คําผญา (๑๙) “สุขทุกข์นี้ของกลางเทียมโลก บ่มีไผหลีกล้มลงหั้นสู่คน”
ความสุขความทุกข์เป็นสิ่งคู่กัน และก็เป็นสมบัติของโลก ใครเกิดมาในโลกนี้ต่างก็ได้รับความสุขความทุกข์กันทั่วหน้า โดยไม่มีใครหลีกได้พ้น มันเป็นความจริงที่มาก่อนความตาย สุขแล้ว ทุกข์แล้วจึงตาย บางคนอาจตายขณะที่อิ่มเอิบด้วยความสุข บางคนอาจตายขณะที่มีความทุกข์ทรมาน ความสุขความทุกข์เป็นสมบัติของทุกคน นับแต่ขอทาน ยาจกคนมั่งมีมหาเศรษฐี ฯลฯ
คําผญา (๒๐)
“ไม้ลําเดียวล้อมฮั้วบ่ไขว่ ไพร่บ่พร้อมแปงบ้านบ่เฮือง” ไม้ต้นเดียวล้อมรั้วไม่พอ ไพร่ฟ้าไม่พร้อมพัฒนาบ้านเมืองไม่เจริญรุ่งเรือง
คําผญา (๔)
ขุนแสนกว้าน ขุนก็คือนักปกครองสมัยก่อน ปกครองบ้านปกครองเมือง กว้านคือบ้านเรือน คือครอบครัว ขุนแสนกว้าน จึงหมายถึงขุนที่ปกครองบ้านเมืองนับแสนครอบครัว
แสนครอบครัวรวมกันแล้วอาจจะเป็นเมือง ๆ หนึ่งที่ใหญ่โตพอสมควร
กลอนลำฮีต-คอง ประเพณีเดือนสิบเอ็ด
ความโอ่ : โอ่จักหน่อยเถาะยกนี้ให้น้องนี้พี่ฟังเสร็จ ประเพณีเดือนสิบเอ็ดแม่นบุญออกพรรษาสิ้นปวารณาครบไตรมาสสามเดือน จุดประทีปธูปเทียนในมื้อขึ้นสิบห้าคํ่าฟังธรรมพร้อมโอ่ละนอ...นวล ๆ เอย
คําผญา (๒)
คนเราเป็นอย่างนี้เมื่อเห็นคนอื่นมีอํานาจวาสนา มั่งมีศรีสุข มีโชคมีลาภ เรามักยินดีด้วย
ความรู้สึกยินดีกับผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งดี ถ้าเป็นความยินดีที่บริสุทธิ์ไม่เกิดความรู้สึกน้อยอกน้อยใจในความแตกต่างระหว่างตนกับผู้อื่น ไม่ได้แฝงด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยา แล้วคิดแย่งแข่งขัน อยากเอาชนะ อยากทัดเทียม
ผญา – ยอดวรรณกรรมอีสาน
ผญา เป็นสำนวนคำพูดที่ไพเราะ คมคายลึกซึ้ง สละสลวย คนอีสานนั้นเป็นคนมีโวหาร เจ้าบทเจ้ากลอน พูดจาเป็นคำคม มีสัมผัสคล้องจอง
ไพเราะ น่าฟัง ไม่ว่าจะเป็นโอวาท คำสั่งสอน คำตักเตือน ห้ามปราม หรือคำเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวอีสานในอดีต สมัยโบราณนั้นคนอีสานมักพูดเป็นสำนวนภาษาแบบผญาเป็นส่วนมาก
คำผญา (๑)
“มีเงินเต็มภาชน์ บ่ท่อมีผญาเต็มปูม”
มีเงินเต็มสำรับ ไม่เท่ามีปัญญาเต็มภูมิ
คำโตงโตย
ฮูปแต้มเรื่อง “เจ้าเมืองพะโคยกทัพมาประชิดเมืองพาน” จากนิทานประจำถิ่นเรื่อง อุสาบารส (จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย) แสดงเหตุการณ์เมื่อครั้งนางอุสาได้พาท้าวบารสมาซ่อนไว้ที่หอคำ
บทกวี ดาวชีวิต
ด้วยมีดาวในชีวิตไม่คิดขม แม้เหงาหงอยเศร้าบ้างบางอารมณ์ ใจยังคมวับเชือดเลือดสาดแดง ดั่งวสันต์ปลอบขวัญฉันฝันหวาน แสนดอกไม้บานประชันออกขันแข่ง เช็ดน้ำตาปวงประชา..มาร่วมแรง หลังพายุกระหน่ำแรง...ฟ้าจักงาม รัตติกาลนานยาวดาวยังฉาย เหมันต์กรายถึงวสันต์วันอร่าม พลังปฏิวัติเกิดทั่วทุกชั่วยาม ดาวชีวิต วาวงามนิรันดร
คำผญา (๑๕) : “ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง”
“ไผมีความฮู้หาเงินก็ได้ง่าย ไผฉลาดฮู้เงินล้านก็แก่นถง” ใครมีความรู้ก็หาเงินได้ง่าย ใครฉลาดรู้เงินล้านก็แน่นกระเป๋า
คำโตงโตย
ยำกกให้ยำเหง้า
ยำเงาให้ยำง่า
(โบราณ)
คำผญา ปรัชญากวี : คนบนหลังเสือ
“เห็นว่าเสือแสนฮ้าย เสือมีลายก็ลายต่าง
ไผผู้ขึ้นขี่ได้ ใจต้องกล้ากว่าเสือ”
(กลอนห่อผญา)
คำผญา (๘)
“งัวบ่กินหญ้าแสนสิข่มก็เขาหัก หมูบ่กินฮำแสนสิตีก็ดังเว่อ”
วัวไม่กินหญ้าแม้จะกดเขาลงเขาก็หัก หมูไม่กินรำถึงจะตีจมูกก็แตกบาน
ลายแคนเสียงรถไฟ – พ่อสมบัติ สิมหล้า
ลายแคน ประดิษฐ์โดย พ่อสมบัติ สิมหล้า ที่เลียนมาจากเสียงรถไฟ แสดงในงานเสวนากึ่งสาธิตทางดนตรี “ลายดนตรีแคนในวัฒนธรรมหมอลำ” ในนิทรรศการ “แคนล่องคะนองลำ” ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน 28 มีนาคม พ.ศ. 2558
คำผญา (๖) หยอกไฟได้หนี้ หยอกขี้ได้กิน
หยอกไฟได้หนี้ หยอกขี้ได้กิน
เล่นกับไฟได้หนี้ เล่นกับขี้ได้กิน ไฟเป็นของร้อน และอะไรที่ร้อน ๆ ก็เปรียบเสมือนไฟ โดยเฉพาะไฟที่เกิดขึ้นในใจนั้นร้อนมากและก็เป็นไฟที่ดับยาก ไฟโลภ ไฟโกรธ ไฟหลง ๓ ไฟนี้ร้อนมาก เมื่อเกิดขึ้นกับใคร นอกจากจะเผาตัวเองแล้วยังเผาผู้อื่นด้วย นี่ยังไม่รวมถึงไฟอบายมุขอื่น ๆ



















