บทกวี ดาวชีวิต

ด้วยมีดาวในชีวิตไม่คิดขม แม้เหงาหงอยเศร้าบ้างบางอารมณ์ ใจยังคมวับเชือดเลือดสาดแดง ดั่งวสันต์ปลอบขวัญฉันฝันหวาน แสนดอกไม้บานประชันออกขันแข่ง เช็ดน้ำตาปวงประชา..มาร่วมแรง หลังพายุกระหน่ำแรง...ฟ้าจักงาม รัตติกาลนานยาวดาวยังฉาย เหมันต์กรายถึงวสันต์วันอร่าม พลังปฏิวัติเกิดทั่วทุกชั่วยาม ดาวชีวิต วาวงามนิรันดร

ลูกเดือยกับซุปไก่ฟ้าในตำนาน

ได้ยินคำ "ลูกเดือย" หลายคนนึกถึงลูกเดือยในน้ำเต้าหู้ บ้างก็เคยกินข้าวต้มใส่ลูกเดือย ส่วนใหญ่กินเพราะเชื่อว่าดีต่อสุขภาพ อย่างที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำต้มธัญพืช ที่เฟื่องฟูเมื่อสักสิบกว่าปีก่อน ลูกเดือยมีความหมายเพียงแค่นี้หรือ คงไม่ใช่

กลิ่นข้าว กลิ่นดอกไม้ กลิ่นธูป และกลิ่นปิศาจ

วิทยาศาสตร์มองว่า กลิ่นเป็นสารเคมีที่เมื่อจับกับตัวรับกลิ่น ในส่วนบนของโพรงจมูกแล้ว ส่งสัญญาณไปยังสมอง หลังจากประมวลผลเปรียบเทียบกับกลิ่นและเหตุการณ์ในอดีต กำหนดเป็นการแสดงออกที่ยอมรับหรือไม่ยอมรับกลิ่นนั้น และยังเชื่อมโยงไปถึงความรู้สึก และอารมณ์อื่น ๆ

“ปลาแดก” นั้นฉันใด

ปลา คือเป็นกับข้าวหลัก หรือเป็นอาหารหลักของคนอีสานมาแต่โบราณกาล ดังจะเห็นได้จาก ปู่ ย่า ตา ทวด สอนลูกสอนหลานว่า ให้กินอาหารหลักเป็นประจำ คือ “กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นแนวกิน” หมายถึง ให้กินข้าวเป็นหลัก ให้กินผักเป็นยา และให้กินปลาเป็นกับข้าว นี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า ปลา มีความสำคัญต่อการบริโภคอาหารของคนอีสาน

ผญา – ยอดวรรณกรรมอีสาน

ผญา เป็นสำนวนคำพูดที่ไพเราะ คมคายลึกซึ้ง สละสลวย คนอีสานนั้นเป็นคนมีโวหาร เจ้าบทเจ้ากลอน พูดจาเป็นคำคม มีสัมผัสคล้องจอง ไพเราะ น่าฟัง ไม่ว่าจะเป็นโอวาท คำสั่งสอน คำตักเตือน ห้ามปราม หรือคำเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวอีสานในอดีต สมัยโบราณนั้นคนอีสานมักพูดเป็นสำนวนภาษาแบบผญาเป็นส่วนมาก

แกงอ่อมไก่ใส่ไข่อ่อน

ผักเหลือเยอะแยะเลยต้องหาเมนูกำจัดค่ะ ก่อนจะเน่าเสีย (เสียดาย อิอิอิ) ชอบแกงอ่อมใช้ผักเยอะดี ไม่มีไขมัน ไม่อ้วน ฮ่าๆๆๆ ใส่ผักไปเยอะแยะพอยุบเหลืออยู่นิดเดียวเอง

คำฉันท์ (7) วรรณลีลามรดกชาติ เสียงตก

อำ ทำไมจึงเป็นลหุได้ เป็นครุก็ได้ แต่ อัม เป็นครุเสมอไป ความจริงก็คือ อำ เหมือนกัน จะว่าคำนิคหิตในภาษาสันสกฤตเป็นลหุก็ไม่ถูกต้อง เพราะความจริงเป็นครุในภาษาบาลีเหมือนกัน ถ้าถือรูปอักษรเป็นเกณฑ์ก็อาจจะว่าได้ว่าต่างกัน แต่เมื่อนิคหิตในภาษาบาลี-สันสกฤตก็เป็นครุด้วยกันแล้ว จะอ้างคารมรูปอักษรก็ไม่ได้

คำฉันท์ (2) จากอินโด-อารยัน สู่สยามพากย์

เคยมีค่านิยมที่ผิดข้อหนึ่งว่า คำฉันท์ เป็นกวีนิพนธ์ที่สูงค่ากว่าบทกวีฉันทลักษณ์ประเภทอื่นค่าของกวีนิพนธ์เขามิได้วัดจากรูปแบบฉันทลักษณ์ ไม่ว่ารูปแบบฉันทลักษณ์แบบใด กระทั่งร้อยแก้วกวีนิพนธ์ – Poetic Prose ถ้าเขียนได้ถึง จริง ก็คือกวีนิพนธ์ที่ทรงคุณค่า

“กระโดน” สมานแผล บำรุงสตรี

ชื่ออื่นๆ : กระโดนโคก กระโดนบก ปุย ปุยกระโดน ผ้าฮาด หูกวาง ต้นจิก ฯลฯ ไม้ยืนต้นที่พบได้ทั่วไป ยอดอ่อนนำมาเป็นผักพื้นบ้าน ยอดสดจิ้มน้ำพริก กินกับขนมจีนปักษ์ใต้ ขนมจีนน้ำยา ฯลฯ

คำผญา (๘)

“งัวบ่กินหญ้าแสนสิข่มก็เขาหัก หมูบ่กินฮำแสนสิตีก็ดังเว่อ” วัวไม่กินหญ้าแม้จะกดเขาลงเขาก็หัก หมูไม่กินรำถึงจะตีจมูกก็แตกบาน
WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com