่ตาย ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ดอกขะเจียวจากโคกขี้แลน ตอนที่ 2

“เวียงจันทน์เศร้า สาวเอยอย่าฟ้าวว่า มันสิโป้บาดหล่า บักแตงช้าง หน่วยปลาย เวียงจันทน์เศร้า เป็นโพนหมาขี้จอก บาดว่า บางกอกฮ้าง ยังสิได้เพิ่งเวียง ดอกนาฯ”

วรรณกรรมพินิจ “ทาง” ของ ปรีดา ข้าวบ่อ โดย ชลธิรา สัตยาวัฒนา

ดิฉันอ่าน “ทาง” ผลงานรวมบทกวีของคุณปรีดา ข้าวบ่อ อย่างรวดเร็ว ได้ข้อสรุปในใจชัดเจน จะขอเริ่มต้นพูดคุยแลกเปลี่ยนเลยนะคะ ถ้าจะจับ ‘ทางกวี’ ของคุณปรีดาในแง่ของความเป็น “อรรถกวี”
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com