Category

บทความ

#บันทึกชีวิต (๘) “แม่”

พ่อขอเงินย่าหนึ่งสลึงไปซื้อดินสอ ย่าไม่ให้ แต่เมื่อขอไปให้คนขอทาน โดยเฉพาะวนิพกพเนจร ที่มาเป่าแคน เล่นพิณ เล่นกะจับปี่หน้าบ้าน ย่าจะให้เสมอ แต่พ่อไม่ให้เขาทันที จะเดินตามเขาไป ฟังเขาเล่นหน้าบ้านโน้นบ้านนี้จนสุดหมู่บ้าน จึงให้ตังค์เขา แล้วเดินกลับบ้าน เบิกบานอิ่มใจในเสียงดนตรี

#บันทึกชีวิต (๗) “แม่”

ปู่ย่ามีลูก 14 คน เสียชีวิตตอนคลอดและตอนยังเด็ก 3 คน ย่าเลี้ยงลูกจนโต 11 คน บอกว่ารักลูกทุกคนเท่ากัน และย่าก็พยายามแสดงออกเช่นนั้น แม้เป็นธรรมดามนุษย์ ที่ในใจท่านคงรักหรือเป็นห่วงบางคนบางกว่าคนอื่น

บทเรียนชีวิต (๖)

คนสมัยก่อนมีลูกมากเพื่อจะได้มีแรงงานในการทำมาหากิน โดยเฉพาะการทำเกษตร เป็นสังคมยังชีพ ที่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เงิน แต่เป็นข้าว ใครมีข้าวก็มีความมั่นคง ต่อมาเป็นยุคอุตสาหกรรม เงินสำคัญที่สุด อยากได้ข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ก็ไปซื้อจากตลาด ไม่ต้องออกแรงทำเองก็ได้ ทำให้ผู้คนหาเงินกันเอาเป็นเอาตาย หลายคนก็ตายตามความตั้งใจ

บทเรียนชีวิต (๕)

หลังจากที่ปู่จากไป พิธีฌาปนกิจทางศาสนาเสร็จสิ้น ยังมีการสวดภาวนาที่บ้านตอนค่ำอีกสามวัน แต่ก็มีเพียงญาติพี่น้องลูกหลานและคนที่สนิทกันเท่านั้น

#ชะตากรรมกับเจตจำนงเสรี ฉบับที่ ๔

ปู่กลัวย่าไหม คงไม่มั้ง แต่ก็เกรงและรักย่าแน่ ตอนที่ย่าป่วยไปโรงพยาบาลที่สกลนคร ทุกครั้งปู่จะไปเยี่ยม ตอนเช้าจะให้จ๊อบ ลูกนายโก้ ซึ่งเป็นลูกลุงโกก ลูกชายคนโตของปู่ย่า จ๊อบเป็นเหลนคนโปรด ทวดจะให้ไปส่งข้าวต้มให้ย่าทุกเช้า ให้เงินค่ารถโดยสาร ไปถึงสกลนครก็นั่งรถเมล์ไปโรงพยาบาล ทวดจะให้รางวัลเหลนทุกครั้ง

#ชะตากรรมกับเจตจำนงเสรี ฉบับที่ ๓

ทุกวันปีใหม่ ลูกหลานเหลนจะพากันไปกราบขอพรปู่กับย่า ตอนนั้นท่านมีลูก 14 คน หลาน 39 เหลน 40 กว่า ท่านเป็นพี่คนโต มีน้องชายน้องสาวอีก 6 คน บรรดาหลาน ๆ ญาติพี่น้องของปู่และย่ามากันหมด เต็มบ้าน

#ชะตากรรมกับเจตจำนงเสรี ฉบับที่ ๒

ปู่เดินทางมาจากเวียดนามตอนกลาง จากหมู่บ้านไตรเล ตำบลกันล็อค จังหวัดฮาติ่น ไม่ไกลจากวินห์ บ้านเกิดของโฮ จี มินท์ ท่านเล่าว่า มาตอนอายุ 8 ขวบกับแม่และน้อง ๆ เดินเท้ามาระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลากว่าสามสัปดาห์ ถึงท่าแขก แล้วข้ามมานครพนม ที่ทวด (พ่อของปู่) รออยู่กับญาติพี่น้องคนอื่นที่ล่วงหน้ามาก่อน

#บันทึกชะตากรรมกับเจตจำนงเสรี #บทเรียนชีวิต (๑)

ภาพที่จำติดตาได้มากที่สุดภาพหนึ่ง คือ พ่อของพ่อนั่งที่ม้าหน้าบ้าน มองไปข้างหน้าแบบไม่มีจุดหมาย ใจกำลังครุ่นคิด ประสาเด็กไม่ได้เข้าใจอะไรมาก ดูหน้าของพ่อแล้ว ท่านคงไม่ได้กำลังมีความสุขกับการฝันถึงอะไรบางอย่าง หากแต่กำลังเป็นทุกข์

#สิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่าชีวิต

วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากลูกที่เยอรมัน เขาเกิดวันที่ 11 เดือน 11 เวลา 9.11 น. เขาโทร.มาในวันเกิดของตัวเองเพื่อขอบคุณที่ทำให้เขาเกิดมา เลี้ยงดูและส่งเสริมสนับสนุนจนเขาเติบโตและพึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพมั่นคง มีความสุขในชีวิตและการทำงาน เขาขอพรจากพ่อ

ศุขปรีดา พนมยงค์ กับงานเขียนถึงผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน

'ศุขปรีดา พนมยงค์' กับผลงานเขียนอันทรงคุณค่าที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ “โฮจิมินห์ เทพเจ้าที่ยังมีลมหายใจ” "หวอเหงียนย้าปจอมทัพคู่บารมีโฮจิมินห์" และ “รำลึก 100 ปี เจ้าชายแดง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ลาวผ่านชีวิตเจ้าสุพานุวง” ผลงาน 3 เล่มที่ผู้เขียนได้ทุ่มเททั้งแรงใจและแรงกาย ค้นคว้าหาข้อมูล อีกทั้งยังเดินทางไปสัมภาษณ์เรื่องราวเหล่านั้นด้วยตัวท่านเอง

อาจารย์เสรี พงศ์พิศ มาพบผู้อ่านที่บูธ “ชนนิยม ~ แม่คำผาง ~ ทางอีศาน” E32

อาจารย์เสรี พงศ์พิศ มาพบผู้อ่านที่บูธ “ชนนิยม ~ แม่คำผาง ~ ทางอีศาน” E32 พร้อมมอบลายเซ็นด้วยไมตรีและเป็นที่รำลึก

บทวิจารณ์แนวอรรถสาระ~สัจจนิยม~ชาติพันธุ์วรรณนา “ทาง”…หมาเก้าหาง ดั้นเมฆฟ้า (๓)

ปัจจุบัน ‘กวีนิพนธ์ชาติพันธ์ุวรรณนา’ ได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะเป็น ‘ศาสตร์’ ที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งวิชาคติชนวิทยา มานุษยวิทยา และวัฒนธรรมศึกษา ตามแนวคิดหลังสมัยใหม่

บทวิจารณ์แนวอรรถสาระ~สัจจนิยม~ชาติพันธุ์วรรณนา “ทาง”…หมาเก้าหาง ดั้นเมฆฟ้า (๒)

อีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ดูง่าย ๆ แต่ก็ลึกซึ้ง คือบทกวีที่มีชื่อว่า “เล่นนอก” เป็นบทกวีที่ผู้เขียนชื่นชอบมากเป็นพิเศษอีกบทหนึ่ง

บทวิจารณ์แนวอรรถสาระ~สัจจนิยม~ชาติพันธุ์วรรณนา “ทาง”…หมาเก้าหาง ดั้นเมฆฟ้า (๑)

ผู้เขียน อ่าน “ทาง” ผลงานรวมบทกวีของ “ปรีดา ข้าวบ่อ” จบเล่มรวดเดียวเมื่อราวสามสี่ปีก่อน เพื่อใช้พูดสดในงานประชุมเสวนาทางวรรณกรรมครั้งหนึ่งของนิตยสารทางอีศาน ที่ไร่จิมทอมป์สัน ซึ่งคุณปรีดา ข้าวบ่อ บรรณาธิการทางอีศาน ได้ใช้โอกาสนั้นเปิดตัวหนังสือรวมผลงานกวีของตนเอง ชื่อว่า “ทาง”

“ข้ามภพ ข้ามชาติ ข้ามศาสตร์ ข้ามตัวบท” : เต้าตามทางอาจารย์ชลธิรา เรียนรู้วิธีวิทยาการศึกษาใน มหากาพย์ชนชาติไท บรรพสอง (3) – ธัญญา สังขพันธานนท์

งานสืบค้นความเป็นมาของชุมชนคนไท/ไต ไม่เพียงแต่นำเสนอให้เห็นวิธีการศึกษาแบบสหวิทยาการและบูรณาการของหลักคิดและองค์ความรู้แบบข้ามศาสตร์ข้ามสาย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการใช้เครื่องมือ (tool) และวิธีวิทยาสำคัญ ๆ ของศาสตร์ที่เกี่ยวข้องซึ่งถูกคัดเลือกและระดมมาใช้ศึกษา วิเคราะห์ ตีความตัวบทประเภทต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการตอบคำถามและสร้างมุมมอง/องค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับรกราก ความเป็นมาของชนชาติไท
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com