Category

บทกวี

ปู่สอนหลาน

อย่าเอาไก่ป่ามาเฮ็ดไก่ขวัญ- อย่ากินยาตางผู้ไข้- อย่าหาเหามาใส่หัว- อย่าเชื่อใจทาง อย่าวางในคน มันจนใจโต- อย่าเอาเสิกมาใส่บ้าน อย่าเอาหว้านมาใส่สวน

คำโตงโตย: ทางหลวง

ดร.ปรีชา พิณทอง อธิบายว่า ทางหลวงคือ ทางเส้นใหญ่ ทางเส้นใหญ่นั้นพระพุทธเจ้าถางไว้เพื่อให้พุทธบริษัทเดินตาม ทางเส้นใหญ่ได้แก่มรรคแปด มี สัมมาทิฏฐิ ? ความเห็นชอบ เป็นต้น มี สัมมาสมาธิ - ตั้งใจชอบ เป็นเส้นสุดท้ายพระองค์เดินตามทางใหญ่นี้จึงได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า แล้วสอนให้พุทธบริษัทเดินตาม ผู้เดินตามก็มี ไม่เดินตามก็มี

กาพย์ไขโคลงภาษิตลาว: เวลา

เป็นที่ทราบชัดเจนมานานแล้วว่า คำประพันธ์ประเภทโคลงของลุ่มเจ้าพระยานั้นได้รับอิทธิพลต้นแบบมาจากล้านนา และล้านช้าง โดยเฉพาะล้านช้างนั้นมีโคลงภาษิตเก่าแก่ซุกซ่อนไว้นมนานเพื่อสอนสั่งเตือนสติลูกหลาน บัดนี้ขอขุดค้นมาเผยแผ่แก่หลานเหลนลูกเพื่อปลูกผญาอันไร้กาลเวลาและพรมแดน

คำโตงโตย : หมู่เฮา – สาวอีสานหย่างกางฮ่ม

มีดน้อย ๆ ฟันเข้า ก็บ่นับ ผู้เฒ่ากล่าวคำหาญ ก็บ่นับ ปูมหลวงบอกยาป้าง ก็บ่นับ แม่ร้างบอกยาเสน่ห์ ก็บ่นับ คนโลเลสั่งสอนความรู้ ก็บ่นับ คนหลบลู่ชี้บอกทางคุณ ก็บ่นับ คนเป็นขุนชี้บอกทางค้า ก็บ่นับ คนเป็นข้าชี้ช่องหาเงิน ก็บ่นับ คนมั่งมีกินทาน ก็บ่นับ คนขี้ไร้อวดมั่งอวดมี ก็บ่นับ ฯ

เชิญธง “ทางอีศาน”

เชิญธงแล้วจ้วงเหล้าจากไหใหญ่ เหล้านี้ต้มด้วยใจรสเข้มข้น จอกแรกถวายแถนเบื้องบน สาดจอกสองบูชาบรรพชนคนสร้างไท ตำจอกสามกับมวลมิตรสหาย กินดื่มให้ชุ่มใจกายเพื่องานใหญ่ อิ่มหนำแล้วเราออกเคลื่อนขบวนไกล ไปเฮาไปไปแปงสร้างทางอีศาน...

ปรัศนี

มนุษย์มีเพศสภาพกว่าชายหญิง ความคิดยิ่งยากจาระไนไพศาล แท้จริงดีมีนิยามตามรูปการณ์ เชื่อมด้วยรักจึงสมานสานไมตรี

กลอนเครือเขากาด

“กลอนเครือเขากาด” นี้ เป็น “กลอนประวัติศาสตร์” แต่งโดย หมอลำทองลา สายแวว บ้านหัวเรือ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี รวมอยู่ในหนังสือ “ไขภาษิตโบราณอีสาน” ของ ดร.ปรีชา พิณทอง

ผญา: คองคอย

บทผญา คองคอย โดยพระไม้: คองว่าสิได้ มาเห็นหน้า หวนคืนบ้านเก่า คองว่าสิได้ เห็นหน้าเจ้า เมือบ้านถิ่นอีสาน อีสานบ้าน บ่อนแถนแปงอินทร์หล่อ ว่าสิ มีคู่ค้ำ มาตุ้มสร้างสา ฯ โอนอ พอว่าเถิงเดือนอ้าย เดือนเจียง ลมล่วง หนาวหน่วงน้าว ใจอ้ายอ่าวกระสัน พันธนังฮ้อน ฮนฮวยคึดฮอดอุ่น อวลเอย บุญห่านี้ บ่มีน้องอยู่เคียง ฯ

คำโตงโตย : “ฮ้อนกว่าไฟ ใสกว่าแก้ว แล้วก่อนทำ”

ฮ้อนกว่าไฟ ได้แก่ใจ ปกติของใจ นึกจะ ทำอะไรก็อยากจะทำเร็ว ๆ อยากจะให้เสร็จ เร็ว ๆ ที่ว่าไฟฮ้อนก็ไม่ฮ้อนเท่าใจ เพราะไฟ ธรรมที่ว่าร้อน ก็เผาได้แต่เฉพาะกาย ไม่เผาใจ ได้ ส่วนไฟคือใจร้อนนี้ มันเผาทั้งร่างกายและ จิตใจ เมื่อใจร้อนแล้วกายวาจาก็พลอยร้อนไป ด้วย

ข้ า คื อ ค น

๐ หนึ่งชาติพันธุ์วรรณาได้ปรากฏ ชีวิตเลี้ยวเคี้ยวคดเกินกฎสร้าง วันปู่ย่าตายายออกเดินทาง ไม่ตายดับจึงถากถางสร้างตำนาน...

กลอนบทละคร (๑๕-๑๖)

บทพากย์ นางลอย ยุคอยุธยา เทียบกับพระราชนิพนธ์ ร.2 ขนบการประพันธ์ของไทยโบราณ ผู้ประพันธ์จะถ่อมตน บางเรื่องไม่แถลงนามผู้ประพันธ์ หลายเรื่องที่ลงท้ายเชิญให้ผู้ที่มีความสามารถสูงกว่าช่วยแก้ไขปรับปรุงให้ด้วย
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com