เขียนโดย

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

ตอนเปิดผ้าม่านกั้ง แรกหลงฮอยอีสาน

ไทบ้านเฮาก็บ่มีอีหยังดอก อาศัยความเพียงจริงใจเท่านั้นแหละหล่า ขณะที่ปล่อยให้เปลือกมะรุมปลิวคว้างไปกับสายลมของฤดูแล้งที่พัดมาจากทิศใต้.. รสชาติทั้งฝาดทั้งขมจนขื่นอยู่ในคอ หากแต่เพียงชั่วประเดี๋ยว น้ำลายที่กลืนตามลงไปกลับทำให้เกิดเป็นรสหวานชุ่มคอดีแท้ จนอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่านี่อาจเป็นปริศนาธรรมที่ยายเคนบอกใบ้ไว้

ม่วนชื่นเจ้าแม่สองนาง

หมอ ช่วยบักวันชนะแหน่ วันชนะคือใครฉันไม่ได้สนใจ เบื้องหน้าฉันคือแมวที่กำลังทำท่ากระหายอากาศอย่างเอาเป็นเอาตาย หน้าบวม แถมเยือกเมือกเป็นสีม่วงคล้ำเช่นนี้ไม่ผิดแน่ อาการเป็นพิษจากยาพาราเซตามอล ไม่ทันได้ซักถามอะไรให้มากความเพราะถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ทุกวินาทีไม่ต่างจากทรายแห่งชีวิตที่กำลังร่วงหล่นสู่กระเปาะแก้วเบื้องล่าง

เมื่อม้ากัณฐกะไม่ได้มีสีขาวปลอดและม้าเฝ้าอุรังคธาตุน่ะมีสี

ม้าและมนุษย์มีความผูกพันกันมากว่า ๕,๐๐๐ ปีแล้ว ในวรรณกรรมต่าง ๆ ม้ายังเป็นตัวละครที่ช่วยเสริมอรรถรสด้วย เห็นในแต่ละเรื่องมีอภินิหารเป็นสุดยอดอาชาที่เก่งกล้าสามารถ แต่ก็ใช่ผู้แต่งจะเขียนบรรยายลักษณะกันเรื่อยเปื่อยนะ เชื่อไหมว่าเขามีการอ้างอิงตำราไม่ต่างจากนักเขียนนิยายสมัยใหม่เลยเชียว ตำราที่ว่านั่นคือ “ตำราม้าของเก่า” และ “ตำราม้าคำโคลง”

ข้างหลังภาพ…ฮูปแต้มม้าวัดไชยศรี

“นี่มันม้าพื้นบ้านชัด ๆ” หลังพิศดูลักษณะจนคิดว่าใช่แน่แล้วหัวใจของฉันก็พองฟู แล้วรู้ได้อย่างไรว่าม้าในฮูปแต้มน่ะ ไม่ใช่ม้าเทศที่นำเข้ามาจากแดนไกล? ขอเรียกว่าข้อสันนิษฐานก็แล้วกัน อันดับแรกดูที่ส่วนสัดความสูง ม้าพื้นเมืองจะมีความสูงไม่มาก

อุรังคธาตุ – นิทานพเนจร : ที่จุดเริ่มต้นคือที่สุดท้าย – ตอนจบ

หลังกลับจากนมัสการพระธาตุหัวอก ฉันได้เริ่มเขียนบันทึกการพเนจรตามรอยบาทพระเจ้าเลียบโลกฉบับอีสาน เวลาล่วงผ่านจากฤดูร้อนครั้งนั้นบัดนี้มองผ่านหน้าต่างห้องช่อดอกคูนกลับมาบานอีกรอบแล้ว

อุรังคธาตุ – นิทานพเนจร : บุกดอยนันทกังฮี – ๓ (๗)

รอยพระพุทธบาทที่นี่แม้เป็นรอยที่เกิดโดยธรรมชาติ แต่แตกต่างจากที่เคยเห็นมาเป็นอันมาก คือ เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ แต่ปลายนิ้วทั้ง ๕ ดูคล้ายกับลื่นไถลนิดหน่อยก่อนจะฝากรอยจมลึกลงในโคลน ทาด้วยสีทอง

อุรังคธาตุ – นิทานพเนจร : บุกดอยนันทกังฮี – ๒ (๖)

ฮอยบาทพระเจ้าอยู่นี่ มีอยู่บ่เอื้อย” พนักงานต้อนรับของโรงแรมและมัคคุเทศก์สาวชาวลาวเวียงที่รอลูกค้าอยู่ในโถงล็อบบี้พร้อมใจกันย้อนถาม เมื่อฉันถามถึงตำแหน่งที่ตั้งของรอยพระพุทธบาท

อุรังคธาตุ – นิทานพเนจร : บุกดอยนันทกังฮี – ๑ (๕)

เมื่อ ๖ เดือนก่อน...ฉันได้รับอีเมลสำเนาเอกสารใบลานเรื่อง “ตำนานธาตุหัวอกพระเจ้า” ของวัดใหม่สุวรรณภูมาราม เมืองหลวงพระบาง จากพระอาจารย์ไพวัน มาลาวง

อุรังคธาตุ – นิทานพเนจร : พญานาคเกเรแห่งรอยพระพุทธบาท หมายเลข ๓ (๔)

หลวงพ่อเจริญเจ้าอาวาสวัดป่าแห่งหนึ่งในอำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ที่ฉันให้ความเคารพเคยบอกไว้ตั้งแต่ยังเป็นเพียงเด็กสาวอ่อนเดียงสา เพราะเห็นว่าชอบอ่านนิทานพื้นบ้านตำนานต่าง ๆ ราวกับท่านได้เล็งเห็นว่าหากมีวิชาความรู้ก็เหมือนมีทรัพย์ที่จะได้ใช้ในอนาคต

อุรังคธาตุ-นิทานพเนจร : สู่เมืองหนองหานหลวง (๓)

แม้ในวันเดินทางจะมีฝนหลงฤดูตกกระหน่ำลงมาในช่วงเดือนธันวาคม แต่อุปสรรคเพียงแค่นี้ก็ไม่สามารถทำลายความตั้งใจในการไปนมัสการรอยพระพุทธบาทของฉันได้

อุรังคธาตุ-นิทานพเนจร : ที่จุดเริ่มต้นคือที่สุดท้าย – ๑ (๘)

หากไม่ใช่เพราะคำว่า “ศรัทธา” แล้วจะเป็นสิ่งใดไปได้ที่ทำให้คนคนหนึ่งมีจิตใจตั้งมั่นถึงขนาดเดินเท้าจาริกไปมนัสการพระธาตุพนม...

อุรังคธาตุ-นิทานพเนจร : จุดเริ่มต้น (๒)

เช้าชีวิตของฉันเริ่มต้นขึ้นที่รูปเคารพพญาศรีสัตตนาคที่ริมโขง ฉันอธิษฐานขอให้การตามรอยพระพุทธบาทแห่งมหาบุรุษสำเร็จลุล่วงไร้อุปสรรค เมื่อเกิดขวัญกำลังใจฮึกเหิมแล้วเติมมื้อเช้าเป็นเชื้อเพลิงใส่ท้องอีกหน่อยก็พร้อมเดินทาง โดยมีหมุดหมายอยู่ที่วัดเวินพระบาท หมู่บ้านเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน ห่างจากตัวจังหวัดนครพนมไปราว ๒๘ กิโลเมตร

อุรังคธาตุ – นิทานพเนจร : แผนการจาริก (๑)

หากโลกนี้มีเวทมนตร์สิ่งนั้นเห็นจะเป็น “แม่น้ำโขง” ที่เบื้องหน้าของฉันนี่เอง ก็จะไม่ให้เรียกว่าเวทมนตร์ได้อย่างไร ลองนึกถึงความมหัศจรรย์ของมันดูสิ จากเกล็ดหิมะเล็ก ๆ บนดินแดนหลังคาโลก เมื่อโดนความร้อนจากแสงตะวันจึงค่อย ๆ เปลี่ยนสถานะเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ที่รวมกันจนเป็นลำธาร

วันที่ลงจากเตียงผิดด้าน

เจ้าสุนัขพิตบูล หัวใหญ่ หน้าทะเล้น ที่มักโถมเข้ามาชวนเล่นราวตอร์ปิโดทุกคราวที่พบกัน บัดนี้ตาเหลือกลาน ขาทั้งสี่ข้างเหยียดเกร็ง น้ำลายฟูมปาก นี่มันอดทนต่อฤทธิ์ของยาพิษนั่นตั้งแต่เช้าเชียวหรือ ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ ที่หัวตาไม่มีการกะพริบตอบสนองเมื่อยามเคาะ เสียงจังหวะการทำงานของหัวใจเต้นพลิ้วระรัวเป็นสัญญาณว่าพร้อมจะยุติการทำงานภายใน ๒-๓ นาทีข้างหน้า หลอดเลือดจมหายไปกับกล้ามเนื้อจนยากที่จะควานขึ้นมา ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็คงยากที่จะยื้อไว้

หลงฮอยอีศาน : บุญเดือนห้า

คำที่ว่า ‘เป็นคนเฒ่า นั่งเล่าความหลัง’ นั้นฉันเพิ่งจะเห็นแจ้งแก่ใจเอาก็ตอนที่ได้มาลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเพื่อลงรายละเอียด ซึ่งผู้ที่เป็นแหล่งข้อมูลหากไม่เป็นภิกษุชราก็เป็นพ่อใหญ่แม่ใหญ่ทั้งสิ้น บางทีพวกท่านเหล่านั้นอาจจะกำลังเหงาด้วยลูกหลานนิยมมุ่งไปตายดาบหน้ากับความศิวิไลซ์ของเมืองหลวง
WP Facebook Auto Publish Powered By : XYZScripts.com